อลังไปอีก! 6 โรงเรียนประจำใน ‘สวิตเซอร์แลนด์’ ที่เหล่าราชวงศ์-ชนชั้นสูง มักส่งลูกมาเรียน

สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์กันใช่มั้ยครับ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยจนติดตาตรึงใจ ในด้านการศึกษาเขายังทุ่มเทมากจนติดอันดับโลกในทุกปี เดี๋ยววันนี้พี่ไพรเลยอยากพาไปส่องโรงเรียน แต่ไม่ส่องธรรมดาครับ เราจะมาในธีม 6 อันดับโรงเรียนที่เหล่าราชวงศ์-ชนชั้นสูงมักส่งลูกหลานมาเรียนกัน! ค่าเทอมนี่เล่นเอาอ้าปากค้าง แต่จะมีความพิเศษยังไงบ้าง ตามมาเริ่มที่อันดับแรกเลยครับ

Boarding School คืออะไร?

ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก Boarding School หรือ “โรงเรียนประจำ” กันก่อนครับ  โรงเรียนเหล่านี้จะมีตารางเวลาและกฎที่วางไว้ให้ทำตามอย่างเคร่งครัด มีหอพักอยู่ภายในตัวโรงเรียน และนักเรียนต้องกลับหอหลังเลิกเรียนด้วย (ถ้าโรงเรียนทั่วไปจะแยกย้ายกลับบ้านตามปกติ) ฟังแล้วอาจจะดูน่ากลัวไปนิดนะครับ แต่สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ หรืออยากหาที่ฝึกระเบียบวินัยให้บุตรหลาน  โรงเรียนประจำถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทีเดียวครับ

ส่วนที่พี่จะพาไปส่องวันนี้ แต่ละโรงเรียนกลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เพิ่งเล่าไป แถมยังน่าเรียนมากเวอร์!

Institut auf dem Rosenberg

ที่ตั้ง: St. Gallen

Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com
Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com

เริ่มกันที่ Institut auf dem Rosenberg (ปี 1889) โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าค่าเทอมแพงที่สุดในโลก ตกราวๆ ปีละ 150,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 4,539,446.75 บาทไทย! นอกจากค่าเทอมจะสูงลิบ ยังขึ้นแท่นโรงเรียนนานาชาติเอกชนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศด้วย

แต่ที่นี่จะรับนักเรียนแค่ปีละ 260 คนเท่านั้น หลายคนคงสงสัยว่าโรงเรียนใหญ่แต่ทำไมรับน้อยขนาดนี้? เหตุผลคือเพื่อให้การสอนมีคุณภาพขึ้น เพราะถึงขั้นสอนตัวต่อตัวได้ เด็กจึงได้รับความรู้และพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ทั่วถึงทุกคนนั่นเอง

Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com/
Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com/

และที่พิเศษกว่านั้นคือแม้จะเก่าแก่ แต่การเรียนการสอนเก๋าเกมสุดๆ มีระบบที่ว่ากันว่าทันสมัยที่สุดในโลก ทั้งห้องเรียนอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ห้องแล็บเพียบพร้อม แถมเอาใจใส่เรื่องอาหารและโภชนาการโดยใช้ทีมครัวที่มีประสบการณ์ในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ (กินหรูอยู่ดีเวอร์~) และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราลองไปดูบรรยากาศโรงเรียนนี้กันดีกว่าครับว่าดีงามขนาดไหน

เข้าชมเว็บไซต์โรงเรียน

Collège Alpin International Beau Soleil

ที่ตั้ง: Villars-sur-Ollon

Photo Credit: https://www.brunner-group.com/en-DE/projects/beau-soleil/
Photo Credit: https://www.brunner-group.com/en-DE/projects/beau-soleil/

อันดับที่สองเป็นของ Collège Alpin International Beau Soleil (ปี 1910)  ถือเป็นโรงเรียนเอกชนที่เก่าแก่รองลงมาจาก Institut auf dem Rosenberg ค่าเทอมที่นี่ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันครับ ค่าใช้จ่ายหนึ่งปีการศึกษาของที่นี่นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 140,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,236,816.93 บาทไทย

นอกจากค่าเทอมจะสูงแล้ว ที่ตั้งของมหา’ลัยนี้ก็สูงไม่แพ้กันเลยครับ โดยตั้งอยู่บนเทือกเขา Swiss Alps ของ Villars-sur-Ollon ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,350 เมตร หรือประมาณ 4,430 ฟุต (ถือว่าเป็นโรงเรียนประจำที่อยู่ห่างไกลมากกก) แน่นอนกิจกรรมก็จัดเต็มเข้ากับสภาพแวดล้อมมากๆ  มีทั้งวิ่ง 10 กิโลเมตรขึ้นภูเขา แข่งสกีบนภูเขาหิมะ กระโดดร่ม เดินป่า หรือมีล่องเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อเฉลิมฉลองประเพณีและโอกาสสำคัญของทางโรงเรียนด้วย นอกจากนี้ในทุกๆ ปีนักเรียนจะได้ออกเดินทางไปเที่ยวรอบโลกเพื่อค้นหาตัวเองและปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ ในต่างแดนด้วย!

Photo Credit: Collège Alpin International Beau Soleil
Photo Credit:  Collège Alpin International Beau Soleil

ส่วนศิษย์เก่าของที่นี่แต่ละคนก็โพรไฟล์ไม่ธรรมดาเลยครับ เพราะส่วนใหญ่มีแต่ตระกูลชนชั้นสูง รวมถึงราชวงศ์ดังๆ จากหลายประเทศด้วย เช่น เจ้าชายเฟลิกซ์และเจ้าชายหลุยส์สองพี่น้องจากราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก นอกจากนี้ตระกูลแอร์เมส (Hermès) หรือที่เรารู้จักกันในนามแบรนด์ของกระเป๋าที่มีชื่อเสียงนั้นก็ส่งลูกหลานเล่าเรียนที่นี้อีกเหมือนกันครับ สำหรับน้องๆ คนไหนที่จินจนาการไม่ออกว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนเทือกเขานี้มันเป็นยังไง ไม่ต้องห่วงครับ พี่ไพรได้หาวิดีโอมาให้น้องๆ แล้ววว

เข้าชมเว็บไซต์โรงเรียน 

Institut Le Rosey

ที่ตั้ง: Rolle

Photo Credit: http://rosey.ch/
Photo Credit:  http://rosey.ch/

มาต่อกันที่อันดับสาม Institut Le Rosey (ปี 1880) โรงเรียนประจำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Rolle ถูกก่อตั้งเพื่อรองรับนักเรียนที่มีเชื้อสายราชวงศ์และขุนนางชั้นสูง ค่าเทอมอยู่ที่ปีละ 130,000 เหรียญสหรัฐ หรือราวประมาณ 3,934,187.15 บาท และด้วยชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้บรรดาราชวงศ์ทั่วทุกมุมโลกยกโขยงส่งลูกหลานเข้ามาเรียนกันที่นี่จนได้ชื่อว่าเป็น “The School of King”  ศิษย์เก่าส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นผู้ที่มีเชื้อสายราชวงศ์ไม่ว่าจะเป็น สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 แห่งเบลเยียม, เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุคแห่งเคนต์, พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ และยังมีลูกหลายขุนนางอีกมากมายนับไม่ถ้วน!

Photo Credit: https://www.metalocus.es/en/news/modernity-and-sustainability-le-rosey-campus
Photo Credit: https://www.metalocus.es/en/news/modernity-and-sustainability-le-rosey-campus
Photo Credit: https://www.rosey.ch/category/news-uk/
Photo Credit: https://www.rosey.ch/category/news-uk/

ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจเลยที่เราจะพบกับสถาปัตยกรรมสุดอลังการเกินความเป็นจริง (จนเกินกว่าคนธรรมดาอย่างเราจะเข้าใจได้ 5555) เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกของเหล่าชนชั้นสูงทั้งปราสาทห้องพักที่สามารถจิบชายามเช้าพร้อมชมวิวทะเลสาบขนาดใหญ่ ห้องซาวน่าอบไอน้ำจากุซซี่ (Jacuzzi) สนามเทนนิส ศูนย์แล่นเรือใบ แต่ แต่ แต่!  ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นแค่สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเท่านั้น ย้ำว่าแค่พื้นฐานเท่านั้นครับ! เรามาส่องความเวอร์วังของโรงเรียน Institut Le Rosey ในคลิปด้านล่างนี้เลย!

เข้าชมเว็บไซต์โรงเรียน

Aiglon College

ที่ตั้ง: Lausanne

Photo Credit: https://www.telegraph.co.uk/education/2016/03/11/the-worlds-most-exclusive-boarding-schools/beau-soleil-collge-alpin-international-switzerland/
Photo Credit: https://www.telegraph.co.uk/education/2016/03/11/the-worlds-most-exclusive-boarding-schools/beau-soleil-collge-alpin-international-switzerland/

มาถึงครึ่ีงทางกันแล้ว ขอต้อนรับสู่อันดับ 4 กับ  Aiglon College (ปี 1949) โรงเรียนประจำท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติบนภูเขา  ถ้าใครชอบวิวทิวทัศน์สวยๆ รับรองต้องฟินสุดๆ ค่าเทอมของที่นี่ตกราวปีละ 116,394 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,522,429.07 บาท สูงพอๆ กับภูเขาของที่นี่เลยนะครับเนี่ย 5555

และด้วยที่ตั้งแบบนี้ทำให้นักเรียนทำกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์แบบจัดเต็มมากกก เช่น สำรวจป่า การตั้งแคมป์ ขี่จักรยานเสือภูเขา พายเรือคายัค ปีนผา ฯลฯ ส่วนจุดเด่นของการเรียนการสอนคือใช้แนวคิดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตบนภูเขา (อารมณ์เหมือนลูกคุณหนูมาใช้ชีวิตชนบทที่นี่) เรียกว่าถอดแบบมาจากโรงเรียนประจำของอังกฤษเลย

Photo Credit: Aiglon College (Facebook)
Photo Credit: Aiglon College (Facebook)

สำหรับน้องๆ คนไหนสงสัยว่าเรียนกันบนภูเขามันจะสบายจริงเหมือนที่พูดเหรอ ไม่ต้องห่วง! ตามไปส่องกันเลยดีกว่า

เข้าชมเว็บไซต์โรงเรียน

Collège du Léman

ที่ตั้ง: Versoix

Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com/boarding-schools-switzerland/college-du-leman.htm
Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com/boarding-schools-switzerland/college-du-leman.htm

มาถึงอันดับ 5 เกือบจะท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ก่อนอื่นอยากให้น้องๆ จินตนาการถึงตึกสุดโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำๆ  ถ้่าใครมีภาพในหัวว่าโรงเรียนประจำต้องมีกลิ่นอายความขลังความเก่าแก่ ตัดภาพนั้นออกไปก่อนครับ! ขอต้อนรับเข้าสู่  Collège du Léman (1960)  โรงเรียนสมัยใหม่ตอบโจทย์นักเรียนต่างชาติ ส่วนค่าเทอมของที่นี่นั้นก็ล้ำไม่แพ้กัน เพราะค่าใช้จ่ายแบบเหมาของที่นี่ตกอยู่ที่ปีละ 94,300 เหรียญสหรัฐฯ เทียบเป็นเงินไทยประมาณ 2,853,798.83 บาท!

Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com/boarding-schools-switzerland/college-du-leman.htm
Photo Credit:  https://www.premiumswitzerland.com/boarding-schools-switzerland/college-du-leman.htm

แม้จะดูทันสมัย แต่จริงๆ โรงเรียนนี่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ.1960 แต่ที่สภาพดูล้ำมากๆ เพราะแต่เดิมโรงเรียนนี้ถูกก่อตั้งบนฝั่งขวาของทะเลสาบเจนีวา ก่อนที่จะย้ายเข้ามาในตัวเมืองเวอร์ซัวส์ (Versoix)  เพื่อรองรับนักศึกษาต่างชาติที่มีกำลังทรัพย์สูง ดังนั้นที่นี่จึงเหมาะกับชาวต่างชาติที่อยากหาโรงเรียนประจำในสวิตเซอร์แลนด์นั่นเองครับ

Photo Credit: https://www.premiumswitzerland.com/boarding-schools-switzerland/college-du-leman.htm
Photo  Credit: https://www.premiumswitzerland.com/boarding-schools-switzerland/college-du-leman.htm

ในเรื่องของศิษย์เก่าของที่นี่นั้นก็มีเหล่าราชวงศ์จากหลายๆ ประเทศเหมือนกัน เช่น เจ้าชายโจเอล สมาชิกของราชวงศ์ของประเทศเอธิโอเปีย หรือนักธุรกิจชื่อดัง เช่น มร.เฟรด โมอาวาด นักธุรกิจเชื้อสายเลบานอน ทายาทรุ่นที่ 4 ของโมอาวาด แบรนด์จิวเวลรี่และเครื่องเพชร พูดแล้วเดี๋ยวจะถูกหาว่าโม้ เอาเป็นว่ามาดูวิดีโอไปพร้อมกันเลยดีกว่าครับ

เข้าชมเว็บไซต์โรงเรียน

The American School in Switzerland (TASIS)

ที่ตั้ง: Ticino

Photo Credit: https://switzerland.tasis.com/page.cfm
Photo Credit: https://switzerland.tasis.com/page.cfm

ปิดท้ายกันที่ The American School in Switzerland TASIS (ปี 1956) โรงเรียนประจำสัญชาติอเมริกัน (ใจอยู่ที่อเมริกาแต่ตัวอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์) ค่าเทอมที่นี่ถูกกว่าที่อื่นๆ เล็กน้อย ตกปีละ 88,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,663,142.07 บาท

และความพิเศษของโรงเรียนสัญชาติอเมริกันแห่งนี้คือการมุ่งเน้นพัฒนาทักษะผู้นำด้านประชาธิปไตย มีการจัดตั้งระบบสภาและคณะกรรมการนักเรียน (Student Council หรือ Student Committee) แบบจริงจังมากๆ ขึ้นมาด้วย ซึ่งนอกจากช่วยให้โรงเรียนเป็นระเบียบ ทุกคนในโรงเรียนยังมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สามารถร้องเรียนปัญหาต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมได้ //ถือเป็นการปลูกฝังความกล้าคิด กล้าแสดงออกตั้งแต่ในโรงเรียนเลยครับ

Photo Credit: https://www.boardingschoolreview.com/tasis-the-american-school-in-switzerland-profile
Photo Credit: https://www.boardingschoolreview.com/tasis-the-american-school-in-switzerland-profile
Photo Credit: https://switzerland.tasis.com
Photo Credit: https://switzerland.tasis.com

ส่วนกิจกรรมที่นี่จะมาแนวช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมสะพาน ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ช่วยเหลือคนพิการ สนับสนุนค่าอาหารกลางวันแก่ผู้สูงอายุ และกิจกรรมเจ๋งๆ อย่างนึงที่เขาต้องการปลูกฝังคือนักเรียนทุกคนจะมีส่วนร่วมในการรีไซเคิลขยะที่ใช้แล้วเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

ก่อนจะจากกันไปพี่ขอพาน้องๆ ไปชมวิดีโอภาพบรรยายกาศของโรงเรียนแห่งนี้กันก่อนครับ จะได้รู้ว่าโรงเรียนที่เน้นประชาธิปไตยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม บรรยากาศในโรงเรียนเค้าเป็นยังไงกันบ้าง? 

เข้าชมเว็บไซต์โรงเรียน

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 6 โรงเรียนประจำที่แม้ค่าเทอมจะสูงลิบลิ่ว แต่มีความพิเศษอยู่ในตัวทั้งนั้น ทั้งการศึกษา กิจกรรม และสิ่งปลูกสร้างที่แสนจะยูนีค ยิ่งเห็นชีวิตของนักเรียนแต่ละแห่งแล้ว เข้าใจทันทีเลยครับว่าการใช้เงินที่แลกกับคุณภาพที่ดีมันเป็นแบบนี้นี่เอง (อิจเบาๆ)

ว่าแต่น้องๆ ละชอบโรงเรียนไหนกันบ้าง คอมเมนต์บอกพี่ข้างล่างได้เลยนะครับ ^^  ใครที่อยากจะรู้ว่ารอบหน้า พี่ไพรจะมาแชร์อะไรก็อย่าลืมติดตามพี่ทางเว็บไซต์ Dek-D กันด้วยนะครับ สำหรับวันนี้พี่ขอตัวไปซับเหงื่อ เจอกันใหม่ครั้งหน้า บ๊ายบายย ..

 

ที่มา : www.dek-d.com