สรุป พ.ร.บ.เงินทดแทน ประกันสังคม ฉบับใหม่ ลูกจ้างต้องรู้ ! ได้ค่าชดเชยอะไรเพิ่มขึ้น

ลูกจ้างต้องรู้ ! พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับใหม่ ของประกันสังคม เพิ่มสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ดีขึ้นยังไง พร้อมวิธีคำนวณชัด ๆ  

เงินทดแทน

ในชีวิตการทำงานเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะมีโอกาสเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ จนจำเป็นต้องหยุดงาน ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงตั้งกองทุนเงินทดแทนขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างในเรื่องต่าง ๆ และล่าสุดได้มีการประกาศ พ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2561 ซึ่งทำการปรับปรุงความคุ้มครองให้ดีขึ้น (อ่านข่าว – ลูกจ้างรัฐ-เอกชนเฮ ! ได้เงินทดแทนเพิ่มเป็น 70% ตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน) วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงมีรายละเอียดของ พ.ร.บ.เงินทดแทน 2561 มาฝากกันว่าปรับแล้ว ดีขึ้นยังไงบ้าง

กองทุนเงินทดแทน คืออะไร ?
 

 กองทุนเงินทดแทน เป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของประกันสังคมเพื่อต้องการให้ลูกจ้างทั้งรัฐและเอกชน มีสิทธิได้รับเงินทดแทนและสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือต่าง ๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้หยุดงานจากการทำงาน เช่น เจ็บป่วย ประสบอันตราย สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ ตายหรือสูญหาย โดยคุ้มครองลูกจ้างตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน ซึ่งเงินในส่วนนี้จะมาจากนายจ้างที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทุก ๆ ปี

พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับใหม่ ปรับปรุงอะไรบ้าง
 

พ.ร.บ.เงินทดแทน ปี 2561 ได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์หลายอย่างให้ดีและครอบคลุมมากขึ้น ดังนี้

1. กรณีเจ็บป่วย จากการทำงานจนไม่สามารถทำงานได้
เงินทดแทน

• ได้รับเงินชดเชยหยุดงานเพิ่มเป็น 70% จากเดิม 60% ของค่าจ้างรายเดือน (ฐานค่าจ้างสูงสุด 20,000 บาท) โดยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุให้หยุดพักรักษาตัว และลูกจ้างหยุดพักรักษาตัวจริงตามใบรับรองแพทย์

          • ได้รับเงินชดเชยตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน จากเดิมจ่ายเฉพาะกรณีหยุดงาน 3 วันติดต่อกัน โดยจะได้รับเงินต่อเนื่องไม่เกิน 1 ปี
          • ลูกจ้างราชการ ได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน จนสิ้นสุดการรักษาไม่ว่าค่ารักษาจะเป็นเท่าไร
          • ลูกจ้างส่วนเอกชน ได้รับสิทธิเพิ่มค่ารักษาพยาบาลจนการรักษาสิ้นสุด จากเดิมตั้งเพดานที่ 2 ล้านบาท
          • กรณีลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน นายจ้างจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

• หากลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ต้องฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานภายหลังประสบเหตุ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

          วิธีคำนวณเงินทดแทน กรณีเจ็บป่วย
          ตัวอย่างเช่น

– ได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท โดยใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวเป็นเวลา 2 เดือน
วิธีคำนวณ คือ 20,000 x 70% = 14,000 บาท
ลูกจ้างหยุดงาน 2 เดือน = 14,000 x 2
เงินทดแทนที่ได้รับ =  28,000 บาท  

– ได้รับค่าจ้างเดือนละ 10,000  บาท โดยใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวเป็นเวลา 10 วัน
วิธีคำนวณ คือ 10,000 x 70% = 7,000  บาท
ลูกจ้างหยุดงาน 10 วัน = 7,000 / (30/10)
เงินทดแทนที่ได้รับ =  2,333.33  บาท

2. กรณีสูญเสียอวัยวะบางส่วน
 

เงินทดแทน

 

• ได้รับเงินชดเชยหยุดงานเพิ่มเป็น 70% ของค่าจ้างรายเดือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 10  ปี 

สำหรับการประเมินค่าทดแทนการสูญเสียอวัยวะ ลูกจ้างต้องได้รับการรักษาพยาบาลจนสิ้นสุดการรักษา และอวัยวะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่ลูกจ้างประสบอันตราย หลังจากนั้น สามารถติดต่อเพื่อเข้ารับการประเมินการสูญเสียอวัยวะได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาหรือลูกจ้างทำงานอยู่

          วิธีคำนวณเงินทดแทน กรณีสูญเสียอวัยวะบางส่วน
 

เช่น ได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000  บาท โดยแขนขาดระดับข้อศอก ซึ่งจะได้รับเงินทดแทนไม่เกิน 10 ปี หรือ 120 เดือน
วิธีคำนวณ คือ 20,000 x 70% = 14,000 บาท
ได้เงินทดแทน 120 เดือน = 14,000 x 120

          เงินทดแทนรวมที่ได้รับ = 1.68 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากลูกจ้างเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับค่าทดแทนครบตามระยะเวลาที่ได้รับสิทธิ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าทดแทนนั้นให้แก่ทายาท หรือผู้มีสิทธิ จนครบกำหนดระยะเวลา แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี เช่น ลูกจ้างต้องได้รับเงินทดแทนเป็นเวลา 10 ปี แต่ได้รับเงินเพียง 7 ปี ก็เสียชีวิต เงินทดแทนส่วนที่เหลืออีก 3 ปี นายจ้างจะต้องจ่ายให้ทายาท หรือผู้มีสิทธิต่อไป

3. กรณีทุพพลภาพ 
เงินทดแทน
 
          • ได้รับเงินชดเชยหยุดงานเพิ่มเป็น 70% ของค่าจ้างรายเดือน

• เพิ่มระยะเวลาจ่ายเงินทดแทน เป็นไม่น้อยกว่า 15 ปี จากเดิมไม่เกิน 15 ปี

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การเป็นผู้ทุพพลภาพ หมายความว่า ลูกจ้างสูญเสียอวัยวะ หรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย หรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ จนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่สามารถทำงานตามปกติได้ สามารถประเมินการสูญเสียอวัยวะได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาหรือลูกจ้างทำงานอยู่

          วิธีคำนวณเงินทดแทน กรณีทุพพลภาพ 

เช่น ได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท โดยลูกจ้างสูญเสียอวัยวะจนเข้าหลักเกณฑ์ทุพพลภาพ
ลูกจ้างจะได้รับเงินทดแทน 20,000 x 70% = 14,000 บาท/เดือน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือ 180 เดือน

          นั่นคือ ไม่น้อยกว่า 14,000 x 180 = 2.52 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากลูกจ้างเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับค่าทดแทนครบตามระยะเวลาที่ได้รับสิทธิ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าทดแทนนั้นให้แก่ทายาท หรือผู้มีสิทธิ จนครบกำหนดระยะเวลา แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี

4. กรณีเสียชีวิตหรือสูญหาย
เงินทดแทน
 
          • เพิ่มระยะเวลาจ่ายเงินทดแทน 70% ของค่าจ้างรายเดือน ให้ผู้มีสิทธิเป็น 10 ปี จากเดิม 8 ปี

• กรณีเสียชีวิต นายจ้างต้องจ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกค้าตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

สำหรับกรณีสูญหาย หมายความว่า การที่หายไปในระหว่างทำงานหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้าง ซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าลูกจ้างเสียชีวิต เพราะประสบเหตุอันตราย รวมถึงการที่ลูกจ้างหายไประหว่างเดินทาง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 120 วันนับแต่วันเกิดเหตุ

          ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือสูญหาย ได้แก่
          1. มารดา
          2. บิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย
          3. สามีหรือภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย
          4. บุตรที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้มีสิทธิรับเงินทดแทนจนกว่าจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
          5. บุตรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป หากอยู่ระหว่างการศึกษาในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้มีสิทธิรับเงินทดแทนจนกว่าจะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี
          6. บุตรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ที่ทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ซึ่งอยู่ในอุปการะของลูกจ้างก่อนลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหาย
          7. บุตรของลูกจ้างซึ่งเกิดภายใน 310 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างถึงแก่ความตาย หรือวันที่เกิดเหตุสูญหาย มีสิทธิรับเงินทดแทนนับแต่วันคลอด

8. หากไม่มีบุคคลดังกล่าวข้างต้น ให้ผู้อยู่ในอุปการะของลูกจ้างก่อนลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหายเป็นผู้มีสิทธิ แต่ผู้อยู่ในอุปการะดังกล่าวจะต้องได้รับความเดือดร้อน เพราะขาดอุปการะจากลูกจ้างที่ตายหรือสูญหาย

          วิธีคำนวณเงินทดแทน กรณีเสียชีวิตหรือสูญหาย 

เช่น ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท แล้วเกิดเสียชีวิตจากการทำงาน
ดังนั้น ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินทดแทน 20,000 x 70% = 14,000 บาท

          เป็นระยะเวลา 10 ปี นั่นคือ 14,000 x 120 = 1.68 ล้านบาท
เงินทดแทน

 

พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับใหม่ เริ่มใช้เมื่อไหร่
 

พ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2561 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป

พ.ร.บ.เงินทดแทน ฉบับใหม่ ใครมีสิทธินี้บ้าง
 
          กฏหมายกองทุนเงินทดแทนฉบับนี้ จะคุ้มครองลูกจ้างในองค์กร ดังต่อไปนี้
          1. ลูกจ้างในองค์กรเอกชน
          2. ลูกจ้างราชการ (ไม่รวมข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ)
          3. ลูกจ้างในองค์กรที่ไม่ได้แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ

4. ลูกจ้างที่ได้รับการจ้างงานในต่างประเทศ (Local staff) ของสถานเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศ

 ประกันสังคม

วิธีใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน
 

การแจ้งรับเงินทดแทน ให้นายจ้างยื่นแบบ กท.16 (ดาวน์โหลด) ณ สำนักงานประกันสังคม หรือส่งทางไปรษณีย์ภายใน 15 วันนับจากวันที่ทราบการเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย

นอกจากนี้ ลูกจ้างจะยื่นด้วยตัวเองก็ได้ ผ่านแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01) (ดาวน์โหลดภายใน 180 วัน ส่วนถ้าการเจ็บป่วยเกิดหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ให้ยื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย

กองทุนเงินทดแทน ถือว่าเป็นอีกสิทธิประโยชน์ดี ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือลูกจ้างทั้งรัฐและเอกชน และสำหรับใครที่ต้องการทราบรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506

แหล่งที่มา : money.kapook.com