ส่องความดีงามของ ‘SHMS’ รร.การโรงแรมสุดหรูในสวิสฯ ดีกรี Top5 ของโลก! (เป่าเป้ MasterChef เรียนที่นี่)

                 สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าพูดถึงประเทศที่โด่งดังในฐานะต้นตำรับการเรียนการบริหารจัดการโรงแรม คงต้องยกให้ “สวิสเซอร์แลนด์’ เค้าเลยค่ะ เพราะไม่เพียงแค่เป็นดินแดนธรรมชาติที่งดงามจนหลายคนอยากไปเยือนสักครั้ง แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเรียนหลายเชื้อชาติอยากมุ่งมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการโรงแรมแบบฉบับชาวสวิสเเท้ๆ และยังขึ้นชื่อเรื่องการให้บริการตามหลักการ “Swiss Hospitality Touch” มาอย่างยาวนานอีกด้วยค่ะ
และวันนี้เราก็จะพาไปรู้จัก Swiss Hotel Management School (SHMS)สถาบันการโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในสวิสฯ และชื่อเสียงติด Top5 ของโลกจากการจัดอันดับของ QS World University Rankings บอกเลยว่าดีงามทั้งหลักสูตร โอกาสฝึกงาน สิ่งอำนวยความสะดวก และบรรยากาศในโรงเรียน (เห็นแล้วอิจฉามากกก) ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ!
อาคารเรียนสุดอลัง
อุปกรณ์ & ห้องปฏิบัติการเต็มสูบ
SHMS เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาเครือ Swiss Education Group ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1992 สร้างจากโรงแรมสไตล์พระราชวังแห่งแรกของสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปีแล้ว ดังนั้นตัวอาคารเรียนจึงมีความสวยงามอลังการ มีทั้งห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ โรงละครขนาดอภิมหึมา สปาและห้องทรีทเมนท์พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ตลอดจนห้องอาหาร และห้องปฏิบัติการครัวที่ประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ
และเมื่อจุดแข็งเรื่องการเน้นลงมือปฏิบัติจริง บวกกับทรัพยากรในโรงเรียนที่พร้อมซัพพอร์ตเต็มที่ เลยยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าคนที่จบมาจะเชี่ยวชาญพร้อมลุยงานได้ทันที
SHMS มี 2 วิทยาเขตด้วยกันคือ วิทยาเขต Caux ตั้งอยู่บนหุบเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลสาบเจนีวา และวิทยาเขต Leysin ที่โอบล้อมด้วยวิวของเทือกเขาแอลป์ที่บรรยากาศงดงามราวกับภาพวาดเลยทีเดียว
หลักสูตรเรียนสุดเจ๋ง
มีให้ฝึกงานในโรงแรมชั้นนำ
ปริญญาตรี
หลักสูตร ป.ตรีของที่นี่จะมีระยะเวลาเรียนรวม 3 ปี หลังเรียนจบจะได้ใบปริญญา 2 ใบจาก 2 สถาบันคือ SHMS และ University of Derby โดยมีสาขาวิชาที่เปิดสอนดังนี้
1) Hospitality Management
2) Events Management
3) Hospitality & Events Management
สำหรับในช่วงปี 1-2 ผู้เรียนจะเรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันที่วิทยาเขต Caux จากนั้นเมื่อขึ้นปี 3 จะย้ายไปเรียนที่วิทยาเขต Leysin ซึ่งช่วงปีสุดท้ายนี้จะสามารถลงเรียนวิชาเลือกตามความสนใจได้ อีกทั้งยังมีการทำ project ก่อนจบด้วย สำหรับเรียนการสอนจะเป็นการเรียนกับอาจารย์และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนี้ยังสามารถเลือกภาษาอื่นเพิ่มเติมได้ทั้งภาษาอิตาเลียน ฝรั่งเศส จีน และเยอรมันเลยค่ะ
อนุปริญญาโท
หลักสูตรนี้มีระยะเวลาเรียน 1 ปี เหมาะกับคนที่เรียนจบ ป.ตรีจากสาขาวิชาอื่นๆ แต่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบสายงานด้านบริการ หรือใครที่สนใจอยากพัฒนาเส้นทางอาชีพด้านการโรงแรมก็เหมาะมากๆ เช่นกันค่ะ โดยหลักสูตรที่เปิดสอนมีดังนี้
1) Hotel Opertations Management
2) Hotel Management
3) Events Management
4) Food & Beverage and Restaurant Management
ปริญญาโท
มาต่อกันที่ระดับป.โทกันบ้างค่ะ หลักๆ แล้วหลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียนราวๆ 1-2 ปีขึ้นอยู่กับสาขาที่เลือกเรียน ซึ่งที่นี่เค้าก็เน้นการเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติควบคู่กันเป็นหลัก มี 3 หลักสูตรให้เลือกดังนี้ค่ะ
1) MIB in Hotel Management
2) MIB in Hotel, Resort & Wellness Management
3) MSc in International Hospitality Management
ต้องบอกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่แค่เน้นวิชาการและลงมือปฏิบัติให้รู้ลึกรู้จริง แต่ยังเน้น Soft Skills ให้เป็นมืออาชีพแบบรอบด้าน ทั้งฝึกทักษะด้านอารมณ์ การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่สำคัญกับสายงานนี้ค่ะ
การฝึกงาน
อีกไฮไลต์ที่น่าสนใจมากๆ คือทุกหลักสูตรจะมีการฝึกงาน 4-6 เดือน ทั้งหมด 2 ครั้ง ผู้เรียนจะมีโอกาสไปฝึกงานในโรงแรมชั้นนำของสวิสเซอร์แลนด์ หรือจะไปฝึกงานที่โรงแรมชื่อดังในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ดูไบ จีน แอฟริกาใต้ หรือเลือกกลับมาฝึกที่เมืองไทยก็ยังได้ค่ะ 🙂
Note: ขอแอบกระซิบนิดว่าหากเลือกฝึกงานในสวิสเซอร์แลนด์จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน CHF 2,212 ต่อเดือน (คิดเป็นเงินไทยราวๆ 74,529 บาท) เลยทีเดียวค่ะ เจ๋งมากๆ เลย
ค่าเล่าเรียน
สำหรับค่าเล่าเรียนหลักสูตร ป.ตรีของที่นี่จะรวมค่าที่พัก ค่าชุดนักเรียน ค่าอาหาร และค่าอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ไว้แล้ว เบ็ดเสร็จตลอด 3 ปีจะอยู่ที่ 133,800 CHF หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท ส่วนหลักสูตรอนุปริญญาโทจะอยู่ที่ 35,700 CHF หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท และหลักสูตรป.โทมีค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 38,950 – 40,200 CHF หรือประมาณ 1.3 ล้านบาทค่ะ
การสมัครเรียน
สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเรียนระดับปริญญาตรีจะต้องจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า และมีคะแนนผลสอบภาษาอังกฤษ IELTS 5.5 หรือ TOEFL iBT 55
ทางด้านการสมัครเรียนหลักสูตรอนุปริญญาโทผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับ ป.ตรีไม่จำกัดสาขา หรือมีประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 3 ปีในตำแหน่ง supervisory จากสายอาชีพใดก็ได้ และมีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ IELTS 5.5 หรือ TOEFL iBT 55
ส่วนการสมัครเรียนหลักสูตรปริญญาโท หลักๆ แล้วต้องสำเร็จการศึกษาระดับ ป.ตรี และมีผลสอบภาษาอังกฤษ TOEFL iBT 67-74 หรือ IELTS 6.0 รวมถึงมีประสบการณ์การทำงานไม่ต่ำกว่า 3-5 ปีอีกด้วยค่ะ
Note: เกณฑ์การรับเข้าศึกษาอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือกสมัครเรียน ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่: https://www.shms.com/en/page/how-to-apply/entry-requirements-for-hospitality-management-in-switzerland-3451 
Campus Life
ถ้าพูดถึงชีวิตการเรียนที่นี่คงต้องบอกว่า “ดีงาม” อีกแล้วค่ะ! เพราะด้วยความที่วิทยาเขตทั้ง 2 แห่งล้วนตั้งอยู่บนยอดเขา ดังนั้นพอมองลงมาก็จะเห็นภูมิประเทศที่สวยจนเหมือนฝัน ทั้งวิวที่ฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ รวมถึงทะเลสาบเจนีวาที่รายล้อมอยู่อย่างงดงามเกินคำบรรยายเลยค่ะ
ขอเริ่มที่วิทยาเขต Caux กันก่อน อย่างที่เล่าตอนต้นว่านักเรียนหลักสูตรป.ตรีจะใช้เวลา 2 ปีแรกเรียนที่วิทยาเขตนี้ จริงอยู่ว่าที่นี่เคยเป็นโรงแรมเก่าที่สวยงามแบบคลาสสิก แต่คลาสเรียนของเค้ามีเทคโนโลยีทันสมัยที่ช่วยซัพพอร์ตการเรียนและเชื่อมโยงถึงกันได้ แถมที่นี่ยังตั้งอยู่ห่างจากสนามบินเจนีวาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง จะนั่งรถไฟหรือรถยนต์ส่วนตัวมาก็เรียนก็สะดวกหมด
สำหรับส่วนที่เป็นเอกลักษณ์คือ บริเวณโถงใหญ่ ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับห้องบอลรูมของโรงแรมนั่นเองค่ะ ที่นี่เค้าจะเอาไว้ใช้จัดงานหลากหลายรูปแบบ และนักศึกษาจะได้เรียนรู้การจัดอีเวนต์ผ่านการทำงานจริงๆ จากที่นี่นั่นเองค่ะ
ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารการกินก็ต้องบอกว่า เหมือนอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว และเนื่องจากทางสถาบันได้รวมค่าอาหารในค่าเทอมแล้ว นักศึกษาที่นี่จึงเพลิดเพลินกับอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มอร่อยๆ ได้ทุกวัน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยห้องอาหารและบาร์ให้ได้เลือกกันตามความชอบด้วยค่ะ
มีทั้งห้องอาหารหลักอย่าง Four Seasons ซึ่งจะเสิร์ฟอาหารนานาชาติทั้งมื้อเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ แถมยังมี Coffee Beans Lounge Bar มุมคาเฟ่สวยๆ ซึ่งนักศึกษาที่นี่จะคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำหน้าที่ให้บริการกันค่ะ นับว่าเป็นการเรียนจริงทำงานจริงของแท้เลย 🙂
มาต่อกันที่ส่วนของที่พักกันบ้าง ปกติทางสถาบันจะจัดห้องพักแบบเตียงคู่เอาไว้ให้ พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า อินเทอร์เน็ตและ Wi-Fi ความเร็วสูง ฯลฯ แต่ถ้าใครเลือกพักแบบห้องเดี่ยว หรือห้องดีลักซ์ก็จะมีพื้นที่กว้างขวาง และเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมทั้งยังมองเห็นวิวทะเลสาบด้วย แต่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

ห้องพักแบบเตียงคู่

ห้องพักแบบห้องดีลักซ์
เนื่องจาก SHMS เป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารจัดการโรงแรม ซึ่งก็ไม่ได้เน้นแค่เรื่องของการบริหารโรงแรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการทำอาหารและเครื่องดื่ม การออกแบบ บุคลิกภาพ ฯลฯ ดังนั้นเค้าจึงมีห้องปฏิบัติการครัว เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนและเรียนรู้ศาสตร์ด้านการครัวอย่างครบครัน  แถมยังมีภัตตาคารจำลองให้ได้ซึมซับบรรยากาศการทำงานไปพร้อมๆ กันด้วย
อย่างที่เกริ่นว่าพอขึ้นปี 3 นักศึกษาก็จะย้ายมาเรียนที่วิทยาเขต Leysin ซึ่งการเดินทางมาเรียนก็สุดแสนสะดวก เพราะสามารถโดยสารรถไฟขบวนเล็กมาถึงที่นี่ได้เลย
สำหรับวิทยาเขตนี้ก็มีหอพัก ห้องอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คล้ายกันกับที่ Caux แต่ความโดดเด่นคือ มีสปาและห้องซาวน่าเปิดให้บริการทุกวัน นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการด้านความงามให้ได้ดูแลตัวเองกันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยค่ะ สำหรับนักศึกษาที่เข้าใช้บริการเค้าก็มีส่วนลดพิเศษให้ด้วยนะคะ (น่าอิจฉามากๆ เลย)
นอกจากนี้แล้วการเรียนที่นี่ก็ยังมีอีกหนึ่งข้อดีคือ สามารถเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นในสวิสเซอร์แลนด์ได้ง่ายๆ หรือจะไปเที่ยวประเทศอื่นในยุโรปก็สามารถทำได้เช่นกัน สำหรับจุดหมายปลายทางฮอตฮิตที่นักเรียนที่นี่นิยมแวะเวียนไปก็มี ปราสาทชิลยอง (Château de Chillon), พิพิธภัณฑ์ไวน์, โรงงานผลิตช็อกโกแลต, เมืองโลซาน และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ
มาดูชุดยูนิฟอร์มเรียบหรูดูแพงของนักศึกษาที่นี่กันค่ะ เป๊ะเวอร์ไปอีกกกก!
ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
ขอปิดท้ายกันด้วย “ศิษย์เก่า” ที่มีชื่อเสียงของ SHMS ต้องบอกว่ามีหลายคนมากๆ แต่ที่กำลังน่าจับตาตอนนี้คงเป็นใครไม่ได้นอกจากสาว “เป่าเป้” แชมป์จากรายการ  MasterChef All Stars นั่นเองค่ะ  ซึ่งสาวเป่าเป้เองก็จบการศึกษาด้านการโรงแรมจาก Swiss Hotel Management School (SHMS) ด้วยนะคะ เรียกว่ามี passion ด้านนี้สุดๆ    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสกิลการทำอาหารของเป่าเป้ถึงได้เพอร์เฟกต์ขั้นเทพขนาดนี้~
เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับข้อมูลที่นำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะถูกใจคนอยากเรียนต่อด้านการโรงแรมกันนะคะ รับรองว่าได้เรียนในสิ่งที่ใช่ แถมยังได้มาเรียนในประเทศที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย หากน้องๆ คนไหนสนใจอยากเรียนต่อที่นี่ก็สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.shms.com/en/ เลยค่า ^^
ที่มา : www.dek-d.com