“ลิเดีย-แมทธิว” อาการดีขึ้นได้เจอกันแล้ว หลังป่วยโควิด-19 แชร์ข้อมูลขั้นตอนการรักษา

หลังจากที่ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และ แมทธิว ดีน ได้เข้ารับการรักษาจากอาการป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นระยะเวลากว่า 10 วัน ถึงวันนี้อาการของทั้งคู่ดีขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญ ลิเดีย และ แมทธิว ได้เจอหน้ากันและอยู่ด้วยกันแล้วเรียกว่ากำลังใจมาอย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว

ซึ่งก่อนจะยิ้มและมีกำลังใจที่ดีแบบวันนี้ ลิเดีย ได้เล่าถึงอาการป่วยที่ผ่านมาโดยเธอบอกว่ามีอาการปอดอักเสบและต้องเข้ารักษาดูอาการอย่างใกล้ชิดที่ห้อง ICU จนกระทั่งอาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

“หลังจากที่ต้องแยกกันมาอาทิตย์กว่า ตอนนี้เดียกับพี่แมทได้อยู่ด้วยกันแล้วค่ะ มีกำลังใจดีขึ้นเยอะค่ะ”

“อาการช่วงแรกของเดียที่เข้าโรงพยาบาลคือไม่เป็นอะไรเลยที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นหวัด ไม่เจ็บคอแล้ว ไม่มีน้ำมูกเลย ไม่ไอ แต่มีไข้ 37 กว่า ก็เลยทำให้คิดว่ากำลังจะหาย จากการ Xray วันแรกก็ไม่เห็นอะไรในปอด สัญญาณทุกอย่างดีหมด แต่คุณหมอท่านสั่งทำ CT scan วันรุ่งขึ้น ผลออกมาคือไวรัสเข้าไปในปอดแล้ว แต่ไม่แสดงอาการเลย เดียไม่หอบ ไม่เหนื่อย ระดับออกซิเจนดีหมด แต่ปอดเริ่มอักเสบ”

“เดียถูกย้ายไปไอซียูเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดและเริ่มทานยาทันที เดียรู้สึกแข็งแรงดีทุกอย่าง หายใจได้ ไม่มีอาการหวัด แต่มีผลข้างเคียงจากยาที่ทานเพราะค่อนข้างแรงและเยอะ อาการจากยาก็จะมีเวียนหัว คลื่นไส้ ท้องเสีย ไม่อยากอาหาร และตามัวเหมือนสายตาสั้น ก็ต้องพยายามทานข้าวให้ได้เพื่อจะได้ทานยา”

“หลังจากเริ่มยาและอยู่ไอซียูมา 5 วัน เดียไม่มีไข้แล้ว สัญญานทุกอย่างดี Xray ปอดดูไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ก็ได้ย้ายออกจากไอซียู ตอนนี้ได้อยู่ด้วยกันกับพี่แมทแล้วค่ะ”

“อาการของพี่แมทแตกต่างจากเดีย พี่แมทไปถึงโรงพยาบาลวันแรกๆ มีไข้และคัดจมูกและมึนๆ หัวนิดหน่อย แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีไข้ไปอีก 3 วัน ตอนนั้นไม่ได้ทานยา ก็คิดว่าเริ่มดีขึ้น แล้วปล่อยให้หายเองได้ แต่หลังจากนั้นไข้กลับมาใหม่และท้องเสียหมอรีบ Xray ก็พบว่าเริ่มมีอาการปอดอักเสบเหมือนเดีย พี่แมทจึงเข้า ICU และเริ่มยาทันที หลังจากกินยา ตอนนี้ทั้งคู่ไม่มีไข้แล้ว และออกจากไอซียูแล้ว”

“ตอนนี้คุณหมอและพยาบาลทำงานกันหนักโดยที่ไม่ได้กลับบ้านกันเลย ขอความร่วมมือจากทุกคนให้อยู่บ้าน อย่าออกไปรวมตัวกันเป็นกลุ่มข้างนอก ถ้าจำเป็นต้องออกก็ขอให้ใช้ความระมัดระวัง พยายามหลีกเลี่ยงที่ๆ คนเยอะๆ ช่วยกันนะคะ เราจะได้ผ่านมันไปได้ค่ะ”

ที่มา : www.sanook.com