#WhatsHappensinThailand รวม 10 คำศัพท์น่ารู้ที่สื่อต่างชาตินำเสนอข่าวการเมืองไทยช่วงนี้

             สวัสดีค่ะชาว Dek-D ช่วงเวลานี้สื่อต่างประเทศหลายสำนักต่างหันมาเกาะติดประเด็นสถานการณ์การชุมนุมในไทยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้พี่ก็ได้รวบรวมคำศัพท์และสำนวนในข่าวที่น่าสนใจจากสำนักข่าวอังกฤษอย่าง Reuters มาฝากกัน ต้องบอกว่านอกจากการอ่านข่าวภาษาอังกฤษจะช่วยให้รอบรู้ทันข่าวแล้ว เรายังหยิบเอาคำศัพท์เหล่านี้มาต่อยอดการเรียนหรือใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันก็ได้เช่นกันค่ะ ส่วนจะมีศัพท์คำไหนบ้างนั้น เราตามไปดูกันเลยค่ะ 🙂
Biggest Thai protest in years puts pressure on  government
การจัดชุมนุมครั้งใหญ่ของไทยในรอบหลายปีเพื่อกดดันรัฐบาล
Put pressure on sth [พุท เพร็ชเชอะ(ร) ออน…]
(idiom)  = กดดัน, เพิ่มความกดดันให้, บังคับ
             สำหรับตัวอย่างที่ยกมาจากข่าวนี้เป็นสำนวนที่หมายถึง กดดัน/ เพิ่มความกดดันให้บางสิ่ง 
เช่น He can put pressure on other agencies. เขาสามารถกดดันหน่วยงานอื่นได้ แต่นอกจากนี้เมื่อนำไปใช้เดี่ยวๆ ก็ยังหมายถึง การกด, การกดดัน, ความเก็บกด, ปัญหาหนักก็ได้ด้วยค่ะ เช่น
  • atmospheric pressure =ความกดอากาศ
  • work under pressure = ทำงานภายใต้ความกดดัน
  • mental pressure = ความเก็บกดทางจิตใจ
More than 10,000 Thai  protesters  chanting “down with  dictatorship” and “the country belongs to the people”
กลุ่มผู้ประท้วงกว่า 10,000 คนต่างตะโกนว่า “ไม่เอาเผด็จการ” และ “ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ”
Protester [เพรอะ’เท็ซเทอะ(ร)]
(n.) = ผู้คัดค้าน, ผู้ประท้วง, ผู้ชุมนุมประท้วง
down with [ดาวนฺ วิทธ]
(idiom)  
            สำหรับสำนวนนี้ก็ใช้ได้หลายความหมายเลยค่ะ โดยในความหมายแรกสามารถใช้พูดถึงสิ่งที่ไม่ชอบหรืออึดอัดใจ และต้องการให้สิ่งนั้นสิ้นสุดลง (used to say that one does not like something and wants it to stop or fail) เช่น Down with racism! เป็นต้น ส่วนความหมายที่สองเป็นสแลงอเมริกันใช้พูดแสดงความหมายในเชิงว่า เราโอเคหรือเห็นด้วยกับสิ่งนั้น เช่น I’m down with that!

Students have led protests almost daily for the past month, but Sunday’s  demonstration  drew a broader crowd.
การประท้วงที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาเกิดขึ้นเกือบทุกวันในช่วงเดือนที่ผ่านมา
แต่การชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นสามารถดึงดูดผู้คนเป็นจำนวนมาก
Demonstration  [เดะเมิน ´ซเตรฺช’]
(n.) = การเดินขบวน, การชุมนุมประท้วง
             เมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้นคำในข่าวที่มักพบบ่อยคือคำว่า  demonstration  โดยทั่วไปคำนี้หมายถึง การสาธิต, การแสดง, การพิสูจน์ เช่น cookery demonstration (การสาธิตการทำอาหาร) แต่เมื่ออยู่ในข่าวเราจะใช้ในความหมายที่แปลว่า การเดินขบวน, การชุมนุมประท้วงค่ะ

“We want a new election and a new  parliament   from the people,” student activist Patsalawalee Tanakitwiboonpon, 24, told the crowd. 
ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล วัย 24 ปี กล่าวกับผู้ที่มาเข้าร่วมชุมนุมว่า
“เราต้องการการเลือกตั้งใหม่ และต้องการรัฐสภาที่มาจากประชาชน” 
Parliament  [พาเลอะเมินทฺ]
(n.) = รัฐสภา 
             คำว่า parliament นั้น มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส “parler” หมายถึง การพูดคุยเจรจา ซึ่งคำนี้จึงเป็นที่มาของการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มคนเข้ามาร่วมอภิปรายหรือถกประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายนั่นเองค่ะ

“The prime minister sends his concern to officials and protesters to avoid  violence.” 
“นายกฯ แสดงความเป็นห่วงไปยังเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมให้หลีกเลี่ยงความรุนแรง”
Violence [วายเออะเลินซฺ]
(n.) = ความรุนแรง, การใช้กำลัง
             ส่วนคำว่า violence นี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำที่เรามักพบบ่อยในข่าว แต่นอกจากจะหมายถึงความรุนแรงแล้ว ในทางกฎหมายยังหมายถึง การใช้พละกำลัง หรือบังคับมิชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย เช่น  …to commit an act of violence หมายถึง การใช้กำลังประทุษร้าย เป็นต้นค่ะ

A government spokeswoman said the priminister had also ordered the  cabinet  to take steps to build understanding between generations.
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อสั่งการต่อคณะรัฐมนตรีให้ส่งเสริมกระบวนการสร้างความเข้าใจของคนระหว่างรุ่น 
Cabinet [แคบินิท]
(n.) = คณะรัฐมนตรี
             สำหรับศัพท์คำนี้ถ้าใช้พูดถึงบริบทเกี่ยวกับอยู่อาศัยจะหมายถึง ชั้นหรือตู้วางของ แต่เมื่อพบในข่าวการชุมนุมประท้วงต่างๆ ก็จะแปลว่า “คณะรัฐมนตรี” นั่นเองค่ะ

Anger has further been fuelled by  accusations of corruption, the  arrest  of some student leaders over earlier protests and the  economic fallout  from the coronavirus epidemic.
ความโกรธเคืองรัฐบาลโหมรุนแรงขึ้นจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต การจับกุมแกนนำนักศึกษาจากการประท้วงครั้งก่อนๆ และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
Accusations of corruption = ข้อกล่าวหาการทุจริต 
             คำต่อมาคือคำว่า accusations หมายถึง การกล่าวหา ข้อกล่าวหา เช่น to make an accusation about something จะหมายถึง การกล่าวหาเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังนั้นเมื่อใช้ร่วมกับคำว่า corruption (การทุจริต) จึงหมายถึง ข้อกล่าวหาการทุจริต
Arrest [เออะ’ เร็ซท]
(n. vt.) = การจับกุมตัว
             สำหรับศัพท์คำนี้สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยาเลยค่ะ เมื่อใช้เป็นคำกริยาจะหมายถึง ทำให้หยุด/ยับยั้ง, จับกุม (บุคคล), ยึดสิ่งของ เช่น arrest judgement (ยับยั้งคำพิพากษาไว้ก่อน) แต่หากใช้เป็นคำนามก็จะหมายถึง การจับกุมตัว เช่น  under arrest (การถูกจับกุม) เป็นต้นค่ะ
Economic fallout (n.) = ผลกระทบทางเศรษฐกิจ 

“We are seeing a  shift  in strategy of the youth-led movement becoming more inclusive,”
การเคลื่อนไหวที่นำโดยกลุ่มเยาวชนมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น
Shift [ชิฟทฺ]
(n. vt.) = (การ) เลื่อน,เคลื่อน,ย้าย 
             สำหรับคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้ได้หลายความหมายเช่นกัน โดยหลักๆ แล้วสามารถใช้พูดถึงการเปลี่ยนรอบ/กะการทำงาน เช่น do the late shift (ทำงานกะดึก) แต่นอกจากนี้ยังใช้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ ก็ได้เหมือนกันค่ะ เช่น a shift in opinion หมายถึง การเปลี่ยนความคิดเห็น

“Down with  feudalism, long live the people,” protesters chanted. 
ผู้ชุมนุมต่างพร้อมกันตะโกนว่า “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”
Feudalism [ฟิว’เดิลลิสซึม]
(n) การปกครองระบบศักดินา
             ปิดท้ายกันที่คำว่า feudalism  ศัพท์คำนี้นั้นมีที่มาจากรากศัพท์มาจากภาษาละติน feudalis ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า fee/feodum หมายถึง ที่ดิน อันเป็นที่มาของคำที่ใช้อธิบายถึงระบอบการปกครองของยุโรปสมัยกลางค่ะ

             เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับคำศัพท์ที่หยิบมาฝากกันในวันนี้ เรียกได้ว่าการอ่านข่าวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยอัปสกิลภาษาของเราให้เจ๋งขึ้นได้เหมือนกันค่ะ หวังว่าวันนี้จะช่วยช่วยเพิ่มคลังศัพท์ให้น้องๆ ตามติดสถานการณ์ข่าวรอบโลกได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย หากชอบศัพท์คำไหนก็อย่าลืมเพิ่มไว้ในลิสต์ และลองนำมาใช้กันบ่อยๆ กันนะคะ 

ที่มา : www.dek-d.com