7 เทคนิคลดน้ำตาลของสายหวาน ติดหวานอย่างไร ไม่ให้ร่างพัง

สำหรับสายหวาน..ก็รู้ทั้งรู้ว่าทานขนมหวานมากจะไม่ดีต่อสุขภาพและอาจส่งผลให้ร่างพัง แถมเพิ่มไขมันอุดตันในเลือดและภูมิต้านทานก็พังไปด้วย แต่เวลาที่เห็นขนมหวานมันยากจะหักห้ามใจ.. จึงมี 7 เคล็ดลับที่ใช้หลอกตัวเอง..เอ๊ยร่างกายให้งงๆ และเร่งใช้น้ำตาลมากขึ้นมาฝากกัน

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

กินแป้งหรือน้ำตาลพร้อมกับธัญพืชหรือผักที่มีเส้นใยเยอะๆ

ควรเลือกแป้งในรูปที่ปล่อยน้ำตาลช้าๆ

เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต หรือจะใช้วิธีทานผักหรือธัญพืชก่อนทานแป้งหรือของหวาน เพื่อช่วยขัดขวางการย่อยแป้งและน้ำตาล

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

กินก่อนออกกำลังกาย อย่างน้อยครึ่งถึง 1 ชั่วโมง

อย่างน้อยครึ่งถึง 1 ชั่วโมง

โดยเฉพาะเลือกการออกกำลังกายที่เร่งการใช้น้ำตาลได้เยอะ เช่น เต้นแอโรบิคแบบเร็วหรือการวิ่งเร็วๆ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงขึ้นไป

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

กินโปรตีนให้เพียงพอ

เน้นทานโปรตีนในมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันให้เยอะ

การทานโปรตีนที่เพียงพอ จะทำให้ลดความอยากอาหารที่เป็นแป้งน้ำตาล

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

อยากกิน..กินเลย..แต่หยุดให้ท้องว่างหลังจากนั้น

เลือกกินแป้งน้ำตาลเฉพาะในมื้อหลัก ที่คิดว่าต้องใช้พลังงานมาก เช่น ทานมื้อเช้าหรือกลางวันเท่านั้น และเว้นการทานแป้งหรือน้ำตาลช่วงเย็นไปเลยหรือถ้ายิ่งดีให้เว้นทานอาหารมีแคลอรี่ไปเลยอย่างน้อย 12-16 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายเร่งเผาผลาญของเก่าและไม่เก็บของใหม่

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

เสริมด้วยน้ำมันดีมีประโยชน์

ช่วงที่ทานอาหารมื้อหลักควรเสริมไขมันจำเป็น

เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงาหรือน้ำมันจมูกข้าว การทานไขมันในปริมาณที่พอดีจะช่วยให้ลดความหิวหรืออยากอาหารพวกแป้งน้ำตาลได้เช่นกัน

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

นอนหลับให้เพียงพอเร่งการเผาผลาญ

ควรนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน

และเข้านอนไม่เกิน 4 ทุ่ม จะช่วยให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนที่ช่วยเร่งให้ระบบการเผาผลาญดีขึ้น

7 เคล็ดลับของสายหวาน..กินหวานยังไงร่างไม่พัง

คำนวณแคลอรี่ก่อนทาน

ใช้วิธีนี้ในการช่วยเตือนสติได้

การดูปริมาณคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และแคลอรี่ที่ฉลากอาหารก่อนทาน จะช่วยเตือนสติให้เราวางแผนกิจกรรมว่าเราควรจะรีบไปใช้พลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้การหาตัวช่วยก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเสริมการทำงานระบบอินซูลิน ปรับสมดุลร่างกายและลดสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดในกระบวนการเผาผลาญอาหารกลุ่มแป้งน้ำตาลรวมถึงไขมันด้วย เช่น สารสกัดอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รีหรือมะขามป้อมอินเดีย ที่มีใช้ในทางอายุรเวทเพื่อปรับสมดุลน้ำตาลและไขมันในเลือดมานานกว่า 3,000 ปี โดยปัจจุบันมีการนำผลอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รีสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกในประเทศอินเดียมาสกัดด้วยน้ำ 100% จากผลสด 20 ส่วนจนได้ผงสกัดเข้มข้นเพียง 1 ส่วน โดยกระบวนการพิเศษ ซึ่งสารสกัดได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 8 ฉบับ จึงช่วยส่งเสริมให้สุขภาพดี ร่างไม่พังเร็ว

อินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่

จากงานวิจัยพบว่า การดื่มเครื่องดื่มสกัดผงอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี 1,000 มก. ต่อวัน ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพดังนี้

ปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด

อินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่

โดย 4 ใน 5 คนมีค่าน้ำตาลลดลงภายใน 2 ชั่วโมงหลังทานอาหาร โดยลดได้สูงสุดถึง 22%

ทดสอบในอาสาสมัครจำนวน 5 คน โดยรับประทานอาหารที่มีพลังงาน 584 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 91 กรัม น้ำตาล 60 กรัม) และอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี 1,000 มก. วัดค่าระดับน้ำตาลหลังทาน 2 ชม.

ลดระดับน้ำตาลสะสม

อินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี่

ในผู้ที่มีความเสี่ยงการเป็นเบาหวานหรือที่เรียกว่า HbA1c โดยลดได้สูงสุด 15% ภายใน 1 เดือน

ทดสอบในอาสาสมัครจำนวน 33 คน โดยดื่มเครื่องดื่มผงสกัดอินเดียน กู๊ดส์เบอร์รี 1,000 มก. ต่อวันเป็นเวลา 1 เดือน

 

 

รับจดทะเบียนบริษัท รับทำบัญชี