“เปเล่” จับจอย : “เดวิด เมย์เลอร์” แข้งโนเนมที่บ้า FIFA จนได้ดีและเลิกเตะบอลตั้งแต่ยังหนุ่ม

"เปเล่" จับจอย : "เดวิด เมย์เลอร์" แข้งโนเนมที่บ้า FIFA จนได้ดีและเลิกเตะบอลตั้งแต่ยังหนุ่ม

“คุณเคยเห็น ไอร์แลนด์ ชนะ บราซิล 9-0 ป่ะ?.. ถ้าไม่เคยเดี๋ยวผมทำให้ดู” เดวิด เมย์เลอร์ นักเตะโนเนมกล่าวหลังถูกเชิญไปงานเปิดตัวเกม FIFA 18 ที่ ลอส แอนเจลิส ประเทศอเมริกา

นักฟุตบอลยุคใหม่นั้นมีความคลั่งไคล้ในการเล่นเกมมากมาย หากพูดชื่อเหล่าแข้งที่เอาดีทางด้านนี้ก็ล้วนแต่เป็นแข้งฝีเท้าดีมีระดับทั้งนั้นอาทิ อองตวน กรีซมันน์, เอ็คตอร์ เบเยริน หรือแม้กระทั่ง มุสซ่า เดมเบเล่

เด็กหนุ่มเหล่านี้อาจจะคลั่งไคล้เกมฟุตบอลอย่าง FIFA แต่มันไม่เท่ากับเสือเฒ่าอย่าง เดวิด เมย์เลอร์ นักเตะไอริชที่วนเวียนกับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก และ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ จนไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก

อย่างไรก็ตามในโลกของ FIFA เมย์เลอร์ บอกว่า “ใครก็ได้ เขาเอาชนะได้หมด” จนทำให้เขามีสมญานามว่า “เปเล่ แห่งเกมคอนโซล” 

ติดตามชีวิตนักเตะติด FIFA ตัวจริงเรื่องปิ้งย่างได้ที่นี่

ก่อนจะแก่ ผมก็แค่เด็กคนหนึ่ง

แน่ล่ะ.. ก่อนจะเติบโตและจริงจังกับชีวิตมากขึ้นจนไม่เหลือที่ว่างให้ความสนุก เดวิด เมย์เลอร์ เองก็เป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ เติบโตขึ้นมาในยุคที่ PlayStation จากค่าย Sony ขึ้นมาเขย่าโลกในเวลานั้น และเกมที่เขาชอบที่สุดคงหนีไม่พ้น FIFA เกมฟุตบอลจากค่าย EA

1

“ผมเริ่มเล่นครั้งแรกคือเกม FIFA 98 ตอนนั้นน่าจะอายุ 11 ปี เห็นจะได้” เมย์เลอร์ เล่ากับ The Telegraph

การเกิดมาบ้าเกมอย่างเดียวในยุคนั้นดูจะเป็นเรื่องไม่ดีเท่าสมัยนี้ เพราะไม่มีอาชีพในปัจจุบันอย่าง โปรแกรมเมอร์ และ สตรีมเมอร์ รองรับ ดังนั้น เมย์เลอร์ จึงตั้งใจเล่นฟุตบอลควบคู่ไปด้วย โดยทุกครั้งที่เกม FIFA แต่ละภาควางแผง เขาไม่เคยพลาดที่จะสั่งตั้งแต่ “พรีเซลล์” ทุกครั้งไป เรียกได้ว่าเปิดเกมก่อนใคร เก่งก่อนเพื่อนก็คงไม่ผิดนัก แต่อย่างน้อยในชีวิตจริงเขาก็ถือว่าเป็นเด็กเก่ง ในวงการฟุตบอลประเทศ ไอร์แลนด์ เพราะได้สัญญาอาชีพกับทีม คอร์ก ซิตี้ ตั้งแต่อายุแค่ 16 ปี เท่านั้น และเขาทำ 2 อย่างควบคู่กันเสมอมา ฟุตบอลคืออาชีพเลี้ยงปากท้อง ส่วน FIFA คือจินตนาการที่ช่วยเติมความฝัน อะไรประมาณนั้น

“ผมว่ายุคนั้นมันเป็นเกมที่เหมือนกับฟุตบอลจริงๆ มากที่สุด ผมซื้อเกมทุกภาคแล้วก็มานั่งเล่นกับเพื่อนบ้าน ยิ่งตัวเกมภาคหลังๆ ที่มี Career Mode ทำให้เราได้พยายามหานักเตะที่เราชอบมารวมกันในทีม อันนี้ผมยิ่งอินกับมันมากขึ้นไปอีก” 

2

บางครั้งฝีมืออย่างเดียวก็ไม่ได้การันตีว่าชีวิตคนเราจะไปได้ไกลในเส้นทางของตัวเองขนาดไหน … สิ่งสำคัญที่ต้องมีควบคู่กันคือความทะเยอทะยาน ตัวของ เมย์เลอร์ นั้นแม้ฝันมาตลอดว่าจะได้เล่นในพรีเมียร์ลีกและพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้ฝันเป็นจริง แต่เขาไม่เคยทิ้งเกม ทุกครั้งที่เขาเล่นเกมกับเพื่อนๆ และผลการแข่งขันไม่เป็นใจ เขาจะวางจอยและกลับไปทบทวนว่าทำไมถึงแพ้ เขาไม่ได้เล่นแบบเล่นๆ เขาสนผลลัพธ์ ถ้าเล่นแล้วต้องชนะ นั่นคือสิ่งที่ FIFA สอนเขา

บ้าเกมไปแล้วได้อะไร? 

เมย์เลอร์ นั้นถือเป็นนักเตะอาชีพที่ค้าแข้งในอังกฤษมานานนม ส่วนจะบอกว่าเขาอยู่ในระดับไหนก็คงต้องเรียกว่าระดับโนเนมคงจะไม่ผิดนัก เพราะมีแฟนบอลหลายคนไม่รู้จักเขา เพราะเขาไม่ค่อยได้เป็นตัวหลักของทีมใดที่ไหน เขาย้ายจาก คอร์ก ในไอร์แลนด์ มาเป็นตัวประกอบของ ซันเดอร์แลนด์ (5 ปีลงเล่น 25 เกม) จากนั้นจึงพอมีชื่อเสียงขึ้นบ้างตอนเล่นให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ ทีมที่ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างลีกสูงสุดกับลีกรอง ซึ่งในทีมนั้นเองคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาบ้าเกม FIFA มากขึ้น

3

ผู้เล่นในทีมชุดนั้นหลายคนเป็นนักเตะที่ชอบเล่นเกม FIFA กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ทอม ฮัดเดิลสโตน, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นอกจากนี้ในนามนักเตะทีมชาติไอร์แลนด์ เมื่อเข้าสู่แคมป์เก็บตัวเขายังต้องเจอกับมือดี FIFA อย่าง ดีแคลน ไรซ์ จาก เวสต์แฮม (อย่าแปลกใจในจุดนี้ เพราะในปี 2018 ไรซ์เคยเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์ บ้านเกิดบรรพบุรุษ 3 นัด ทว่าเป็นเกมกระชับมิตรทั้งหมด ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ถิ่นเกิดของเจ้าตัวได้ในปี 2019), แฮร์รี่ อาร์เตอร์ จาก บอร์นมัธ และ คัลลัม โอดอวดา จาก บริสตอล ซิตี้ ซึ่งเรื่องของเซ้นส์การเล่น ณ เวลานั้นยังสูสี ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ทำให้ เมย์เลอร์ ไม่ค่อยพอใจผลงานตัวเองนัก เขาไม่ได้หวังไปถึงการเป็นโปรเกมเมอร์ระดับโลก แต่ขอแค่ไม่แพ้คนรอบตัวก็พอใจแล้ว ดังนั้น เมย์เลอร์จึงลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองใหม่เพื่ออยากจะเป็นเบอร์ 1 ที่ไม่มีใครในทีมเอาชนะได้

“แคมป์ทีมชาติไอร์แลนด์นี่ตัวดีเลยนะ คอเกมทั้งนั้น ไรซ์, อาร์เตอร์ และ โอดอวดา พวกนี้ถึงขั้นยกเครื่อง PlayStation กับ Xbox มาเข้าแคมป์ด้วยเลย”

4

“ตั้งแต่เป็นนักเตะอาชีพผมก็เล่น FIFA แบบจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเพื่อนร่วมทีมหลายคนก็เล่นเกมนี้เหมือนกัน มาถึงจุดหนึ่งผมคิดว่าผมจะทำเป็นเล่นๆ ไม่ได้แล้ว ในตัวเกม FIFA 16/17 ผมตัดสินใจตั้งเป้าหมายไว้ในใจว่า ผมจะซ้อมเล่นเกมให้มากในระดับที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะผมได้อีกเลย” เมย์เลอร์ ที่ ณ เวลานั้นเล่นให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ กล่าว

เขาเริ่มเล่นเกมนี้มากขึ้น และเพิ่มสิ่งที่ตนเองไม่เคยทำ นั่นคือการศึกษาจากนักแข่งอาชีพ คอยแอบเอาเทคนิค และวิธีแก้กลยุทธ์คู่แข่ง เพื่อเอามาปรับใช้กับวิธีการเล่นของตัวเอง ในที่สุดก็ไม่มีใครรอบตัวที่สู้เขาได้อีกแล้ว แฮร์รี่ อาร์เตอร์ ที่เคยผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะถึงกับงงเต็ก หัวร้อนปาจอยเพราะเล่นยังไงก็ไม่ชนะ เมย์เลอร์ เลยด้วยซ้ำ

“จุดได้เปรียบของการเป็นนักเตะอาชีพเมื่อมาเล่นเกมฟุตบอลคือ คุณจะมีเซ้นส์และการอ่านสถานการณ์ที่เหนือกว่าคนอื่นทั่วไปนะ ผมปรับไปใช้และสอนบอล แฮร์รี่ อาร์เตอร์ ซึ่งเขาก็ฝีมือดีระดับหนึ่ง แต่ก็เจอผมเล่นซะหัวร้อนแทบพังจอยเลย” เมย์เลอร์ ว่ากับ Independent

5

สำนักข่าว The Telegraph เดินทางมาที่ ฮัลล์ เพื่อทำสกู้ปเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะพบว่า เมย์เลอร์ นั้นถูกเพื่อนๆ เรียกว่า “เปเล่ แห่งเกมคอนโซล” เพราะถ้าได้เล่นเกมอะไรแล้วก็จะเก่งมากจนเอาชนะยาก โดยเฉพาะเกม FIFA ที่ตัวของ เมย์เลอร์ นั้นเก่งขึ้นมากจนหลังๆ เขาใช้แค่ โคเวนทรี (ทีมที่เขาเคยมีสัญญายืมตัวในระยะสั้นๆ) ก็สามารถเอาชนะเพื่อนร่วมทีมที่เล่นทีมอย่าง เรอัล มาดริด ได้สบายๆ

“ถ้าผมเล่นกับเพื่อนที่ไม่เก่งมากผมให้เขาเลือกก่อนเลย ถ้าเขาเลือกมาดริด ผมขอเลือก โคเวนทรี แบบต่อให้เห็นๆ เลย ผมชอบนะมันสูสีดี เล่นไปก็บ่นนค่าพลังของตัวเองไป (ค่าพลังของ เมย์เลอร์ ในภาค FIFA 19 ช่วงที่เล่นให้ โคเวนทรี อยู่ที่ 69) เพื่อนผมนี่ขำก๊าก บอกผมว่า เป็นไงทีนี้แกรู้หรือยังว่าเจ้านายของแก (โค้ช) รู้สึกยังไงตอนส่งแกลงสนาม” เขาว่าอย่างอารมณ์ดี

เมย์เลอร์ เองยอมรับว่าเขาไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งในระดับหัวแถวหรอก แต่เขาไม่ยอมแน่ๆ ถ้าใครจะบอกว่าเขาบ้าเล่นเกมจนในชีวิตจริงไม่ได้กลายเป็นนักเตะที่ถูกจดจำ เพราะความจริงแล้วมันกลับเป็นคนละข้าง เมย์เลอร์ มั่นใจว่าถ้าไม่เล่นเกม FIFA เขาอาจจะไม่ได้มาเตะฟุตบอลอาชีพในอังกฤษ อันเป็นฝันของชาว ไอริช หลายคนแน่

“ถามว่าคุณจะเล่นเกมไปพร้อมกับอาชีพนักฟุตบอลได้ไหม ผมบอกเลยว่ามันได้แน่นอน 100% อยู่แล้ว” เมย์เลอร์ พูดแล้วชักจะคันปาก

6

“เกมนี่แหละเป็นการเตรียมตัวที่มีประโยชน์โคตรๆ เลยผมจะบอกให้ ถ้าคุณสังเกตสักหน่อยคุณจะพบว่า คุณสามารถศึกษาจุดอ่อนและจุดแข็งของคู่แข่งของคุณในแต่ละเกมได้ พวกเขาถนัดอะไร ชอบเล่นแบบไหน มันเป็นการค้นคว้าที่ทั้งสนุกและเอาไปใช้ประโยชน์ในสนามจริงได้ด้วย” 

“นักเตะอย่าง ไอแดน แม็คเกียดี้ (ทีมชาติไอร์แลนด์) ก็โด่งดังเป็นที่รู้จักของเด็กๆ ยุคใหม่ด้วยท่าที่เรียกว่า ‘McGeady Spin’ ท่าที่มีในเกม FIFA เวลาเขาไปไหนเด็กๆ จะขอถ่ายรูปเซลฟี่เขาด้วยนะ ทั้งๆ ที่ความจริงเขาเล่นเกม FIFA ไม่เป็นด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นมันน่าโมโหชะมัด” เขาหัวเราะ

จากนั้นก็มีคนแย้งว่าแล้วข่าวที่ เดวิด เจมส์ ออกมายอมรับว่าชีวิตนักฟุตบอลของเขาพังเพราะการติดเกมคอนโซลขนาดหนักล่ะ? ไม่นับเป็นผลกระทบจากเกมสู่ชีวิตจริงหรือ? … เมย์เลอร์ ก็ตอบกลับแบบร่ายยาวว่า

“จริงอยู่ครั้งหนึ่ง เดวิด เจมส์ เคยออกมาบอกว่าชีวิตนักเตะอาชีพของเขาพังเพราะติดเกมมากเกินไป แต่ความจริงคือเราต้องรู้ตัวสิว่าเรารับมือกับอะไรได้มากแค่ไหน ผมรู้หมดแหละว่าหน้าที่ของผมคืออะไร ผมต้องแน่ใจว่าผมทำสิ่งสำคัญต่างๆ ในชีวิตครบถ้วน แล้วจากนั้นจึงใช้เกมเป็นเครื่องมือรีเฟรชตัวเอง สำคัญที่สุดคืออย่าอดหลับอดนอน มีเวลาให้ครอบครัวด้วย ครั้งหนึ่งผมเกือบหลงลืมไปเพราะเมียผมทักว่าผมอยู่กับเกมมากกว่าอยู่กับลูก หลังๆ ผมเลยวางโปรแกรมใหม่ ผมจะเล่นเกม FIFA ก็ต่อเมื่อลูกไม่อยู่บ้าน หรือตอนลูกนอนหลับเท่านั้นแหละ” เมย์เลอร์ เถียงสุดใจขาดดิ้นว่าเกมไม่ใช่สิ่งที่ทำลายชีวิตใครหากรู้จักหน้าที่ของตัวเองดีพอ

ผมขอเป็นส่วนน้อย 

คำพูดที่กล่าวไปข้างต้นมักจะเป็นประโยคที่เราได้ยินจากนักเล่นเกมหลายๆ คน แบ่งเวลาเอย, รู้ลิมิตเอย และเอาเกมไปใช้ประโยชน์ในชีวิต ซึ่งมันค่อนข้างจะเห็นภาพยากสำหรับใครบางคนที่เล่นเกมเพื่อความสนุก เพราะพวกเขาไม่ได้ทำเงินจากการเล่นเกมเหมือนกับโปรเหล่านั้น และการจะไปให้ถึงจุดนั้นก็ต้องใช้ความพยายามมากมาย

7

อย่างไรก็ตามเส้นทางของเกมเมอร์ไม่ได้มีแค่นักเล่นอย่างเดียวสักหน่อย อุตสาหกรรมเกมกำลังเติบโตขึ้น ทำให้มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเช่นนักพากย์, ผู้เล่นที่ทำเงินจริงๆ ได้จากเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ “แคสเตอร์” หรือการเล่นเกมให้คนอื่นๆ ทั่วโลกดูผ่านการสตรีมในแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งถ้าหาตัวเองเจอและจับคู่กับอาชีพที่เกิดจากโอกาสเหล่านี้ได้ การไม่ได้เป็นโปรเกมเมอร์ก็ไม่ใช่อะไรที่แย่นักหรอก

ตัวของ เมย์เลอร์ เองถือเป็นนักเตะที่ขาลงของอาชีพมาถึงไวกว่าปกติ จากนักเตะที่เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกช่วงวัยรุ่น เขาถอยมาเป็นขาประจำในลีกรองตอนช่วงอายุ 24 ปีเป็นต้นมา จนกระทั่งในวัย 28 ปี เขาไปไกลถึงขนาดลงเล่นในลีกวัน  ตามปกติแล้วถ้าเป็นนักเตะอาชีพคนอื่นๆ ต้องบอกได้เลยว่าเขากำลังวิกฤติและถึงเวลาที่ต้องคิดถึงอาชีพอื่นๆ รอบ้างแล้ว แต่ เมย์เลอร์ ไม่ใช่อย่างนั้น … เขารู้แล้วว่าจะทำอะไรต่อไปถ้าเลือกฟุตบอลแล้วมันไม่เวิร์กอย่างที่คิด

“ฟังนะ คุณถามนักฟุตบอลทุกวันนี้ 100 คน ว่า ‘หลังแขวนสตั๊ดแล้วคุณจะทำอะไร?’ พวกเขา 90 คนจะตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน … ผมเองก็เริ่มลงเรียนเพื่อสอบไลเซนส์โค้ชแล้วเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมพบว่าตัวเองยืนอยู่จุดไหน และผมก็บอกตัวเองว่าต่อให้ตกงานหรือเล่นอาชีพกับทีมเล็กๆ FIFA จะเป็นส่วนสำคัญชีวิตของผมเสมอ” เมย์เลอร์ กล่าว

8

ด้วยความที่เขาเตะบอลจริงไม่เก่งเท่านักเตะคนอื่นๆ อีกทั้งจะหันมาเป็นเกมเมอร์ก็ช้าเกินไป เมย์เลอร์ จึงเลือกเส้นทาง ยูทูบเบอร์ โดยเริ่มช่องของตัวเองขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยู่กับ ฮัลล์ แล้ว และคอนเทนท์ของเขาที่ลงในช่องของตัวเองก็เกี่ยวกับเกม FIFA ล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สตรีมการแข่งขัน,ชวนเพื่อนๆ มาดวลกัน รวมถึงการเปิดการ์ดนักเตะ ซึ่งช่องของเขาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผ่านเวลามาแล้ว 3 ปี ตอนนี้มีผู้ติดตามกว่า 350,000 คน จน เมย์เลอร์ ถือว่าเป็น อินฟลูเอนเซอร์ คนหนึ่งของวงการ FIFA ในสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว และเป็นแขกพิเศษของ EA เสมอในการเปิดตัวเกมภาคใหม่ๆ เพราะนอกจากช่องของเขาจะมีผู้ติดตามเยอะแล้ว เขายังจัดกิจกรรม จัดแข่งขันเพื่อเอารายได้ไปเข้าการกุศลอีกด้วย

ทุกวันนี้หากคุณถามว่า เมย์เลอร์ ในวัย 30 ปี ที่ถือว่าเป็นวัยที่พีกที่สุดของนักเตะอาชีพกำลังทำอะไรอยู่ คำตอบคือเขาแขวนสตั๊ดไปเรียบร้อยแล้วและทุ่มเทให้กับการเป็น สตรีมเมอร์ หรือ ยูทูบเบอร์ อย่างเต็มรูปแบบ แม้ไม่มีการเปิดเผยรายได้ของเขาในจุดนี้ แต่เราก็เชื่อว่ามันน่าจะมากพอจนทำให้เขาทิ้งอาชีพนักฟุตบอลตั้งแต่อายุแค่ 30 ปี.. ไม่มีใครรู้ว่าอาชีพใหม่ของเขาจะพาตัวเองไปถึงจุดไหน แต่สุดท้าย เมย์เลอร์ ก็เลือกจะอยู่กับมันแล้วและเขาก็มีความสุขกับการเป็นตัวเองยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

“ชอบมีคนมาแซวผมว่า คนอะไรเล่นในเกมเก่งกว่าเตะบอลในชีวิตจริง.. แต่ผมไม่เถึยงพวกเขาหรอกนะ เพราะผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ” เขาฮาก๊ากส่งท้าย เหมือนกับเป็นการส่งข้อความว่าสิ่งที่เขาเลือกนั้นมันสนุกจนเขามองข้ามเกรียนคีย์บอร์ดไปได้เรียบร้อยแล้ว

ที่มา : www.sanook.com