It’s about time! รวม 12 ศัพท์ & สำนวนเกี่ยวกับ “เวลา” พูดก็ได้เขียนก็เวิร์ก (ทันเวลา, ล่วงหน้า, ฯลฯ)

                   สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D … เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะมีปัญหากับการบอกเวลาเป็นภาษาอังกฤษอยู่ไม่น้อย เพราะเวลาสื่อสารจริงเราไม่ได้บอกแค่เป็นชั่วโมงหรือนาทีเท่านั้น แต่ยังมีคำศัพท์หรือสำนวนอื่นๆ ที่ใช้บ่อยอีกด้วย อย่างคำว่า ทันที ทันเวลา ล่วงหน้า ฯลฯ เพราะฉะนั้นวันนี้พี่เยลลี่เลยรวบรวมคำศัพท์และสำนวนน่ารู้เกี่ยวกับเวลามาให้น้องๆ กัน สามารถใช้ได้ทั้งการพูดและในงานเขียนเลยค่ะ ตามไปจดเข้าคลังศัพท์กันในบทความได้เลย!
             ใครสนใจเรื่องสุภาษิตเกี่ยวกับเวลาก็สามารถตามไปอ่านบทความ: “7 สุภาษิตภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ “เวลา” ที่ต้องรู้เอาไว้!” ได้เลยค่ะ

On time

ประเดิมคำแรกกันที่คำว่า On time ค่ะ คำนี้แปลว่า “ตรงเวลา” แบบว่านัดประชุม 9 โมงก็เริ่ม 9 โมงตรงเป๊ะ ถ้าใช้พูดอธิบายถึงใครคนหนึ่งว่า He/She is always on time ก็หมายความว่าคนนั้นเป็นคนตรงต่อเวลา ไม่เคยมาสายเลยนั่นเอง แต่ว่านอกจากคำว่า On time แล้ว เราสามารถคำว่า Punctual ได้อีกเช่นกัน ตัวอย่างเช่น The cat makes a punctual appearance at mealtimes. เจ้าแมวปรากฏตัวตรงเวลาทานอาหารเป๊ะเลย
ตัวอย่างประโยค
They’re working overtime to get the job finished on time.
พวกนั้นทำงานล่วงเวลาอยู่เพื่อให้งานมันเสร็จตรงเวลาน่ะ

In time

อีกคำที่ใกล้เคียงกับ On time ก็คือ In time ค่ะ แต่ 2 คำนี้มีความหมายไม่เหมือนกันนะ In time หมายถึง “ทันเวลา” มีเซนส์ของความฉิวเฉียดอยู่ด้วย ซึ่งทันเวลาที่ว่านี้ไม่จำเป็นจะต้องมีเวลากำหนดเอาไว้ก็ได้ค่ะ  อย่างเช่น เราบอกว่ามาทันเวลารถไฟออกพอดี อันนี้คือเรารู้อยู่แล้วว่ารถไฟออกกี่โมง แต่เราก็สามารถพูดว่าถึงบ้านทันเวลาก่อนที่ฝนตกได้อีกเหมือนกัน เพราะแม้เราจะไม่รู้ว่าฝนจะตกแน่ๆ กี่โมงแต่พอจะเดาได้จากสภาพอากาศ จุดสำคัญคือถึงบ้านทันก่อนที่มันจะตกนั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
We arrived just in time for the show.
เรามาถึงทันเวลาโชว์เริ่มพอดี

In advance

In advance เป็นอีกคำนึงที่ควรรู้เอาไว้เลยค่ะ  ดอกจันเอาไว้ตัวโตๆ โลด คำนี้มีความหมายว่า “ล่วงหน้า” มักจะเห็นบ่อยๆ เวลาต้องจองตั๋ว จองโรงแรมต่างๆ ก่อนหน้าวันที่เราจะไป  หรือบางคนก็อาจจะเห็นตามกระทู้หรืออีเมลภาษาอังกฤษ เวลามีคนมาถามคำถามหรือขอให้ทำอะไรก็มักจะลงท้ายว่า Thank you in advance เป็นการขอบคุณสำหรับคำตอบหรือความช่วยเหลือล่วงหน้านั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
It’s cheaper if you book the tickets in advance.
ถ้าจองตั๋วล่วงหน้าราคาจะถูกลงล่ะ

In no time

คำนี้พูดเลยว่าถ้าไม่เคยเห็นมาก่อนจะแปลให้ถูกต้องได้ยากมากกก บางคนอ่านแล้วอาจเข้าใจว่าหมายถึงไม่มีเวลา แต่จริงๆ แล้ว In no time แปลว่า “ในเวลาไม่นาน”   หรือ “รวดเร็ว”  อีกแป๊บนึงประมาณนี้ค่ะ ถือเป็นคำที่น่าสนใจมากๆ
ตัวอย่างประโยค
He finished off two bowls of noodles in no time.
เค้ากินก๋วยเตี๋ยวหมดสองชามในเวลาไม่นาน

At no time

ยังคงวนเวียนอยู่กับ No time เหมือนเดิม แต่ว่าคราวนี้เปลี่ยน in เป็น at แทน 5555  At no time หมายถึง “ไม่เคย” เป็นการเน้นย้ำแบบหนักแน่นว่าสิ่งนั้นไ่ม่เคยเกิดขึ้นเลย เวลาใช้จะต้องไว้ต้นประโยค ตามด้วย did/was/were …  แอบยุ่งยากอยู่เล็กน้อย ดังนั้นถ้าไม่ได้ต้องการความสวยงาม เจ้าของภาษาบางคนเค้าก็แนะนำว่าใช้ Never ไปเลยดีที่สุดค่ะ
ตัวอย่างประโยค
At no time did I feel they were being unreasonable.
ฉันไม่เคยรู้สึกว่าพวกนั้นไม่มีเหตุผลเลยนะ (ก็คือมีเหตุผลตลอด)

At Once

via GIPHY

มาต่อกันที่ At once คำนี้มีความหมายว่า “ทันที”  เหมือนกับคำว่า Immediately  เลยค่ะ แอบเสริมนิดนึงว่าจะต่างกับ Suddenly ตรงที่คำหลังจะหมายถึงทันทีแบบปุบปับ ไม่ทันได้ตั้งตัว เช่น    A dog suddenly jumped at me. อยู่ดีๆ หมาก็กระโดดใส่ฉัน นอกจากนี้ยังแปลว่า “ในเวลาเดียวกัน” ได้อีกเช่นกันค่ะ ตัวอย่างเช่น Everything happened at once – she graduated, got a job, and got married, all in June! ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กันเลย เธอเรียนจบ ได้งาน แล้วก็แต่งงาน ทั้งหมดในเดือนมิถุนายน!
ตัวอย่างประโยค
The women met at a party and became good friends at once.
พวกผู้หญิงกลุ่มนั้นเจอกันที่ปาร์ตี้แล้วก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันทันทีเลย

Against the clock

Against the clock ไม่ได้มีความหมายความต้านนาฬิกาแต่อย่างใดค่ะ สำนวนนี้หมายถึง “แข่งกับเวลา” มักจะใช้กับการทำงานต่างๆ ที่ต้องรีบทำให้เสร็จทันเดดไลน์
ตัวอย่างประโยค
It was a race against the clock to get the building work finished in time.
การสร้างตึกให้เสร็จทันกำหนดเป็นอะไรที่ต้องแข่งกับเวลามาก

Around the clock

มี Against the clock แล้ว คราวนี้เปลี่ยนมาเป็น Around the clock บ้างค่ะ น้องๆ พอจะเดากันได้มั้ยคะว่ารอบๆ นาฬิกานี้หมายถึงอะไรกันแน่? คำนี้แปลว่า “ทั้งวันทั้งคืน” หรือ “ตลอดเวลา” นั่นเองค่ะ อารมณ์แบบว่าเข็มนาฬิกาเดินรอบแล้วก็ยังไม่จบซักที
ตัวอย่างประโยค
The emergency telephone lines operate around the clock.
เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเปิดให้บริการตลอดทั้งวันครับ

At the eleventh hour

ภาษาไทยมีสำนวนที่ว่า “ในนาทีสุดท้าย” แต่ฝรั่งไม่ได้ใช้เป็นนาทีเหมือนเราค่ะ เค้าจะใช้ว่า ในชั่วโมงที่ 11 หรือ At the eleventh hour แทน แปลง่ายๆ ว่า เกือบสายเกินไป หรือ เกือบไม่ทันการ ก็ได้เหมือนกันค่ะ
ตัวอย่างประโยค
She postponed her trip at the eleventh hour.
เธอเลื่อนทริปเที่ยวออกไปตอนนาทีสุดท้ายเลย

Have all the time in the world

น้องๆ พอจะเดาสำนวนนี้กันออกมั้ยคะว่ามันแปลว่าอะไร? Have all the time in the world แปลตรงๆ ว่า มีเวลาจากทั้งโลก แต่ความหมายจริงๆ ก็คือ “มีเวลาเยอะมาก” หรือ “มีเวลาเหลือเฟือ” ค่ะ อันนี้พี่ว่าแอบคล้ายภาษาไทยตรงที่พูดเวอร์ๆ เอาไว้ก่อน 5555 เป็นสำนวนที่จำได้ไม่ยาก แต่เวลาเอาไปใช้นี่เฟี้ยวฟ้าวแน่นอน ><
ตัวอย่างประโยค
We don’t have to rush. We have all the time in the world.
เราไม่ต้องรีบกันหรอก เรามีเวลาเหลือเฟือเลยแก

High time

High time เป็นอีกสำนวนที่เดาความหมายได้ยากมากก ตอนแรกพี่เองก็เข้าใจว่าคำนี้แปลเหมือน Primetime ช่วงเวลายอดฮิตอะไรแบบนี้ค่ะ (พี่รู้จักคำนี้ครั้งแรกจากเพลงดงบัง 555555) แต่ที่จริงแล้วมันหมายถึง “เวลาที่เหมาะสม” กับการทำอะไรสักอย่าง มักจะเจอในรูปประโยค It’s high time….. ซึ่งประโยคข้างหลังจะตามด้วย Subject + V.2 ค่ะ ต้องใช้ให้ถูกกันด้วยนะ!
ตัวอย่างประโยค
It’s high time you stopped fooling around and started looking for a job.
ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องเลิกทำเป็นเล่นไปเรื่อยแล้วหางานซักที

Make good time

มาถึงคำสุดท้ายกันแล้วค่ะ Make good time ถ้าแปลตรงตัวแล้วจะหมายถึงการทำเวลาให้ดี แต่ว่ามันเป็นสำนวนที่หมายถึง “ทำเสร็จเร็วกว่าที่คาด” หรือถ้าใช้กับการเดินทางก็จะหมายถึง ทำเวลาได้ดี ใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าที่คิดเอาไว้

ตัวอย่างประโยค

We made good time – I think it only took us an hour and fifteen minutes.
เราทำเวลาได้ดีอยู่นะ ชั้นคิดว่าเราใช้เวลาไปแค่ชั่วโมงสิบห้านาทีเอง

                 เป็นยังไงกันบ้างคะกับสำนวนที่พี่รวบรวมมาให้ในวันนี้ เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์กับน้องๆ ไม่มากก็น้อยเลยล่ะ 😀 แต่ละคำนี่รับประกันว่าใช้แล้วเวิร์กจริงๆ ค่ะ ทีนี้เวลาอธิบายเรื่องเวลาเราก็จะมีคลังศัพท์ให้เลือกใช้เพิ่มขึ้นได้แล้วด้วย เย่! แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่า

 ที่มา : www.dek-d.com