อย่าเล่นจนเพลิน “FaceApp” หรือ “แอปหน้าแก่” มีอะไรที่ควรตระหนัก?

ช่วงนี้แอป “Faceapp” หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า “แอปหน้าแก่” กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

>> คนดังพาเหรดเล่น FaceApp แอปหน้าแก่ที่ฮิตสุดๆ ในตอนนี้ คนสวยคนหล่อแก่แล้วจะเป็นไงมาดูกัน

แต่ว่าเมื่อลองไปดูเงื่อนไขว่าแอปนี้ทำอะไรกับรูปเราบ้าง อาจต้องตระหนักกันซะแล้ว หรือว่าอาจเป็นสงครามทางการเมืองหรือเปล่านะ

1480581-thumbnail

เนื่องจากทางสหรัฐอเมริกาได้ออกมาบอกว่า “ในเงื่อนไขของ Faceapp ระบุว่า Faceapp อาจจะนำรูปไปใช้ประโยชน์อะไรก็ได้ เช่นเอาไปให้ระบบ AI เรียนรู้หรืออาจจะเป็นการขายข้อมูลอย่างเช่นที่ Facebook เคยทำกับ Cambridge Analytica

แต่ก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่าที่อเมริกาออกมาพูดอาจเป็นเพราะกังวลว่าแอปนี้มาจากรัสเซียหรือเปล่า กลัวว่าเป็นการแอบเป็นสายลับให้รัฐบาลรัสเซีย เพราะจริงๆ ทุกแอปไม่ว่าของประเทศไหนที่ต้องประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์มันต้องนำข้อมูลผู้ใช้ไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์อยู่แล้ว แต่ทำไมสหรัฐอเมริกาถึงออกมาพูด

แต่อย่างไรก็ดีทางผู้พัฒนา faceapp ได้แถลงผ่าน The Guardian ว่าแอปของเราอัพโหลดเฉพาะรูปที่คุณเลือกเท่านั้น ไม่ได้ดูดรูปทั้งเครื่อง และรูปที่อัปโหลดไปก็จุดประสงค์เพื่อในไปประมวลผล และจะลบออกภายใน 48 ชั่วโมง อีกทั้งแม้แอปนี้เป็นของรัสเซีย แต่ก็ใช้ระบบ Cloud ของ Amazon และ Google ซึ่งเป็นของสหรัฐอเมริกา และเราไม่มีความคิดจะนำข้อมูลไปขายแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เราจะรู้ได้ไงว่าภายใน 48 ชั่วโมง ทีมงาน Faceapp จะทำอะไรกับรูปไหม

เรื่องน่ารู้ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น

  1. ความจริงแล้วแอปทุกแอปที่ให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตต้องเข้าถึงข้อมูลแล้วนำข้อมูลไปไว้บน Server อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็น App ที่มีความปลอดภัยจะต้องเข้ารหัสข้อมูลที่แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ก็เปิดดูไม่ได้ และเข้าถึงข้อมูลที่ผู้ใช้อนุญาตเท่านั้น
  2. การที่ผู้ให้บริการแอปได้ข้อมูลเราไป หลายครั้งมีการนำไปใช้ประโยชน์จริง แต่เพียงเป็นการแค่ให้ระบบ AI เรียนรู้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดดูได้ เช่นกรณีของ Google Photos ที่ให้อัพรูปฟรีในความละเอียดไม่เกิน 16 ล้านพิกเซลได้ไม่จำกัดเนื้อที่ เหตุเพราะว่า Google ต้องการให้ระบบ Machine Learning ของต้นได้เรียนรู้จากภาพจำนวนมากเพื่อให้ระบบฉลาดขึ้น แยกแยะสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยรูปภาพในระบบนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดดูได้ มีแค่ AI ในระบบที่เห็นกันเองเท่านั้น [คลิกอ่านแถลงจาก Google]
  3. แต่จากกรณีดังกล่าวก็ทำให้บางหน่วยงานไม่ไว้ใจที่จะใช้บริการ อย่างล่าสุดก็คือ “โรงเรียนในเยอรมันเลิกใช้ Office 365 ด้วยเหตุเพราะกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและกังวลว่าอาจเป็นสายลับให้สหรัฐอเมริกา (คำพูดคล้ายๆ กรณีนี้เลยแหะ)”
  4. แต่อย่างไรก็ตามก็มี App บางส่วนที่แอบเข้าถึงข้อมูลนอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้เช่นกัน อันนี้ต้องอ่านเงื่อนไข ดูรีวิวให้ดี และตัดสินใจว่ายังจะใช้อยู่หรือไม่

ซึ่งความเห็นจากคุณนู๋เนย โปรแกรมเมอร์ไทยในสหรัฐอเมริกาก็ออกมาบอกว่าประเด็น FaceApp เป็นเรื่องธรรมดามากๆ การขอใช้สิทธิ์ต่างๆ ก็ปกติ สุดท้ายก็คือความเชื่อใจที่ผู้ใช้จะมีให้นักพัฒนาว่าต้องการให้เข้าถึงข้อมูลของเรารึเปล่า และน่าจะเป็นประเด็นที่ว่าเป็นแอปรัสเซีย จึงทำให้เกิดกระแสปั่นขึ้นมาด้วย

cr. https://www.sanook.com/hitech/1480581/