โบรกเชื่อโควิดระลอก3ฉุดดัชนีช่วงสั้นไม่หลุด1,500จุด

หุ้นไทยดิ่งหนัก กังวลโควิดระบาด “โนมูระ พัฒนสิน”คาดดัชนีร่วงระยะสั้นไม่หลุด 1,500 จุด “กสิกรไทย” หวังควบคุมได้ภายใน2 เดือน “เอเซียพลัส” แนะหุ้นปรับฐาน เป็นโอกาสช้อนหุ้นได้ประโยชน์วัคซีน-เปิดเมือง “ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์” ชี้การระบาดรอบนี้กระทบกำลังซื้อทรุด

161783961811

ความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวานนี้ (7 เม.ย.)ผันผวนหนักโดยช่วงเช้าปรับตัวลดลง 22 จุด และรีบาวด์ขึ้นมาในช่วงปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,565.10จุด ลดลง14.56 จุด และกลับมาลงแรงท้ายตลาดมาปิดที่ 1,556.56 จุด ปรับลง 23.1 จุด หรือ1.46% มูลค่าซื้อขาย 107,774.43 ล้านบาท จากกังวลโควิดระลอก 3

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า จากความเสี่ยงดังกล่าวเราได้ประเมินกรอบตลาดหุ้นไทยระยะสั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ ใน 2 กรณี คือ 1.กรณีเกิด Red Zone ไม่เกิน 7 จังหวัด และทยอยควบคุมได้ มองกรอบแนวรับที่ 1,550-1,567จุด และ2. เกิดRed Zone10 จังหวัดขึ้นไปและจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ และทยอยล็อกดาวน์บางพื้นที่มองกรอบแนวรับที่ 1,510-1,540 จุด เป็นจุดที่ต้องระวัง

อย่างไรก็ตามหลังตลาดปรับฐานลงมากรอบแนวรับระยะสั้น ที่1,550 จุด แนะนำเป็นจังหวะเข้าเก็งกำไร กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น HANA กลุ่มคอนซูเมอร์ไฟแนนซ์ เช่น SAWAD กลุ่มโรงไฟฟ้า เช่น GULF RATCH GPSC กลุ่มสื่อสาร เช่น INTUCH กลุ่มเครื่องดื่ม เช่น ICHI SAPPE กลุ่มซ่อมแซมบ้าน เช่น HMPROและกลุ่มปันผลสูง เช่น KKP,SPALI

 

นายกรรณ์ หทัยศรศัทธา นักวิเคราะห์และผู้ช่วยนักกลยุทธ์การลงทุน บล. กสิกรไทย กล่าวว่า ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยระยะสั้น 2 กรณี คือ หากมีการประกาศล็อกดาวน์บางพื้นที่ ดัชนีปรับลดลงมองแนวรับที่ 1,555 จุด และกรณีมีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ดัชนีปรับลดลงมองแนวรับที่ 1,503 จุด ซึ่งมีทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ ที่ปรับลดลง 2.9 %

ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามหลังสงกรานต์ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง โดยหากแย่ลง แต่เรามีเริ่มมีการกระจายวัคซีนแล้ว ดังนั้นตลาดจะไม่ปรับตัวลงแรงเหมือนกับการระบาดที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีไม่น่าจะหลุด 1,500 จุด แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของวัคซีนว่าตลาดจะมองอย่างไร

เมื่อดัชนีปรับตัวลงมารอบนี้ ที่ระดับใกล้ 1,500 จุด มองว่าเป็นโอกาสที่ดีเข้าสะสมหุ้นเก็บไว้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัคซีน ที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ เพราะคาดว่าจำนวนยอดผู้ติดเชื้อจะลดลงหลังล็อกดาวน์และรัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์หลังสามารถควบคุมได้ใน 2 เดือนนี้

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล. เอเชียพลัส กล่าวว่า ความเสี่ยงโควิดระลอก 3 อาจเป็นกระแสกดดันดัชนีระยะสั้นจนถึงช่วงสัปดาห์แรกหลังสงกรานต์ ถ้าจำนวนผู้ติดเชื้อทรงตัว ทยอยควบคุมได้ ดัชนีปรับลงมาที่แนวรับ 1,550 จุด เป็นแนวรับแรก และหากแย่ลงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม แต่ล็อกดาวน์บางพื้นที่ ดัชนีปรับตัวลงที่แนวรับ 1,530 จุด แต่ไม่หลุด 1,500 จุด ขณะที่ระยะสั้นมองแนวต้าน 1,570-1,580 จุด และยังมีโอกาสทะลุ 1,600 จุดในช่วงไตรมาส 2 อีกด้วย

การแพร่ระบาดของโควิดระลอก 2 หรือ 3 จะเห็นการปรับตัวลดลงของตลาดน้อยกว่าครั้งแรก และการกระจายตัววัคซีนในไทยที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้นในไตรมาส 2 เป็นแรงหนุนตลาดในปีนี้ รวมถึงสภาพคล่องในระบบยังมีมากทั้งในไทยและต่างประเทศที่พร้อมเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทำให้เรายังค่อนข้างมีมุมมองบวกในปีนี้ คงดัชนีเป้าหมาย ไว้ที่ 1,670 จุด แนะจังหวะที่เกิดแพนิกและดัชนีปรับตัวลงช่วงนี้เป็นโอกาสสะสมหุ้น เช่น หุ้นเปิดเมืองและราคาปรับลงมาค่อนข้างมากแล้ว ในกลุ่ม โรงแรม สายการบิน บันเทิง บริการ อาทิ CENTEL M MAJOR เป็นธีมที่กลับมาได้

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บมจ. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า “บิ๊กซี” กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่กระทบกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง แต่เชื่อว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดในพื้นที่ที่ยังเสี่ยงต่ำ เช่น ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

“ในแง่ของผลกระทบต่อรายได้ไตรมาส 2 ปี 2564 เรายังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เพราะต้องติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงหลังสงกรานต์อีกครั้ง แต่ในส่วนของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลูกค้าสามารถมั่นใจว่ามีมาตรการดูแลด้านสุขอนามัยอย่างเข้มงวด”