เหนื่อยกับอะไรที่ไม่จำเป็น

ในชีวิตการงานมีหลายครั้งที่เรามักหมดเวลาไปกับการทำงานที่ไม่จำเป็น เพราะคิดว่างานนั้นเป็นความจำเป็นที่ต้องทำ โดยเฉพาะงานที่กระทำต่อเนื่องกันมา บ่อยครั้งที่ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าทำไปทำไม และติดกับดักกับการงานที่ไม่จำเป็นน้ี

ตอนช่วงโควิดระบาดในรอบแรกมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้คนเกือบครึ่งหนึ่งแห่กันซื้อข้าวของที่ไม่จำเป็นมากักตุนกันไว้ แล้วในที่สุดก็ต้องทนทุกข์กับของที่กักตุนไว้นั้น เพราะไม่รู้จะใช้หมดกันในกี่ปี คนกักตุนของไม่จำเป็น เพราะคิดไปเองว่าของเหล่านั้นคือสิ่งจำเป็น กะไม่ถูกด้วยว่าจำเป็นต้องมีมากน้อยแค่ไหน ขอแค่ได้ความมั่นใจว่าฉันอยู่สบายท่ามกลางวิกฤติเท่านั้น

ในชีวิตการงานมีหลายครั้งที่เรามักหมดเวลาไปกับการทำงานที่ไม่จำเป็น เพราะเราคิดว่างานนั้นเป็นความจำเป็นที่ต้องทำ ส่วนใหญ่มักเป็นการงานที่กระทำต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปางก่อน ใครเข้ามาทำงานก็พบเห็นขั้นตอนเหล่านี้อยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่คนขี้สงสัยก็ทำตามกันต่อไป โดยบ่อยครั้งที่ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าทำไปทำไม เราติดกับดักแห่งความต่อเนื่องจนกระทั่งหมดแรงหมดเวลาไปกับการงานที่ไม่จำเป็น เพียงแต่เป็นงานดั้งเดิมที่เคยมีมาแล้ว

ดังนั้น จึงไม่น่าเกลียดอะไรที่จะทบทวนกันอย่างจริงจังว่างานเหล่านั้นกระทำไปเพื่ออะไร ไม่ทำแล้วจะเดือดร้อนอะไรบ้างที่อธิบายกันเป็นรูปธรรมได้ชัดๆ โดยต้องไม่ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์กระบวนการดั้งเดิม ตะแบงตรรกะเพียงเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นนั้นยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ต่อไป

บ่อยครั้งที่มีการเรียกร้องของที่เกินเลยความจำเป็น ซึ่งอาจเป็นการสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ ไปจนกระทั่งการช่วยทำส่วนหน้า หรือส่วนหลังของการงานนั้น ซึ่งสรรพสิ่งเหล่านั้นไม่ได้มาฟรีๆ ต้องออกแรงวิ่งเต้น ต้องมีค่าใช้จ่าย ถ้าเหนื่อยวิ่งเต้นแล้ว ถ้าจ่ายไปแล้วการงานสำเร็จเสร็จสิ้นได้ดีขึ้นก็คงไม่เป็นไร แต่ก่อนจะเหนื่อยไขว่คว้าหาสรรพสิ่งเหล่านั้น

ลองขยับขยายทำงานเดิมโดยไม่ต้องมีสิ่งเหล่านั้นกันดูก่อน ลองลำบากขึ้นอีกนิด ถ้าทนได้และงานเสร็จ แสดงว่าสรรพสิ่งที่เราต้องออกทั้งแรงทั้งเงินไปหามานั้น เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นจริงๆ ดังนั้น เก็บแรง เก็บเวลา เก็บเงินทองไว้ดีกว่าจะหมดไปกับของที่ไม่จำเป็นกับความสำเร็จของการงาน ขยายความลำบากในการงานขึ้นอีกนิด ชีวิตจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งความทุกข์จากการวิ่งเต้นเสาะหามานั้น หนักกว่าทุกข์จากความยากลำบากในการพยายามทำให้งานสำเร็จภายใต้บริบทของสรรพสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ลองดูให้ชัดๆ อีกสักหน่อยว่าในบรรดาสรรพสิ่งที่เรามีอยู่นั้น อะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จของการงาน และมีผลดีต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง อะไรบ้างที่เป็นแค่เครื่องประดับของการทำการงานนั้น ถ้าไม่มีก็ไม่ได้ทำให้การงานไม่สำเร็จ ถ้าแยกแยะส่วนนี้ได้อย่างชัดเจน เราจะหลุดพ้นไปจากการดูแลรักษาสิ่งที่เป็นแค่เครื่องประดับ ไม่ใช่แก่นสารของการงานนั้น

การดิ้นรนเพื่อรักษาสิ่งที่ไม่จำเป็นไม่เพียงแต่จะเพิ่มความเหน็ดเหนื่อยในการงาน แต่ยังทำให้ทุกข์ยากในสิ่งที่ไม่จำเป็นโดยไม่มีประโยชน์กับชีวิตอีกด้วย เครื่องประดับหายไป แต่ทุกข์ใจเหมือนเครื่องมือทำมาหากินหายไป ทุกข์ใจเพราะไม่ได้ตระหนักว่าของเหล่านั้นเป็นแค่เครื่องประดับ หลงไปว่าทั้งหมดทั้งปวงคือความจำเป็นที่ต้องมีให้ได้

อย่าเพิ่มความซับซ้อนของการงานโดยไม่มีความจำเป็น ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเท่าไร โอกาสที่จะเรียกร้องหาเครื่องประดับก็มีมากขึ้นเท่านั้น พยายามหาหนทางที่ตรงไปตรงมามากที่สุดในการทำงานนั้นให้สำเร็จ ถ้าต้องการแค่บ้านพออยู่อาศัยชั่วครั้งชั่วคราว ขอแค่เป็นบ้านมีหลังคา มีฝาผนัง มีพื้น มีประตูหน้าต่างก็พอแล้ว อย่าไปเติมเต็มอะไรที่ไม่จำเป็น อย่าเติมสวนดอกไม้ อย่าเติมระเบียงหรูหรา เพราะเครื่องประดับเหล่านั้นไม่ได้ทำให้พื้นฐานดีขึ้น แม้ว่าจะช่วยยกระดับสุนทรีย์ในการอยู่อาศัยเพิ่มเติมขึ้นมา แต่บ้านที่ไม่มีเครื่องประดับเหล่านั้นก็ยังคงเป็นบ้านที่อยู่อาศัยได้อยู่ดี ทำงานแบบเรียบง่ายจะช่วยให้ไม่ต้องเสียแรงไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น

ที่สำคัญที่สุดคือ อย่าไปมองคนอื่นว่าเขามีเครื่องประดับนั้นนี้ที่หรูหรากับการงานของเขามากกว่าเรา อย่าปล่อยให้ใจไปเที่ยวดูคนนั้นคนนี้ว่ามีอะไรมากกว่าเรา แต่ให้ดูแยกแยะให้ชัดเจนว่าที่เขามีนั้น เราจำเป็นต้องมีหรือไม่ในการทำงานของเรา อย่าทำให้เครื่องประดับที่คนอื่นมีเป็นความจำเป็นของเรา ด้วยการยกระดับการงานให้ยุ่งยาก เพียงเพื่อเป็นเหตุผลในการไขว่คว้าหาของที่ไม่จำเป็นเหล่านั้น

รับจดทะเบียนบริษัท  รับทำบัญชี