เดิมๆ มันน่าเบื่อ! รวม 8 ประโยคบอกรักแบบคนคูลๆ จาก 8 เพลงสากลแนวคลั่งรักมากเวอร์

สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D พอเข้าสู่เดือนช่วงปลายปีทีไร พี่เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเคานต์ดาวน์รอเทศกาลคริสต์มาสกันอยู่แน่ๆ ยิ่งตอนนี้อากาศเริ่มเย็นๆ ขึ้นมาบ้างก็ทำให้รู้สึกอินมากขึ้นไปอีก >< และพอพูดถึงคริสต์มาส นอกจากจะเป็นวันเฉลิมฉลองของชาวคริสต์แล้ว ในหลายๆ ประเทศแล้ว ยังนับว่าเป็นเทศกาลแห่งการบอกรักด้วยนะ พอบรรยากาศเป็นใจแบบนี้ พี่เลยคัด 8 ประโยคภาษาอังกฤษจาก 8 เพลงรัก ที่น่าเอาไปใช้มาฝากกันครับ  ช่วงนี้แอบคลั่งรักใครอยู่ก็ตามจดไปใช้กันเล้ยย อิอิ    

Photo Credit: Unsplash
Photo Credit: Unsplash

I love you so bad

มาเริ่มกันที่ประโยคนี้เลยครับ “I love you so bad.” จากเพลง ILYSB ของ LANY ซึ่งประโยคนี้ถ้าแปลแบบลวกๆ ตรงตัว หลายคนอาจจะแปลว่า ‘ฉันรักเธออย่างเลว’ 55555 แต่ความจริงแล้วไม่ได้แปลแบบนั้นครับ เพราะคำว่า so bad นั้นมีความหมายเหมือนกับคำว่า a lot ซึ่งแปลว่า เป็นอย่างมาก ฟีลแบบคลั่งเลยแหละ นอกจากนี้ยังสามารถใช้คำว่า so badly ก็มีความหมายเหมือนกันเลยครับ ดังนั้นประโยคนี้จึงมีความหมายว่า ฉันรักเธออย่างมากกกก รักจนใจเจ็บไปหมดแน้ว ㅠㅠ

ตัวอย่างประโยคจากเพลง ILYSB ของ LANY

My heart hurts so good. I love you so bad.

หัวใจของผมมันเจ็บปวดดีเหลือเกิน เพราะผมนั้นรักคุณมากจริงๆ

I adore you.

เวลาบอกรักเราคงจะชินกับประโยค I love you. กันซะส่วนใหญ่ แต่ถ้าอยากเพิ่มความเก๋ไปอีกนิด ลองใช้คำว่า I adore you. ก็ได้เหมือนกันนะ คำว่า adore นั้นเป็นคำกริยา (v.) มีความหมายว่า รักหรือชอบ แต่จะออกแนวรักแบบเทิดทูน คลั่งไคล้มาก ค่อนข้างลึกซึ้ง อย่างคำนี้ในภาษาฝรั่งเศสก็มีใช้เหมือนกันคือ adorer (อะดอเคร่) ซึ่งภาษาอังกฤษน่าจะไปยืมมาใช้นั่นเอง

ตัวอย่างประโยคจากเพลง Adore you ของ Harry Styles

You don’t have to say you love me. Just let me adore you.

คุณไม่จำเป็นต้องบอกรักผมหรอก แค่ให้ผมรักคุณก็พอแล้ว

I fell in love unexpectedly.

เพราะความรักนั้นไม่มีกฎตายตัวว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ กับใคร ที่ไหน บางทีบทจะตกหลุมรักใครก็เกิดขึ้นแบบง่ายๆ ซะงั้น อย่างในภาษาอังกฤษ น้องๆ อาจจะเคยเห็นประโยค ‘Love at first sight.’ ที่แปลว่า รักแรกพบ ซึ่งนอกจากสำนวนนี้แล้วเรายังสามารถพูดว่า I fell in love unexpectedly. ได้เช่นกันครับ และเหตุผลที่ใช้กริยาอดีตแทนที่จะใช้ fall in love ก็เป็นการสื่อว่า เรานั้นตกหลุมรักเค้าไปแล้วนั่นเองครับ อย่างในเพลง Serendipity ของ Albert Posis ก็มีท่อนฮุกที่ใช้ประโยคนี้ด้วย

ตัวอย่างประโยคจากเพลง Serendipity ของ Albert Posis

I fell in love unexpectedly. We ain’t gotta rush this is destiny.

ถึงจะตกหลุกรักแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เราก็ไม่ต้องไปเร่งรัดกับพรหมลิขิตนี้ก็ได้ (ฟีลแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ค่อยๆ รักกันเบาเบา)

Note: Serendipity แปลว่า ความโชคดีในการค้นพบสิ่งที่ต้องการโดยบังเอิญ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ โชคชะตาฟ้าลิขิตนั่นเอง 

I like the vision of us, but something more.

สำหรับใครที่ติดอยู่ใน friend zone อยากขยับความสัมพันธ์จากเพื่อนไปเป็นคนรัก ถ้าอยากจะสารภาพกับเค้าตรงๆ ว่าคิดมากกว่าเพื่อน นอกจากพูดว่า ‘I think of you as more than a friend.’  ยังมีอีกประโยคเก๋ๆ จากเพลง Everlasting ของ Albert Posis ที่เอาไปใช้ได้เช่นกัน นั่นก็คือ “I like the vision of us, but something more.” ผมชอบ(ความสัมพันธ์)ในแบบที่เราเป็นอยู่นะ แต่ก็อยากเป็นมากกว่านั้นอ่ะ ><  //จดๆ

ตัวอย่างประโยคจากเพลง Everlasting ของ Albert Posis

I like the vision of us, but something more. Cause being just friends ain’t enough.

ผมชอบในแบบที่เราเป็นอยู่นะ แต่ก็อยากเป็นมากกว่านั้น เพราะการเป็นแค่เพื่อนกันมันดูเหมือนจะไม่พอ

Not anyone, you’re the one.

เวลารักใครเข้าแล้ว ต่อให้มีใครอีกหลายคนที่คล้ายกัน มันก็คงมาแทนที่ไม่ได้อยู่ดี และสำหรับใครที่อยากได้ประโยคไว้บอกคนๆ นั้นว่าเค้าคือที่หนึ่งในใจเลยล่ะ ประโยคจากเพลง Sanctuary ของ Joji ก็น่าเก็บเอาไปใช้มากครับ กับท่อน “Not anyone, you’re the one.” ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่คนๆ นั้นต้องเป็นคุณคนเดียว อุแง  จริงๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่ออกแนวคลั่งรักมากๆ เลยครับ ใครกำลังอยู่ใน mood นี้ก็เก็บไว้ใน playlist กันได้เลย หรือจะส่งให้คนที่ชอบก็ได้นะ ไม่เขินให้รู้ไปจ้า -////-

ตัวอย่างประโยคจากเพลง Sanctuary ของ Joji

Not anyone, you’re the one. More than fun, you’re the sanctuary.

มันไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ต้องเป็นคุณคนเดียวเท่านั้น เพราะมันไม่ใช่แค่ความรักสนุก แต่คุณน่ะคือพื้นที่ปลอดภัยของผม ^^

Note: Sanctuary นั้นมีความหมายหลายอย่าง เช่น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์,ปูชนียสถาน, ที่ลี้ภัย, ที่หลบภัย ส่วนในเพลงนี้เป็นการเปรียบเปรยว่าเป็น สถานที่ปลอดภัยเอาไว้พักพิงหัวใจนั่นเอง >< (จริงๆ คำว่า Home ก้ได้เช่นกันครับ)

I like me better when I’m with you.

ส่วนใครที่ตอนนี้กำลังรู้สึกดีหรืออยากจะบอกชอบใครสักคน แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดแบบเต็มปากเต็มคำ ก็ต้องประโยคนี้เลย “I like me better when I’m with you.” ฉันชอบตัวเองมากเลยตอนที่อยู่กับคุณ //คนได้ยินคือยิ้มแก้มแตกแล้ววว

ตัวอย่างประโยคจากเพลง I like me better ของ Lauv 

I knew from the first time, I’d stay for a long time, ’cause I like me better when I’m with you.

ฉันรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอคุณ และก็อยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆ เพราะว่าฉันน่ะชอบตัวเองมากตอนที่ได้อยู่คุณ

I’m down for you.

เวลาชอบใครนอกจากจะบอกว่า I like you. ได้แล้ว อีกประโยคเก๋ๆ ที่นำไปใช้ได้เช่นกันคือ I’m down with/for….  ประโยคนี้จะเพิ่มเลเวลความชอบที่มากขึ้นไปอีก ฟีลแบบรักเทิดทูน อะไรก็ยอมทั้งนั้น 55555 และนอกจากจะเอาไปใช้ในเรื่องความรักแล้ว น้องๆ ยังจดเอาไปใช้พูดเวลาเราเห็นด้วยกับคนอื่นก็ได้นะครับ เช่น I’m down with that. ซึ่งมีความหมายว่า ฉันเห็นด้วยกับสิ่งนั้น, I’m down with you. ฉันเห็นด้วยกับคุณ ความหมายเหมือนๆ กับ I’m agree with you. หรือ I’m okay with you. เลยครับ

ตัวอย่างประโยคจากเพลง Down for you ของ Cosmo’s Midnight, Ruel

I’m down either way ‘cause I’m so down for you.

ผมยอมคุณทุกทางนั่นแหละ เพราะผมน่ะชอบคุณมากเลยนี่นา

Can I walk with you?

ปิดท้ายที่ประโยคนี้ หลายคนอาจจะงงว่ามันเป็นประโยคบอกรักยังไงนะ Can I walk with you? นอกจากจะแปลว่า ฉันขอเดินกับคุณได้มั้ย? ประโยคนี้มันมีนัยยะว่ากำลังจีบอยู่ หรือเราสนใจคนนี้มากๆ เหมือนเป็นการแสดงความรักอีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ฉันขอไปกับคุณได้มั้ย  อะไรประมาณนั้น // ถ้าเป็นเพลงไทยก็ฟีลเดียวกับเพลง ไปด้วยกันนะ ของพี่คริสติน่า อากีล่าร์ (รู้อายุเลย แหะ)

ตัวอย่างประโยคจากเพลง Popo (How deep is our love?) ของ Yerin Baek   

Can I walk with you? Or have a tea with you? Your scent makes me feel like I live in Paris.

ฉันขอเดินไปกับเธอได้มั้ย หรือดื่มชากับเธอได้หรือเปล่า กลิ่นหอมของเธอมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังอยู่ในปารีสเลยอ่ะ

ชอบประโยคจากเพลงไหนกันบ้างครับน้องๆ ส่วนพี่ชอบประโยค I like me better when I’m with you. มากเลย  เป็นประโยคที่แบบไม่ได้บอกรักตรงๆ แต่ถ้ามีคนมาพูดแบบนี้ด้วยก็คือน้วยไปหมด 55555  ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาประโยคเหล่านี้ไปบอกรักใคร ยังไงก็บอกรักตัวเองหรือครอบครัวก็ได้น้า และช่วงนี้อากาศก็เริ่มหนาวๆ ขึ้นมานิดนึงแล้ว ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ ^^  

ที่มา : www.dek-d.com