สทนช. เตรียมเร่งเก็บกักน้ำในทุกแหล่งหวั่นฝนน้อย ก.ค.- ส.ค.

สทนช.เร่งสำรวจแหล่งเก็บน้ำ รองรับน้ำฝนช่วงตกชุก เม.ย.- มิ.ย.นี้ สำรองน้ำไว้ใช้ หลัง กอนช.ประเมินมีแนวโน้มฝนลดลงในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน เกิดพายุฤดูร้อน ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่กว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยปริมาณน้ำไหลเข้าสูงสุดที่ภาคเหนือ 166 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันตก 164  ล้าน ลบ.ม. ภาคใต้ 121 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 47 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก 29 ล้าน ลบ.ม. และภาคกลาง 21 ล้าน ลบ.ม.

 ซึ่งปริมาณฝนตกจะต่อเนื่องจนถึงเดือนมิ.ย.และจะมีแนวโน้มฝนลดลงในเดือนก.ค.- ส.ค.  ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าปกติอีกครั้งในช่วงเดือนก.ย. ดังนั้น พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) จึงได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประสานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นหาทางกักเก็บน้ำจากฝนที่ตกในช่วงเดือนเม.ย.- มิ.ย. นี้

เพื่อให้มีปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอไว้ใช้ในทุกกิจกรรม  ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบให้กับบางพื้นที่ที่อาจจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเนื่องจากฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยได้ ตามข้อมูลการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.)

สำหรับสถานการณ์น้ำของแหล่งน้ำทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 39,253 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 48% ของความจุ    เป็นปริมาณน้ำใช้การ 15,356 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 26% โดยปัจจุบันยังพบว่ามีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมต่ำสุดถึง 12 แห่ง ได้แก่ แม่กวงอุดมธารา แม่งัดสมบูรณ์ชล ภูมิพล แม่จาง แม่มอก สิริกิติ์ บึงบอระเพ็ด จุฬาภรณ์ ลำปาว บางพระ ศรีนครินทร์ และวชิราลงกรณ์

อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% จำนวน 88 แห่ง แยกเป็น ภาคเหนือ 24 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 40 แห่ง ภาคตะวันออก 9 แห่ง และภาคตะวันตก 4 แห่ง ซึ่งแหล่งน้ำทุกแห่งมีความพร้อมรองรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาได้อย่างเพียงพอสำรองไว้ใช้ในฤดูฝนนี้

จากการประเมินน้ำต้นทุนแหล่งน้ำทั่วประเทศ เมื่อสิ้นสุดฤดูแล้ง ณ วันที่ 1 พ.ค. 2564 คาดว่าจะมีปริมาตรน้ำรวม 37,632 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46% ของความจุ โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีปริมาตรน้ำใช้การรวม 9,774 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้รวม 96,249 ล้าน ลบ.ม.

“ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ กอนช. ได้เตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายใต้ 10 มาตรการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนปี 2564 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการแจ้งเตือนภัยในระดับต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายคณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “

ประกอบด้วย 1. คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ  2. การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก  3. ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์ การบริหารจัดการน้ำ ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง และเขื่อนระบายน้ำ 4.  ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์/ระบบระบายน้ำสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน 5. ปรับปรุง แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ

  1. ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา 7. เตรียมพร้อม/วางแผนเครื่องจักร เครื่องมือ ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 8. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ 9. สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ และ 10. ติดตามประเมินผล ปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างการเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโดยเร็วก่อนเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงกลางเดือน พ.ค. นี้อย่างเป็นทางการต่อไป

 

 

รับจดทะเบียนบริษัท,รับทำบัญชี,รับจดทะเบียนบริษัท ราคาถูก,รับจดทะเบียนบริษัท ทั่วไทย,รับจดทะเบียน ออนไลน์,รับจดทะเบียนบริษัท ต่างชาติ,รับจดทะเบียนบริษัท ด่วน,รับจดทะเบียนบริษัท ร้านค้า,รับจดทะเบียนบริษัท คนเดียว , รับจดทะเบียนบริษัท ที่ไหน , รับจดทะเบียนบริษัท ช่วงโควิด-19 , รับจดทะเบียนบริษัท ท่องเที่ยว , รับจดทะเบียนบริษัท ก่อสร้าง