สิทธิเข้าใช้วงโคจร ‘ดาวเทียม’ ในไทย

ขณะนี้หลายประเทศได้เปิดให้สิทธิผู้ประกอบการต่างชาติ ใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ประเทศตนครอบครองอยู่ อย่างเช่นสหภาพยุโรปที่เปิดเสรีในตลาดบริการโทรคมนาคมในระดับสูง แล้วสำหรับประเทศไทยมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?

จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจแพร่ภาพกระจายเสียงในปัจจุบัน ทำให้หลายๆ ประเทศจำเป็นต้องพัฒนาและเกิดการแข่งขันใจกิจการดาวเทียมเพิ่มขึ้น ซึ่งการเปิดเสรีทางด้านกิจการดาวเทียมนั้นถือว่าเป็นทางเลือกที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นพิจารณาเป็นทางเลือกที่สำคัญ เพื่อเปิดให้ดาวเทียมต่างชาติสามารถเข้ามาให้บริการแก่ผู้ใช้บริการภายในประเทศได้

ทั้งนี้ หลายประเทศได้ให้สิทธิผู้ประกอบการต่างชาติใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียมที่ประเทศตนครอบครองอยู่ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคในประเทศตนมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่คุณภาพการบริการ และในแง่อัตราค่าบริการที่ลดลง

สำหรับการเปิดเสรีทางด้านการให้บริการกิจการดาวเทียมนั้น ไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยเฉพาะในบัญชีสาขาบริการที่จะทำการเปิดตลาดขององค์การการค้าโลก แต่ต่อมาภายใต้การเจรจา Fourth Protocol ประเทศภาคีได้ตกลงให้บริการดาวเทียม เป็นการให้บริการตามหลักความเป็นกลางทางเทคโนโลยี ซึ่งหมายถึงการให้บริการต่างๆ ที่สามารถใช้บริการดาวเทียมเป็นตัวส่งบริการได้ ก็ถือว่าบริการนั้นเป็นหนึ่งในการสื่อสารเพื่อส่งผ่านข้อมูล และเพื่อให้ประเทศภาคีเข้าใจตรงกัน จึงได้ประกาศว่าบริการโทรคมนาคมขั้นพื้นฐาน รวมถึงการให้บริการผ่านดาวเทียมที่อยู่ในบริการแพร่ภาพกระจายเสียงด้วย ซึ่งบริการดังกล่าวนี้เป็นบริการที่มีประเทศสมาชิกจำนวนน้อยที่เปิดตลาด เนื่องจากมักมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคงของรัฐ

สหภาพยุโรปได้เปิดเสรีในตลาดบริการโทรคมนาคมในระดับสูง คือเปิดให้ผู้ประกอบการจากสมาชิกประเทศอื่นเข้าสู่ตลาดได้โดยไม่มีอุปสรรค ดังนั้น ผู้ประกอบการดาวเทียมต่างชาติจึงสามารถเข้าไปให้บริการในตลาดของสหภาพยุโรปได้โดยเสรี แต่สำหรับบริการแพร่ภาพกระจายเสียง สหภาพยุโรปได้มีการเจรจาขอยกเว้นการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติอย่างชาติที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) นั่นคือสหภาพยุโรปสามารถเลือกปฏิบัติกับดาวเทียมต่างชาติที่ขอเข้ามาให้บริการแพร่ภาพกระจายเสียงได้

สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างนโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติให้บริการในประเทศไทย โดยให้นิยามว่าดาวเทียมต่างชาติ คือ GSO (Geo-stationary Earth Orbit) และ Non-GSO ที่ใช้สิทธิข่ายงานดาวเทียมของประเทศอื่น โดยมีขอบเขตของนโยบายนี้ใช้กับดาวเทียมสื่อสารที่อย่างน้อยต้องรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายไทย

ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม พ.ศ.2563 สอดคล้องกับข้อบังคับวิทยุของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนตามแผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ซึ่งถือเป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมโดยระบบการอนุญาตของประเทศไทย

ประกาศดังกล่าวได้นิยามถึงสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเป็น 2 ประเภท คือ สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น และสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ ซึ่งทั้งสองสิทธินี้มีความแตกต่าง ดังนี้ 

“สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นต้น” หมายความว่า สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ที่เกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยได้แจ้งขอใช้ข่ายงานดาวเทียมต่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และอยู่ในขั้นตอนการจัดพิมพ์ข้อมูลล่วงหน้า หรือขั้นตอนการประสานงานคลื่นความถี่ แต่ยังไม่ได้รับการแจ้งจดทะเบียน และบันทึกไว้ในทะเบียนความถี่หลักระหว่างประเทศแห่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU)

“สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์” หมายความว่า สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมที่ประเทศไทยได้รับเมื่อข่ายงานดาวเทียมได้รับการแจ้งจดทะเบียนและบันทึกไว้ในทะเบียน ความถี่หลักระหว่างประเทศแห่ง ITU

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมเพื่อใช้ในการให้บริการเชิงพาณิชย์ จะต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคมด้วย โดยผู้ขอรับอนุญาตเพื่อใช้ในการให้บริการเชิงพาณิชย์จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(1) เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย (2) มีสถานประกอบการในประเทศไทย (3) ต้องมิใช่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิ 2 ล้านบาทต่อหนึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม

สำหรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมตามแผน และสิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมสำหรับข่ายงานดาวเทียมที่มีอยู่เดิมที่ไม่มีการใช้งานตามสัญญา ดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กสทช.จะประกาศกำหนดต่อไป โดยผู้ขอรับอนุญาตเพื่อใช้ในภารกิจของหน่วยงานหรือเพื่อใช้งานเฉพาะกิจ ไม่ใช้เพื่อการให้บริการเชิงพาณิชย์ ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(1) เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ (2) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และต้องมิใช่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิ)

ทั้งนี้ ระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมจะแบ่งตามประเภทสิทธิที่ได้รับอนุญาต กล่าวคือ สิทธิขั้นสมบูรณ์จะมีระยะเวลาการอนุญาต 15 ปี นับแต่วันที่ได้รับสิทธิ และสำหรับสิทธิขั้นต้นจะมีระยะเวลาการอนุญาตนับแต่วันที่ได้รับสิทธิไปจนถึงวันที่จะได้รับสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์

ประกาศฉบับดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนมาสู่ระบบการอนุญาต หรือเปิดตลาดเสรีในกิจการดาวเทียมของไทยที่ไม่ใช่ลักษณะการให้สิทธิแบบระบบสัมปทานในรูปแบบเดิม อีกทั้งในอนาคตยังมีการเข้ามาแข่งขันจากดาวเทียมจากต่างชาติเพิ่มขึ้นด้วย จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการให้บริการกิจการดาวเทียมของไทยนั้นจะมีการเดินหน้าต่อยอดอย่างไรให้โปร่งใสและเป็นธรรมต่อไป

รับจดทะเบียนบริษัท,รับทำบัญชี,รับจดทะเบียนบริษัท ราคาถูก,รับจดทะเบียนบริษัท ทั่วไทย,รับจดทะเบียน ออนไลน์,รับจดทะเบียนบริษัท ต่างชาติ,รับจดทะเบียนบริษัท ด่วน,รับจดทะเบียนบริษัท ร้านค้า,รับจดทะเบียนบริษัท คนเดียว , รับจดทะเบียนบริษัท ที่ไหน , รับจดทะเบียนบริษัท ช่วงโควิด-19 , รับจดทะเบียนบริษัท ท่องเที่ยว , รับจดทะเบียนบริษัท ก่อสร้าง