สศก.ถก ‘เอเปค’ ดันแผนความมั่นคงอาหารฝ่า ‘โควิด’

สศก. หารือร่วมสมาชิกเอเปค ลุยแผนความมั่นคงอาหารภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก มู่งสู่ปี 2030 พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติงานเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 (The Food Security Roadmap towards 2030) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมี Mr. Philip Houlding ผู้อำนวยการกองนโยบายระหว่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานของนิวซีแลนด์ ในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปค ปี 2564 เป็นประธานการประชุม

พร้อมด้วยสมาชิกเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจเพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 สำหรับสมาชิกเอเปคในการพัฒนาการดำเนินงานด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19

ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำหนดแผนพัฒนาแผนงานความมั่นคงอาหาร มุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 ให้มีวัตถุประสงค์ เพิ่มการมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอมีคุณภาพที่เหมาะสมและมีคุณค่าทางโภชนาการในภูมิภาค ตอบสนอง ต่อความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุนและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เพิ่มการมีส่วนร่วมในระบบอาหาร

โดยส่งเสริมความก้าวหน้าในการสร้างโอกาสในด้านต่างๆ เพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานอาหารของภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน

หลังจากนี้ ทางนิวซีแลนด์จะกำหนดจัดสัมมนาในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 4 – 7 พ.ค. 2564เพื่อหารือใน 4 หัวข้อหลัก คือ การสร้างความยืดหยุ่นในระบบอาหารของเอเปคเพื่อลดผลกระทบและสามารถรับมือจากแรงกดดัน ความตึงเครียดจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ การส่งเสริมระบบอาหารแบบองค์รวมสำหรับ SMEs สตรีและชนพื้นเมือง การเพิ่มผลผลิตประสิทธิภาพและนวัตกรรม

และ กำหนดเป้าหมายที่ชาญฉลาดและการติดตามการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางเจ้าภาพนิวซีแลนด์ จะนำผลลัพธ์ที่ได้จากการหารือ และข้อเสนอแนะจากการสัมมนาฯ ไปกำหนดประเด็นสำคัญเพื่อพัฒนาเป็นแผนงานความมั่นคงอาหาร โดยจะมีการรับรองแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ 2030 หรือ ปี พ.ศ. 2573 ในการประชุมระดับรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปคช่วงเดือนส.ค. 2564 ที่จะถึงต่อไป

การประชุมฯ ดังกล่าว เป็นโอกาสอันดีของไทยในฐานะสมาชิกเอเปคและรองประธานการประชุมหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหารเอเปค (APEC Policy Partnership on Food Security Meeting : PPFS) ในปี 2564 อีกทั้งจะเป็นประธาน PPFS ในปี 2565 ในการร่วมพัฒนาแผนงานความมั่นคงอาหารมุ่งสู่ปี ค.ศ. 2030 ให้แล้วเสร็จ และมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิบัติงานเพื่อให้เขตเศรษฐกิจสมาชิก ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ไทยควรผลักดันเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมความมั่นคงอาหารในภูมิภาคเอเปค ที่สำคัญ คือ การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ – เศรษฐกิจหมุนเวียน – เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio – Circular – Green Economy : BCG Economy รวมถึงนโยบาย “3S” ของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งเรื่อง Safety ความปลอดภัยของอาหาร Security ความมั่นคงของภาคการเกษตรและอาหาร และ Sustainability ความยั่งยืนของภาคการเกษตร รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับอาเซียนและนานาประเทศ เพื่อฝ่าวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจโลกของภาคเกษตร ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านความมั่นคงอาหารจะร่วมมือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง จะได้ผลักดันประเด็นเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพร้อมที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเปค ปี 2565

 

 

รับจดทะเบียนบริษัท,รับทำบัญชี,รับจดทะเบียนบริษัท ราคาถูก,รับจดทะเบียนบริษัท ทั่วไทย,รับจดทะเบียน ออนไลน์,รับจดทะเบียนบริษัท ต่างชาติ,รับจดทะเบียนบริษัท ด่วน,รับจดทะเบียนบริษัท ร้านค้า,รับจดทะเบียนบริษัท คนเดียว , รับจดทะเบียนบริษัท ที่ไหน , รับจดทะเบียนบริษัท ช่วงโควิด-19 , รับจดทะเบียนบริษัท ท่องเที่ยว , รับจดทะเบียนบริษัท ก่อสร้าง