แค่ Call out ไม่พอ! จดเพิ่ม 9 ศัพท์ตระกูล ‘Call’ พร้อมความหมายแบบใช้ได้จริง

      

                สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคน ช่วงนี้คนที่เล่นโซเชียลมีเดียคงได้เห็นการ ‘Call out’ บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนให้ช่วยสนับสนุน Free speech หรือสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นสิ่งที่มีในระบอบประชาธิปไตยปกติ แต่ว่านอกจากคำว่า Call out แล้ว ยังมีคำกริยาวลีที่ขึ้นต้นด้วย Call อีกหลายคำเลยค่ะ วันนี้พี่เยลลี่เลยจะพาน้องๆ ไปดูกันว่ามีคำไหนบ้าง แล้วแต่ละคำแปลว่าอะไร ไปดูกันได้เลยค่า

Call out

เริ่มต้นคำแรกด้วยคำว่า Call out ที่เห็นบ่อยๆ ในช่วงนี้เลยค่ะ จริงๆ แล้วคำนี้มีอยู่หลายความหมาย สามารถใช้ได้ในหลายๆ บริบท จากที่เห็นในสถานการณ์โซเชียลปัจจุบันจะหมายถึงการ “เรียกร้องให้ (ใคร) ออกมาทำ (อะไรบางอย่าง)” บางครั้งยังหมายถึงการเรียกแบบฉุกเฉิน เช่น เรียกช่างไฟ ช่างประปา เพื่อให้มาช่วยซ่อม
                นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายตรงๆ แบบ “ตะโกนหรือเรียกเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจ” ก็ได้เช่นกัน ส่วนอีกความหมายที่น่าสนใจคือการ “สั่งหรือแนะนำให้คนงานหยุดงานเพื่อประท้วง” ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเจอคำนี้ต้องดูบริบทดีๆ นะคะ
ตัวอย่างประโยค
– She called out to her father for help.
เธอเรียกพ่อให้ช่วย
– Some people on the bank called out to the man in the boat, but he did not hear them.
คนส่วนหนึ่งที่อยู่ริมฝั่งตะโกนเรียกชายที่อยู่บนเรือ แต่ว่าเค้าไม่ได้ยิน
– The union called out the workers when negotiations with the factory owners failed to bring satisfactory results.
กลุ่มสหภาพแรงงานเรียกร้องให้ผู้ใช้แรงงานออกมาชุมนุม เมื่อผลลัพธ์การเจรจากับเจ้าของโรงงานไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ

Call at

มาต่อกันที่ Call at กันค่ะ คำนี้หมายถึง “แวะที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลาสั้นๆ” ส่วนใหญ่จะใช้กับรถไฟหรือเรือที่แวะจอดตามสถานที่ต่างๆ นั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
This train will call at Osaka and Kyoto.
รถไฟคันนี้แวะจอดที่โอซาก้ากับเกียวโตด้วย

Call by

มีคำว่าแวะที่ใช้กับยานพาหนะแล้ว แล้วถ้าเป็นคนแวะไปนู่นไปนี่ล่ะ? ในกรณีนี้น้องๆ สามารถใช้ Call by ได้เลยค่ะ คำนี้แปลว่า “แวะสถานที่หรือแวะไปหาใครก่อนไปอีกที่หนึ่ง” เป็นการแวะไปแบบสั้นๆ เพราะว่ามีจุดหมายอื่นอยู่แล้ว เช่น แวะซื้อของที่ห้างระหว่างกลับบ้าน หรือแวะไปหาเพื่อนก่อนไปสนามบิน
ตัวอย่างประโยค
I called by at the shop on my way home.
ฉันแวะร้านระหว่างทางกลับบ้าน

Call away

เวลาเห็นคำว่า away เราก็จะแปลได้ประมาณว่าไกลๆ กันอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะคะ ดังนั้น Call away จึงมีความหมายในลักษณะเดียวกัน แปลว่า “ขอให้ (ใครบางคน) หยุดในสิ่งที่กำลังทำเพื่อออกไปอีกที่หนึ่ง” ค่ะ อธิบายสั้นๆ คือ เรียกให้ไป นั่นเอง มักใช้ในกรณีเรียกแบบฉุกเฉินเหมือนโทรตามหมอที่กำลังกินข้าวให้มาดูคนไข้ ต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังทำแล้วออกไปทันที
ตัวอย่างประโยค
She was called away from the meeting to take an urgent phone call.
เธอถูกเรียกตัวระหว่างประชุมให้ออกไปรับโทรศัพท์ด่วน

Call back

สำหรับคำนี้เชื่อว่าน้องๆ ส่วนใหญ่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการ “โทรกลับ” แต่ Call back ยังมีอีกความหมายที่แปลว่า “กลับไปเจอใครหรือไปรับของ” ด้วยค่ะ
ตัวอย่างประโยค
– If the phone rings, say you’ll call back after dinner.
ถ้ามีคนโทรมา บอกไปว่าเดี๋ยวจะโทรกลับหลังทานข้าวเย็นเสร็จนะ
– She said she’d call back later to pick up the report.
เธอบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมาเอารายงานทีหลัง

Call for

มาถึงศัพท์ตระกูล Call อีกตัวที่มีความหมายหลากหลายแบบให้จำ คือคำว่า Call for นั่นเองค่ะ ความหมายแรกเลยหมายถึงการ “เรียกร้อง” แต่เป็นการเรียกร้องต่อสาธารณะให้ทำอะไรที่สำคัญๆ เช่น เรียกร้องให้มีการแบนหรือตรวจสอบอะไรบางอย่าง (call for a ban/inquiry/investigation)
ส่วนความหมายต่อมานั้นคือ “ต้องการ” ค่ะ จะมีเซนส์ของความสำคัญจำเป็นอยู่ด้วย อย่างในใบประกาศรับสมัครงานที่ระบุว่าต้องการคนที่มีความรู้ด้าน xxx เป็นพิเศษ ก็สามารถใช้ Call for ได้เลย อีกความหมายที่น่าสนใจก็คือ “ไปรับคนเพื่อไปอีกที่หนึ่ง” คราวนี้สามารถหลากคำโดยไม่ต้องใช้แค่คำว่า pick up ได้แล้วค่ะ ><
ตัวอย่างประโยค
– They called for an investigation into how the investments were made and who is responsible.
เค้าเรียกร้องให้มีการตรวจสอบที่มาของการลงทุน รวมถึงดูว่าใครเป็นคนดูแลรับผิดชอบ
– This position calls for excellent communication skills.
ตำแหน่งนี้ต้องการคนที่มีทักษะในการสื่อสารดีมากๆ
– I’ll call for you tomorrow and we’ll go to the restaurant together, ok?
เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมารับ แล้วเราไปร้านอาหารด้วยกัน โอเคมั้ย?   

Call on

Call on มีความหมายว่า “ขอให้บุคคลหรือองค์กรทำอะไรบางอย่าง” เป็นการขอหรือเรียกร้องให้ทำแบบที่มีความเป็นทางการอยู่ค่ะ และที่สำคัญคือเป็นอีกคำในตระกูล Call ที่มีความหมายว่า “แวะเยี่ยม” (อีกแล้วพี่สาว) เป็นการแวะแบบสั้นๆ ไม่นานเช่นเคยจ้า
ตัวอย่างประโยค
– The President called on educators and politicians to help him restructure American education.
ประธานาธิบดีเรียกร้องให้บุคลากรทางการศึกษาและนักการเมืองร่วมมือกับตนเองในการปรับปรุงการศึกษาของอเมริกา
– My friend called on me before going back to her hometown.
เพื่อนฉันแวะมาเยี่ยมก่อนที่จะกลับจังหวัดบ้านเกิดน่ะ

Call off

มี Call on แล้วแน่นอนว่าต้องตีคู่มาด้วย Call off ค่ะ คำนี้แปลว่า “ยกเลิก” ใช้ได้ทั้งกับแผนการหรืองานที่กำลังทำอยู่ หรือว่ากำลังจะเกิดขึ้นก็ได้
ตัวอย่างประโยค
It rained so much that they had to call off the soccer game.
ฝนตกหนักมากๆ เค้าเลยต้องยกเลิกการแข่งฟุตบอลไปก่อน

Call upon

มาถึงคำสุดท้ายกันแล้วค่ะ สำหรับ Call upon จะมีความหมายที่เหมือนกับ Call on อยู่ นั่นคือการ “ขอให้บุคคลหรือองค์กรทำอะไรบางอย่าง” หรือจะใช้ในความหมายว่า “เชิญไปพูด” ก็ได้อีกเช่นกัน
ตัวอย่างประโยค
– Thai people called upon the government to hold an election.
ประชาชนชาวไทยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง
– I now call upon the chairman to address the meeting.
ตอนนี้ดิฉันขอเรียนเชิญท่านประธานขึ้นกล่าวคำปราศรัยในที่ประชุมค่ะ      
                ถือว่าเป็นตระกูลศัพท์ที่มีความหมายเยอะและทับซ้อนกันไปมามากค่ะ ต้องจูนสติในการจำกันดีๆ เลย 5555 หวังว่าน้องๆ จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่า ><

ที่มา : www.dek-d.com