แจก 10 ศัพท์จากซีรีส์ ‘Start-up’ โมเดลธุรกิจเอาใจหนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้ทำตามฝัน!

            สวัสดีค่ะชาว Dek-D ทุกคน เมื่อเดือนที่ผ่านมา Netflix ได้ปล่อยซีรีส์แนวโรแมนติก คอมเมดี้เรื่องใหม่ที่ทำเอาใครหลายคนติดหนึบแบบแยกยังไงก็แยกไม่ออก ซีรีส์เรื่องนี้มีชื่อว่า “Start-up” มาแค่ชื่อก็คงพอจะเดากันได้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องเป็นซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำธุรกิจสตาร์ทอัพของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างแน่นอน

Startup
Startup
Photo credit: tvN

ในส่วนของนักแสดงนำก็มีทั้ง ‘ซอดัลมี’ รับบทโดย เบซูจี หญิงสาวที่มีความฝันอยากเป็นสตีฟ จอบส์เกาหลีแต่ดันมีปัญหาครอบครัวทำให้เธอต้องบาดหมางกับ ‘วอนอินแจ’ รับบทโดย คังฮันนา พี่สาวแท้ๆ ที่ย้ายไปอยู่อเมริกาหลังจากที่พ่อแม่ของพวกเธอหย่าร้างกัน นอกจากนี้ยังมี ‘ฮันจีพยอง’ รับบทโดย คิมซอนโฮ เด็กหนุ่มจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ย่าของดัลมีช่วยเหลือไว้ และ ‘นัมโดซาน’ รับบทโดย นัมจูฮยอก เด็กนักเรียนตัวท็อปที่ได้รับรางวัลอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์

พวกเขาเปรียบเสมือนตัวแทนของคนในยุคปัจจุบันที่มีความฝันอยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ บอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้พล็อตดี ทันสมัย แถมยังสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้อีกด้วย แต่ก่อนที่จะไปติดตามซีรีส์เรื่องนี้พี่ปุณก็อยากจะเตรียมความพร้อมในเรื่องของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสตาร์ทอัพให้น้องๆ กันก่อน ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีศัพท์คำไหนน่าสนใจให้น้องๆ ได้นำไปใช้กันบ้าง!

Startup
Startup
Photo credit: tvN

Startup

มาเริ่มกันที่คำศัพท์พื้นฐานในวงการธุรกิจอย่าง ‘Startup’ ซึ่งก็คือการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ธุรกิจประเภทนี้จะมีลักษณะการเติบโตแบบก้าวกระโดดและสามารถสร้างรายได้มหาศาลได้ในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งยังมีเป้าหมายเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันด้วย ถ้ายังไม่เห็นภาพก็ลองมองไปที่สองธุรกิจด้านไอทีขนาดใหญ่อย่าง Google และ Facebook ได้เลยค่ะ เพราะสองแบรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นสตาร์ทอัพและใช้เวลาไม่นานในการพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันโด่งดังจนมีคนใช้กันทั่วทั้งโลก เรียกว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจและได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบันเลยค่ะ

 ตัวอย่างประโยค: 

Every startup founder has different needs and goals, and so this is a time to consider what yours are.

ผู้ก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพแต่ละคนก็มีความต้องการและเป้าหมายแตกต่างกันไป มันถึงเวลาที่คุณต้องคิดแล้วว่าธุรกิจของคุณจะดำเนินไปในรูปแบบไหน

Angel Investment

            ‘Angel Investment’ คือการลงทุนกับธุรกิจสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มตั้งตัวขึ้นใหม่ๆ เพื่อแลกกับการมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการเจริญเติบโตของบริษัท โดยกลุ่มนักลงทุนส่วนใหญ่ก็มักเป็นนักลงทุนอิสระที่ไม่ได้หวังเพียงผลกำไรแต่ยังอยากเข้ามาให้คำแนะนำ คำปรึกษา และเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยนำพาความสำเร็จมาให้ธุรกิจเกิดใหม่นี้ได้ นอกจากจะคอยซัพพอร์ตด้านเงินทุนแล้ว พวกเขายังช่วยสนับสนุนระบบนิเวศน์ของสตาร์ทอัพให้แข็งแรงและมั่นคงขึ้นได้อีกด้วย

ตัวอย่างประโยค:

Most angel investors understand business and often look for a personal opportunity as well as an investment.

นักลงทุนอิสระส่วนใหญ่เข้าใจในธุรกิจและมักจะมองหาโอกาสในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการลงทุน

Venture Capital (VC)

มาต่อกันกับ ‘Venture Capital’ หรือที่หลายคนมักเรียกด้วยชื่อย่อว่า VC ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของแหล่งเงินทุนหรือบริษัทร่วมทุน บริษัทที่ว่านี้มีจุดประสงค์ในการร่วมลงทุนกับธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีความต้องการเงินเพื่อไปขยายธุรกิจต่อ และไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีความเสี่ยงสูงหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ขอเพียงแค่มีแผนธุรกิจที่น่าสนใจและสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าในอนาคตได้ นักลงทุนก็พร้อมเทเงินก้อนใหญ่เพื่อแลกกับตัวหุ้นและผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับในทันที แต่อย่างว่ายิ่งทุ่มเทมากเท่าไหร่ นักลงทุนเหล่านี้ก็มักจะหวังผลตอบแทนกลับไปมากเท่านั้น สตาร์ทอัพที่ร่วมลงทุนไปนี่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นอย่างหนักเลยล่ะค่ะ!

ตัวอย่างประโยค:

Venture Capital generally comes from well-off investors, investment banks and any other financial institutions.

แหล่งเงินทุนของธุรกิจสตาร์ทอัพมักจะมาจากนักลงทุนที่มีฐานะ ธนาคารเพื่อการลงทุน รวมไปถึงสถาบันการเงินอื่นๆ

Seed-round Investment

ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการก็มักอาศัยเงินทุนของตัวเอง คนในครอบครัว หรือเพื่อนเพื่อมาพัฒนาแผนธุรกิจหรือสินค้าให้เสร็จ จากนั้นจึงอาจเริ่มมองหาผู้ร่วมลงทุนหรือแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น ซึ่ง ‘Seed-round Investment’ ก็คือครั้งแรกที่ธุรกิจได้รับเงินลงทุนจาก Venture Capital หรือ VC เพื่อเปิดตัวสินค้า ขยายธุรกิจให้เข้าถึงผู้ใช้บริการ และสร้างผลกำไรให้มากขึ้นนั่นเอง

ตัวอย่างประโยค:

Seed Round funding is typically used for things like hiring instrumental team members, market testing ideas, and further developing MVPs.

เงินลงทุนครั้งแรกที่ธุรกิจได้รับมักถูกใช้ไปกับการว่าจ้างสมาชิกในทีม การออกแบบแนวคิดทางการตลาด และการพัฒนาเพื่อขจัดส่วนเกินของสินค้าให้เหลือไว้เฉพาะคุณค่าที่แท้จริง

Term Sheet / Letter of Intent

            ‘Term Sheet’ หรือ ‘Letter of Intent’ คือเอกสาร หนังสือ หรือข้อตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและนักลงทุน ที่จะกำหนดโครง แผน รูปแบบ รวมไปถึงเป้าหมายในการลงทุน โดยแรกเริ่มทางผู้ประกอบอาจออกเอกสารฉบับร่างมาเพื่อเจรจาต่อรองกับนักลงทุนก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยเริ่มสร้างข้อผูกพันทางธุรกิจที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จไปทีละขั้นตามที่เอกสารระบุไว้ได้เลยค่ะ

ตัวอย่างประโยค:

The timeline details and pricing in the purchasing letter of intent allows investors to visualize how the process is going to go.

รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการและราคาในหนังสือแสดงคำสั่งซื้อช่วยให้นักลงทุนได้เห็นว่าธุรกิจจะดำเนินการไปในทิศทางใด

Unicorns

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากับศัพท์คำว่า ‘Unicorns’ ที่หมายถึงสัตว์เทพนิยายที่มีลักษณะเหมือนม้าแต่มีเขาอยู่ที่กลางหน้าผาก แต่ในทางธุรกิจนั้นศัพท์คำนี้คือคำเรียก ‘ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ’ ซึ่งธุรกิจที่มีเงินทุนและมูลค่าสูงขนาดนี้ได้ก็มักจะเป็นธุรกิจที่เติบโตจนพ้นระยะสตาร์ทอัพไปแล้ว อย่างเช่น Uber, Airbnb, Garena, Snapchat, หรือธุรกิจที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง LazadaGroup ก็ติดหนึ่งในสตาร์ทอัพพันล้านเหมือนกันค่ะ

ตัวอย่างประโยค:

Many startups spend their time developing themselves in order to make up the biggest chunk of the Future Unicorns list.

ธุรกิจสตาร์ทอัพหลายแห่งทุ่มเวลาพัฒนาตนเองเพื่อที่จะได้เป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในรายชื่อสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในอนาคต

Pitch Deck / Deck

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการทำธุรกิจสตาร์ทอัพก็คือการ ‘Pitching’ หรือการนำเสนอแผนธุรกิจ ทั้งในรูปแบบของการนำเสนอเพื่อการแข่งขัน และการนำเสนอเพื่อให้นักลงทุนได้ตัดสินใจให้เงินทุนกับธุรกิจของเรา ซึ่งตัว presentation ที่ใช้ก็จะเรียกกันง่ายๆ ว่า ‘Pitch deck’ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีประมาณ 10 – 15 หน้าเป็นการนำเสนอสั้นๆ ให้นักลงทุนเห็นถึงรูปแบบธุรกิจ ขั้นตอนการดำเนินงาน และเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นขั้นตอนที่ต้องเตรียมพร้อมและทำการบ้านไปให้ดี แต่เพื่อเงินทุนก้อนใหญ่นี้ก็ต้องทำให้ได้!

ตัวอย่างประโยค:

Market Size, Marketing Plan, and Traction consider required elements to successful pitching presentations.

ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดตลาด แผนการตลาด และความสามารถในการดึงดูดลูกค้าหรือผู้ใช้บริการนับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่การนำเสนอแผนธุรกิจจำเป็นต้องมี

 Deep-dive meeting

            ‘Deep-dive meeting’ คือขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากที่สตาร์ทอัพของเราประสบความสำเร็จกับการ Pitching ไปขั้นหนึ่งแล้ว โดยถ้าหากการนำเสนอแผนธุรกิจของเราไปเตะตานักลงทุนเจ้าไหน เขาก็จะติดต่อให้เราไปประชุมเพื่อคุยถึงรายละเอียดและสอบถามถึงความเข้าใจในธุรกิจของผู้ประกอบการ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เพราะนอกจากการประชุมจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้โชว์ศักยภาพแล้ว ยังจะทำให้เรามองเห็นข้อดีและข้อบกพร่องของธุรกิจสตาร์ทอัพได้อีกด้วย

ตัวอย่างประโยค:

In the Deep-dive meeting, you should avoid being like a poor listener and poor communicator who doesn’t understand or care what is being asked.

ในการประชุมเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนธุรกิจ คุณควรหลีกเลี่ยงที่จะเป็นผู้ฟังหรือผู้สื่อสารที่ไม่ทำความเข้าใจหรือไม่สนใจในคำถามที่ถูกถาม

Pivot

            ‘Pivot’ แปลว่า “การหมุน” ในเชิงของธุรกิจสตาร์ทอัพ ศัพท์คำนี้จึงหมายถึงการออกแบบ นำเสนอไอเดีย หรือเปลี่ยนสมมติฐานของแผนธุรกิจใหม่ เมื่อแผนเดิมที่วางไว้นั้นไม่เป็นไปอย่างที่คิด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทิศทางของธุรกิจสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุดนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างประโยค:

A pivot could be anything from changing how a product is manufactured to shifting marketing efforts to appeal to new buyer personas.

การออกแบบทิศทางของแผนธุรกิจใหม่สามารถเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนวิธีการผลิตสินค้าหรือการเปลี่ยนแผนการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่

 Return On Investment (ROI)

อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการทำธุรกิจก็คือ ‘ROI หรือ Return On Investment’ นั่นเอง ถ้าจะพูดง่ายๆ ROI ก็คือการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน เพราะเมื่อใดที่นักลงทุนตัดสินใจลงทุนไปแล้ว พวกเขาก็ย่อมอยากรู้ว่าผลตอบแทนที่เขาจะได้รับนั้นเป็นอย่างไร คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปไหม ธุรกิจสตาร์ทอัพได้เติบโตขึ้นบ้างหรือเปล่า ซึ่งการวัดผลตอบแทนจากการลงทุนนี้จะช่วยให้เรามองเห็นทิศทางการทำการตลาดที่สามารถนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย

ตัวอย่างประโยค:

Return On Investment (ROI) is measured as a percentage which can be easily compared with returns from other investments.

การวัดผลตอบแทนจากการลงทุนวัดได้เป็นเปอร์เซ็นต์ ทำให้เราสามารถนำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบอื่นได้ง่ายขึ้น

           และนี่ก็คือ 10 คำศัพท์เกี่ยวกับธุรกิจสตาร์ทอัพที่พี่นำมาฝากกันในวันนี้ ศัพท์หลายคำอาจเคยผ่านหูผ่านตาแต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไร บอกเลยว่าส่วนตัวพี่ก็คือดูซีรีส์อินจนอยากจะตามไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสตาร์ทอัพให้มากขึ้นเลยล่ะค่ะ น้องๆ คนไหนที่ชื่นชอบการดูซีรีส์และมีความใฝ่ฝันอยากจะทำธุรกิจก็เปิด Netflix แล้วคลิกเพิ่มซีรีส์เรื่อง Start-up เก็บไว้ในลิสต์ได้เลยค่ะ ^^

 

ที่มา : www.dek-d.com