สหรัฐฯ เตรียมแบน “TikTok” และแอปโซเชียลของจีน

Thailand Web Stat
สหรัฐฯ เตรียมแบน "TikTok" และแอปโซเชียลของจีน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะสั่งห้ามใช้แอปพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์จากจีน รวมทั้ง TikTok ตามคำกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ พอมเพโอ ที่ให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว Fox News ในวันจันทร์

istock-1169692106

รมต.พอมเพโอ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจัง ซึ่งจำเป็นต้องทำให้ถูกต้อง แต่ตนจะไม่เปิดเผยรายละเอียดก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะออกมาแถลงเสียก่อน

รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า การดาวน์โหลดแอพป TikTok คือการส่งมอบข้อมูลส่วนตัวของตนไปอยู่ในมือของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ทางด้านโฆษกของ TikTok มีแถลงตอบโต้คำกล่าวของนายพอมเพโอ โดยระบุว่า “TikTok มีซีอีโอเป็นคนอเมริกัน มีพนักงานหลายร้อยคนและผู้บริหารระดับสูงที่อยู่ภายใต้นโยบายด้านความมั่งคงและปลอดภัยของสหรัฐฯ” และว่า “ภารกิจสำคัญของเราคือการสนับสนุนให้สมาชิกสามารถใช้แอปได้อย่างปลอดภัย และเราไม่เคยให้ข้อมูลใด ๆ ของผู้ใช้ แก่รัฐบาลจีน และจะไม่ทำเช่นนั้นหากรัฐบาลจีนขอร้องมาเช่นกัน”

แอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งเป็นของบริษัทสตาร์ทอัพ ByteDance ในกรุงปักกิ่ง ถูกวิจารณ์โดยนักการเมืองอเมริกันหลายคนว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหน่วยงานข่าวกรองและรัฐบาลจีน และเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ ทาง TikTok ยืนยันว่า ข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดถูกเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลนอกประเทศจีน และไม่ถูกผูกพันทางกฎหมายกับรัฐบาลจีน โดยข้อมูลของผู้ใช้ในอเมริกาก็ถูกเก็บไว้ในอเมริกา และมีศูนย์เก็บข้อมูลสำรองที่สิงคโปร์

TikTok ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ และประเทศตะวันตกอื่น ๆ โดยเฉพาะในปีนี้ที่ถูกดาวน์โหลดไปมากกว่า 315 ล้านครั้งในช่วงสามเดือนแรกของปี ซึ่งมากที่สุดเป็นสถิติใหม่ตามการเปิดเผยของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Sensor Tower

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลอินเดียเพิ่งประกาศบล็อค TikTok และแอปอื่น ๆ ของจีนเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของอินเดีย

สหรัฐฯ เตรียมแบน “TikTok” และแอปโซเชียลของจีน

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณ…(อ่านทั้งหมด)

 

ที่มา : www.sanook.com