รุนแรง สวยงาม สมจริง : วิเคราะห์ 10 ท่าไม้ตายสุดสมบูรณ์แบบในกีฬามวยปล้ำ

Thailand Web Stat
รุนแรง สวยงาม สมจริง : วิเคราะห์ 10 ท่าไม้ตายสุดสมบูรณ์แบบในกีฬามวยปล้ำ

หนึ่งในเสน่ห์ของกีฬามวยปล้ำคือ “ท่าไม้ตาย” หรือท่าที่นักมวยปล้ำ จะใช้ปิดบัญชี เล่นงานคู่ต่อสู้เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นการจับกดนับสาม หรือทำให้ยอมแพ้

นักมวยปล้ำทุกคน ล้วนมีท่าไม้ตาย แต่ไม่ใช่นักมวยปล้ำทุกคน จะมีท่าไม้ตายที่ดี.. ในวงการมวยปล้ำ ท่าไม้ตายมีผลมากกว่าที่ใครคาดคิด หากนักมวยปล้ำได้รับท่าไม้ตายที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมกับตัวเอง ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม ท่าไม้ตายสามารถส่งนักมวยปล้ำคนนั้น กลายเป็นสุดยอดนักมวยปล้ำได้ทันที

ท่าไม้ตายที่สมบูรณ์แบบ จะต้องสวยงาม สมจริง ดูรุนแรง หรือทำให้คนดูเชื่อว่า จะสามารถทำให้นักมวยปล้ำ ผู้ใช้ท่า ได้รับชัยชนะอย่างสนิทใจ รวมถึงต้องแตกต่างจากท่าไม้ตายทั่วไป ที่สำคัญที่สุด ท่าไม้ตายนั้นต้องเข้ากับตัวตนของนักมวยปล้ำ

นี่คือ 10 ท่าไม้ตายที่เราเลือกมา ในฐานะท่าไม้ตายสุดเพอร์เฟค ที่ยากจะหาท่าไหนมาเทียบเทียม

STUNNER : STONE COLD STEVE AUSTIN

ว่ากันตามบทบาท ในโลกมวยปล้ำ Stunner ของ Stone Cold Steve Austin คือหนึ่งในท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุด.. แม้ว่าแท้จริงแล้ว ท่า Stunner เป็นท่าที่อยู่ในตระกูล Jawbreaker หรือท่าประเภทหักคาง พูดอย่างตรงไปตรงมา คือเป็นท่าชั้นล่างของวงการมวยปล้ำ อย่าพูดถึงการใช้ท่านี้กดนับ 3 แค่ทำให้คู่ต่อสู้นอนกับพื้นยังลำบาก

นี่คือความพิเศษของท่า Stunner ที่ถูกพัฒนาจากท่าพื้นๆ ให้กลายเป็นท่าไม้ตายระดับตำนาน ซึ่งต้องให้เครดิตกับ Stone Cold ที่ใช้ท่านี้ได้อย่างรุนแรงสมจริง

อีกทั้งท่า Stunner ถือว่าเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ กับ Stone Cold ด้วยคาแรคเตอร์เดินหน้า ฆ่าไม่เลือกของเขา ทำให้เขาต้องการท่าไม้ตาย ที่สามารถจัดการคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว รุนแรง และที่สำคัญที่สุด ต้องโคตรเท่

ข้อดีของ Stunner คือสามารถใส่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องการท่าเซ็ตอัพ ไม่ต้องรอจังหวะ หรือการเล่าเรื่องอะไร แค่เตะ แล้วตามด้วยการหักคอคู่ต่อสู้ … เปรี้ยง นับ 3 ชูมือให้ Stone Cold ได้เลย

อีกอย่างการชูนิ้วกลาง ก่อนใส่ท่า Stunner ของ Stone Cold ยิ่งทำให้ท่านี้ดูเท่ ดูเจ๋ง กว่าท่าไม้ตายทั่วไป จนทำให้ทุกวันนี้ สื่อหลายสำนัก ยกให้ Stunner คือท่ามวยปล้ำที่ดีที่สุดตลอดกาล หรืออย่างน้อยก็ต้องติด Top 3

ความสมบูรณ์แบบของ Stunner ไม่ได้เกิดจากท่ามวยปล้ำเพียวๆ แต่นี่คือท่าที่สมบูรณ์แบบที่สุด หากมีผู้ใช้ที่ชื่อว่า Stone Cold Steve Austin ที่เข้าใจตัวตน การสื่ออารมณ์ของท่าไม้ตายท่านี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ นอกจาก Stone Cold จึงแทบไม่มีนักมวยปล้ำคนไหน หยิบท่านี้มาใช้ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะใช้ท่านี้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แม้แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา ยังเคยเป็นหนึ่งในเหยื่อของท่า Stunner.. เราคงจะหาท่าไม้ตายที่สุดยอดกว่านี้ไม่ได้แล้ว

SWEET CHIN MUSIC : SHAWN MICHAELS

อีกหนึ่งท่าไม้ตายที่แฟนมวยปล้ำ รู้จักกันดี.. Sweet Chin Music ไม่ต่างกับ Stunner คือเป็นท่าที่ดัดแปลงมาจากท่าธรรมดาๆ อย่าง Superkick ซึ่ง Sweet Chin Music อาจจะดูแย่กว่า Stunner ด้วยซ้ำ เพราะมันคือ Superkick ธรรมดาๆ ที่โดนเอามาเปลี่ยนชื่อใหม่เท่านั้น

แต่แฟนมวยปล้ำทุกคนคงรู้สึกแบบเดียวกันว่า Superkick ไม่ใช่ Sweet Chin Music.. Sweet Chin Music คือ Sweet Chin Music สุดยอดท่ามวยปล้ำถีบปากคน อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งต้องมอบเครดิตแบบเต็มๆ ให้กับคนใช้ท่านี้

Shawn Michaels คือหนึ่งนักมวยปล้ำที่ฉลาดอย่างมาก ในการเลือกใช้ท่ามวยปล้ำ รวมถึงช่วงเวลาที่จะใช้ท่ามวยปล้ำ ดังนั้นสิ่งง่ายๆ ที่เขานำมาปรับใช้ กับท่า Sweet Chin Music คือผู้ชมต้องไม่มีทางคาดเดาได้ว่า เขาจะใช้ท่านี้จัดการกับคู่ต่อสู้ในช่วงเวลาไหน

ทุกวันนี้แฟนมวยปล้ำล้วนคุ้นชิน กับท่า Superkick แบบคาดเดาไม่ได้ แต่นั่นล้วนเป็นอานิสงส์จาก Sweet Chin Music ที่มีโมเมนต์มากมายที่น่าจดจำ ในวงการมวยปล้ำ ซึ่ง Shawn เคยใช้ท่านี้ แม้กระทั่งตอนที่เขากำลังปีนบันไดมาแล้ว

สิ่งที่ทำให้ Sweet Chin Music เหนือกว่า Superkick เป็นเพราะทุกครั้งที่ Shawn ใช้ท่านี้ เขาจะสร้างทั้งความตื่นเต้น และประหลาดใจ ให้กับคนดู อันเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ในวงการมวยปล้ำ

ทำให้ท่า Sweet Chin Music คือหนึ่งในท่าไม้ตายที่สมบูรณ์แบบ เพราะมีคนเดียวเท่านั้น ที่จะใช้ท่านี้ได้ คือ Shawn Michaels

CANADIAN DESTROYER : PETEY WILLIAMS

นี่คือท่ามวยปล้ำ ที่แฟนมวยปล้ำต่างเล่าขาน และเชื่อสุดใจว่า นี่คือหนึ่งในท่ามวยปล้ำที่รุนแรง และอันตรายที่สุดในโลก

Canadian Destroyer คือหนึ่งในท่าตระกูล Piledriver หรือท่าที่เอาหัวคู่ต่อสู้ปักลงกับพื้น ซึ่งปกติก็เป็นท่าที่รุนแรง และอันตรายอย่างมาก ในกีฬามวยปล้ำ ดังนั้นท่านี้จึงพิเศษมากขึ้นไปอีก เพราะแทนที่จะปักหัวคู่ต่อสู้ลงไปธรรมดา ผู้ใช้ท่าต้องตีลังกาหนึ่งรอบ เพื่อปักหัวคู่ต่อสู้ลงไป

ใครที่ได้ดูท่าไม้ตายนี้เป็นครั้งแรก ล้วนรู้สึกอึ้งและทึ่ง กับความสร้างสรรค์ สวยงาม และรุนแรงของท่านี้ โดยเฉพาะหากย้อนไปในปี 2004 ที่ท่าไม้ตายนี้ เป็นที่รู้จักของแฟนมวยปล้ำทั่วไป ความแปลกใหม่ของท่านี้ เรียกได้ว่าเขย่าวงการมวยปล้ำ ให้สั่นสะเทือนเลยทีเดียว

ความเป็นจริง Canadian Destroyer คือท่าที่ไม่รุนแรงแม้แต่น้อย เพราะมันคือการตีลังกาพร้อมกันของคนสองคน.. ผู้ใช้ตีลังกาไปข้างหน้า คนที่ถูกใส่ตีลังกากลับหลัง เพียงแค่ต้องทำให้พร้อมกัน และสวยงาม ผลลัพธ์จะออกมาเป็น หนึ่งในท่าไม้ตายที่สมบูรณ์แบบที่สุด ของโลกมวยปล้ำ

อย่างไรก็ตาม ท่านี้ถือว่ามีความอันตรายอย่างมาก เพราะหากผิดพลาด นักมวยปล้ำทั้งสองคน สามารถคอหัก ได้อย่างง่ายดาย

ท้ายที่สุด หากเราพูดถึงท่าไม้ตาย ที่ดูสวยงาม สร้างสรรค์ และออกมาได้อย่างรุนแรง ไม่มีท่าไหนจะสมบูรณ์แบบ ไปกว่า Canadian Destroyer.. ปัจจุบันท่านี้ ถูกหยิบจับมาใช้บ่อยครั้ง โดยนักมวยปล้ำสายเม็กซิโก และสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนมวยปล้ำ ทุกครั้งที่ท่านี้ปรากฎตัวบนสังเวียนมวยปล้ำ

RAINMAKER : KAZUCHIKA OKADA

หลายคนอาจมีภาพจำ กับกีฬามวยปล้ำในฐานะการแสดง ทำให้พาลคิดไปว่า กีฬามวยปล้ำเจ็บไม่จริง แต่ท่า Rainmaker คือท่าไม้ตาย ที่เคยเล่นงานนักมวยปล้ำ จนนำไปสู่อาการกระทบกระเทือนทางสมองมาแล้ว

แฟนมวยปล้ำจำนวนหนึ่ง รู้สึกว่าท่า Rainmaker ไม่ได้พิเศษอะไร เป็นเพียงแค่ท่า Lariat (หรือ Clothesline) ธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ท่ามวยปล้ำท่านี้ เปลี่ยนภาพจำต่อท่าไม้ตาย ในวงการมวยปล้ำ นับตั้งแต่ปรากฎตัวในปี 2012

จากปกติที่ท่าแบบเอาแขนฟาด ผู้ใช้ต้องวิ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้.. แต่ Rainmaker เปลี่ยนนิยามนั้น ด้วยการดึงคู่ต่อสู้เข้าหาตัวเอง แล้วฟาดแขนอย่างรุนแรงใส่คู่ต่อสู้ ด้วยพลังแขนของ Okada ที่สามารถฟาด จนแผ่นไม้หักเป็นสองท่อน ได้แบบสบายๆ ช่วยให้ท่าไม้ตายนี้ ดูรุนแรงสมจริงมากขึ้น

แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดสำหรับท่า Rainmaker คือท่าในที่ช่วยสร้างความสนุก ให้กับแมตช์การปล้ำอย่างมหาศาล เพราะในช่วงแรกที่ Okada ใช้ท่า Rainmaker ไม่เคยมีใครทนท่านี้ได้ ทุกคนที่โดนท่านี้ จะถูกจับกดนับสาม

ท่าไม้ตาย Rainmaker ยกระดับ Okada อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาเป็นแชมป์โลก IWGP ภายในระยะเวลา 1 เดือนหลังจากเริ่มใช้ท่าไม้ตายท่านี้.. ทุกแมตช์การปล้ำของ Okada จะถูกเล่าผ่านเนื้อเรื่องเดียว นั่นคือ คู่ต่อสู้ของ Okada จะทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ตนเอง ต้องตกเป็นเหยื่อของ Rainmaker เป็นอันขาด

ขณะที่ Okada จะทำทุกวิธีทาง เพื่อใส่ท่า Rainmaker ให้ได้ เพราะท่านี้สามารถแก้ และสวนกลับได้อย่างง่ายดาย (Okada เคยเสียแชมป์โลก เพราะถูกแก้ท่า Rainmaker มาแล้ว).. ด้วยเงื่อนไขของท่า Rainmaker ช่วยสร้างอารมณ์ร่วม ให้กับแฟนมวยปล้ำเป็นอย่างมาก

เพราะทุกครั้งที่ Okada จับคู่ต่อสู้หันหลัง เตรียมใส่ท่านี้ ผลลัพธ์สามารถออกได้สองทาง หนึ่งคือ Okada อาจโดนโต้กลับจนนำไปสู่ความแพ้ สองคือ Okada เล่นงานคู่ต่อสู้จนหัวปักพื้น และนั่นคือจุดจบของแมตช์การปล้ำ

Rainmaker ไม่ใช่ท่ามวยปล้ำที่สวยที่สุด รุนแรงที่สุด สร้างความตื่นตาตื่นใจมากที่สุด แต่ไม่มีท่ามวยปล้ำ ท่าไหน ที่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับแฟนมวยปล้ำ ได้เท่ากับท่านี้มาก่อน เพราะ Rainmaker ถูกออกแบบ เงื่อนไขในการใช้ การเล่าเรื่องตามแบบฉบับมวยปล้ำญี่ปุ่น ออกมาได้เป็นอย่างดี

Rainmaker จึงเป็นเหมือนบิดา ของท่าไม้ตาย ที่สามารถเล่าเรื่องราวของท่า เล่าถึงความแข็งแกร่งของท่า โดยที่เราไม่ต้องเห็น Okada ใช้ท่านี้เสียด้วยซ้ำ และความสมบูรณ์แบบของการเล่าเรื่อง ผ่านท่าไม้ตายท่านี้ นำไปสู่การให้กำเนิดท่าไม้ตาย ท่าหนึ่งที่อาจเรียกได้ว่า เป็นท่าไม้ตายที่ดีที่สุด ตั้งแต่โลกใบนี้เคยมีมา

ONE WINGED ANGEL : KENNY OMEGA

WON คือนิตยสารและสำนักข่าว เกี่ยวกับกีฬามวยปล้ำ ที่ดังที่สุดในโลก และทุกๆ ปี WON จะแจกรางวัลท่าไม้ตายยอดเยี่ยม ซึ่งมีท่าไม้ตายเพียงท่าเดียว ที่ได้รับรางวัลท่าไม้ตายยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน นั่นคือ One Winged Angel

เป็นเรื่องปกติของโลกมวยปล้ำ ที่ท่าไม้ตายแนวเอาหัวปักพื้น จะได้รับการยกย่อง จากแฟนมวยปล้ำ เพราะมันเปี่ยมไปด้วยความอันตราย และผู้ใช้จำเป็นจะต้องเชี่ยวชาญ ที่จะทิ้งคู่ต่อสู้ลงไปทิ่มกับพื้น โดยไม่เกิดอุบัติเหตุคอหักตามมา

One Winged Angel คือหนึ่งในท่าที่อันตรายที่สุด การที่ต้องแบกคู่ต่อสู้ไว้บนไหล่ แล้วปักลงมา นั่นหมายความว่า นักมวยปล้ำผู้ใช้ท่า ต้องนำคอของคู่ต่อสู้ ที่อยู่สูงกว่า 3 เมตรจากพื้น ปักลงไป ไม่ใช่ท่าที่นักมวยปล้ำทุกคน จะสามารถใช้ได้.. แต่หากคุณฝึกอย่างหนัก ใช้จนเชี่ยวชาญ ทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือท่าไม้ตายที่สวยงาม และรุนแรงมากที่สุดท่าหนึ่งของโลก

เว็บไซต์ Whatculture ยกย่องให้ท่าไม้ตายท่านี้ คือท่าไม้ตายอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน เพราะท่าไม้ตายมวยปล้ำแนวหักคออย่างหนักแบบท่านี้ แทบไม่มีใครใช้ นับตั้งแต่โลกมวยปล้ำเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เพราะมันอันตรายเกินไป แต่ Omega สามารถทำให้ท่ามวยปล้ำท่านี้ ถูกนำมาใช้ จนเห็นเป็นประจำในปัจจุบัน

นอกจากจะรุนแรง สวยงาม และทำได้ยาก อีกจุดเด่นสำคัญของ One Winged Angel คือการเอาแนวทาง การปูเนื้อเรื่องผ่านท่าไม้ตาย แบบ Rainmaker มาใช้.. One Winged Angel ไม่ใช่ Stunner หรือ Sweet Chin Music ที่อยากจะใช้เมื่อไหร่ ก็สามารถใช้ได้ เพราะการจะใช้ท่านี้ ต้องใช้การเซ็ตอัพ เป็นเวลานาน และการแก้ท่านี้ ก็เป็นเรื่องง่ายมากๆ

One Winged Angel ถูกสร้างขึ้นในฐานะท่าไม้ตาย ที่รุนแรงมากๆ ระดับเดียวกับ Rainmaker นั่นคือโดนทีเดียวจอด อันที่จริงต้องบอกว่า แรงกว่า Rainmaker เสียด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่ Omega ใช้ท่านี้ เป็นท่าไม้ตาย มีแค่ครั้งเดียวที่ One Winged Angel ไม่สามารถจับกดคู่ต่อสู้ให้นับสาม

ไม่ต่างกับ Rainmaker.. One Winged Angel กลายเป็นแมตช์ที่เล่าเรื่อง ได้เป็นอย่างดี บนสังเวียนมวยปล้ำ Kenny Omega ต้องเล่นงานคู่ต่อสู้อย่างหนัก ตลอดทั้งแมตช์ เพื่อที่จะให้เขาใส่ท่าไม้ตายสุดโหดให้ได้ ขณะที่คู่ต่อสู้ ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้เป็นเหยื่อของท่านี้

4 มกราคม 2017 คือครั้งแรกที่ Okada ปล้ำตัวต่อตัวกับ Omega และนั่นคือการปะทะกันครั้งแรก ระหว่าง Rainmaker กับ One Winged Angel สองท่าไม้ตาย ที่หากผู้ใช้สามารถใส่ท่าไม้ตายของตนเองได้ก่อน คนนั้นจะเป็นผู้ชนะโดยไม่มีโอกาสให้อีกคน ได้ใช้อาวุธมหาประลัยของตัวเอง

ผลลัพธ์ของแมตช์นั้น คือการให้กำเนิด แมตช์ 6 ดาว แมตช์แรกของโลก อันเป็นภาพสะท้อนชั้นดี ถึงความยอดเยี่ยม ความสมบูรณ์แบบ ของท่า One Winged Angel (และ Rainmaker) ผ่านแมตช์การปล้ำ ที่เปลี่ยนโลกมวยปล้ำมาจนถึงปัจจุบัน

DOUBLE ROTATION MOONSAULT : RICOCHET

หนึ่งในรูปแบบท่าไม้ตาย ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชม คือการกระโดดลงมาจากยอดเทิร์นบัคเคิล หรือที่คนไทยเรียกติดปากกันว่า กระโดดจากเชือกเส้นที่ 3.. มีท่ามวยปล้ำมากมาย ที่อยู่ในใจของแฟนมวยปล้ำ แต่ไม่มีท่าไหน ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ มากไปกว่า Double Rotation Moonsault

ท่ามวยปล้ำที่กระโดดจากเทิร์นบัคเคิล ปกติแค่ตีลังกาม้วนหน้า ม้วนหลัง ให้ลงมาได้อย่างสวยงาม ถือว่าทำได้ยากอยู่แล้ว แต่ Double Rotation Moonsault คือการที่นักมวยปล้ำ ต้องกระโดดตีลังกาม้วนหลัง กลางอากาศเกือบ 2 รอบ เพื่อทิ้งตัวใส่คู่ต่อสู้

ผู้ใช้ท่าจะต้องตีลังกากลับหลัง ครบ 360 องศา ก่อนหนึ่งรอบ และหมุนตัวเองกลับหลังต่ออีก 270 องศา (รวม 630 องศา) กลางอากาศ ก่อนจะลงมาอัดใส่คู่ต่อสู้ ซึ่งต้องการความสามารถด้านยิมนาสติกอย่างมหาศาล รวมถึงสรีระที่เหมาะสม ในการใช้ท่านี้

นี่คือท่ามวยปล้ำที่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถใช้ได้ ทำออกมาได้อย่างสวยงาม สมบูรณ์แบบ ที่สำคัญต้องปลอดภัย

เพราะหากผู้ใช้ท่านี้ เกิดหมุนตัวเองผิดองศา มากหรือน้อยเกินไป อาการบาดเจ็บจะมาเยือนทั้งตัวผู้ใช้ และคู่ต่อสู้ เช่น หากหมุนเยอะเกินไป เข่าจะลงมาอัดใส่คู่ต่อสู้ นั่นหมายถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ของนักมวยปล้ำที่รอรับท่านี้อยู่

หากหมุนน้อยเกินไป คอของผู้ใช้ก็จะปักทิ่มลงกับพื้น แทนที่จะเป็นลำตัว ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัสของนักมวยปล้ำ

สำหรับแฟนมวยปล้ำ นี่คือหนึ่งในท่าไม้ตายที่น่าเหลือเชื่อที่สุด อย่างไรก็ตาม ความยากและความอันตรายของมัน ทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นท่ามวยปล้ำบ่อยครั้งนัก ในปัจจุบัน

แม้แต่คนที่สร้างชื่อให้กับท่านี้ อย่าง Ricochet ได้ประกาศเลิกใช้ Double Rotation Moonsault ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลว่า เขาไม่สามารถใช้ท่านี้ ให้สมบูรณ์แบบเหมือนในอดีต จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และถ้าเขายังใช้ท่านี้ต่อ หากพลาดแค่ครั้งเดียว เขาจะจบชีวิตกลางสังเวียนมวยปล้ำทันที

F-5 : BROCK LESNAR

หากคุณเป็นแฟนมวยปล้ำ ไม่มีทางที่คุณจะไม่รู้จัก Brock Lesnar และถ้าคุณรู้จัก Brock Lesnar คุณต้องรู้จักท่าไม้ตายสุดร้ายกาจของเขา อย่าง F-5

แรกที่เริ่มเดิมที F-5 เป็นท่าที่ Edge จะเอามาใช้เป็นท่าธรรมดาๆ ระหว่างที่ Edge ฝึกซ้อม แต่ Brock Lesnar ดันเห็นท่านี้เข้า เขาจึงขอท่านี้จาก Edge มาใช้เป็นท่าไม้ตายของตัวเอง

จุดเด่นของท่า F-5 คือมันเป็นท่ามวยปล้ำที่ดู (โคตร) แรง กับการโยนคู่ต่อสู้ให้หมุนการอากาศ ก่อนจะร่วงลงมาฟาดพื้นแบบเต็มแรง.. ด้วยพลังมหาศาลของ Lesnar จึงเป็นเรื่องง่าย ที่เขาจะจับนักมวยปล้ำ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ โยนทิ้งเหมือนเด็กโยนของเล่น

นอกจากจะรุนแรงแล้ว เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านี้มีทั้งความสวยงามและสร้างสรรค์ เพราะท่า F-5 อยู่ในตระกูลท่าแบบ Facebuster หรือเอาหน้าฟาด ซึ่งเป็นประเภทท่าที่ธรรมดาอย่างมาก

นักมวยปล้ำหลายคน เอาท่าในตระกูลนี้มาใช้ และทำออกมาได้ธรรมดา ไม่คู่ควรกับการเป็นท่าไม้ตาย จนก่อให้เกิดข้อเสีย ในอาชีพมวยปล้ำ

แต่ไม่ใช่กับ Brock Lesnar ความสวยงามและรุนแรงของ F-5 สร้างภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งให้กับเขาได้อย่างยอดเยี่ยม.. โดยเฉพาะตอนที่เขาแบกนักมวยปล้ำ น้ำหนัก 500 ปอนด์ อย่าง Big Show ใส่ท่า F-5 คือภาพสะท้อนของ F-5 กับการเป็นท่าไม้ตาย ที่สมบูรณ์แบบด้านการทำลายล้าง

PERFECT PLEX : MR.PERFECT

บทความนี้กำลังว่าด้วย ท่าไม้ตายที่สมบูรณ์แบบในโลกมวยปล้ำ เมื่อพูดถึงความสมบูรณ์แบบ เป็นไปไม่ได้ ที่เราจะไม่พูดถึง ท่าไม้ตายที่เรียกตัวเองว่าเป็นท่าที่สมบูรณ์แบบ อย่าง Perfect Plex

ท่าไม้ตายมวยปล้ำ อย่างน้อยที่สุด ต้องออกมารุนแรง เพื่อให้คนดูเชื่อว่า จะทำให้คู่ต่อสู้กดนับสามได้ แต่ Perfect Plex คือท่าธรรมดาๆ อย่าง Fisherman Suplex ซึ่งเป็นท่าเบสิคสุดๆ ของการเป็นนักมวยปล้ำ ที่สำคัญคือมันดูไม่รุนแรงแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม ชื่อ Perfect Plex ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือ Mr.Perfect เจ้าของท่านึกจะตั้งก็ตั้งเอง.. หากแต่ท่าไม้ตายท่านี้ ยังคงถูกจดจำในฐานะท่า Suplex ที่ดีที่สุดในโลก

ถึงจะไม่รุนแรง แต่ Perfect Plex นำเสนออีกด้านของท่าไม้ตายมวยปล้ำ ที่ไม่จำเป็นต้องหนักหน่วง เอาหัวปัก หรือโยนคนฟาดกับพื้น เพราะ Perfect Plex กลับไปสู่รากฐานของท่าไม้ตายมวยปล้ำ คือท่าที่ใช้จับคู่ต่อสู้กดนับสาม

Perfect Plex คือท่าที่โชว์เทคนิคอันสมบูรณ์แบบ กับการจับคู่ต่อสู้ทุ่มไปด้านหลัง พร้อมกับล็อคคอ, แขน และขา ของคู่ต่อสู้พร้อมกัน โดยที่คู่ต่อสู้ไม่มีทางดิ้นหลุด.. 1.. 2.. 3.. จบแมตช์

แม้จะดูทำง่าย แต่ความเป็นจริงแล้วทำยากมาก เพราะคนใช้ท่า Perfect Plex จะต้องมีพลังกำลังมหาศาล ต้องสามารถใช้ท่านี้ได้กับนักมวยปล้ำทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักมวยปล้ำตัวเล็กๆ หรือใหญ่ยักษ์แบบ Big Show

ที่สำคัญ การจะใช้ท่า Perfect Plex ต้องทำให้สวยงามอย่างมาก นี่คือท่ามวยปล้ำที่สวยงาม เป็นอันดับต้นๆของวงการ โดยไม่ต้องกระโดดตีลังกา เหินหาว เกี่ยวคอใครทั้งสิ้น แค่ใช้ท่า Suplex ธรรมดาๆ แต่กลับยอดเยี่ยมเป็นที่จดจำของแฟนมวยปล้ำ จนถึงทุกวันนี้

หากใครใช้ Perfect Plex ไม่สวย มันก็ไม่ใช่ Perfect Plex เป็นเพียงแค่ Fisherman Suplex ธรรมดาๆ ท่าหนึ่งเท่านั้น.. นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ ท่า Suplex ที่สมบูรณ์แบบท่านี้ มีคนใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม เพียงคนเดียว คือ Mr.Perfect

FIGURE-FOUR LEGLOCK : RIC FLAIR

ท่าไม้ตายของนักมวยปล้ำ ไม่ได้มีแต่ท่าเล่นงานคู่ต่อสู้ ให้จับกดนับสามเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีท่าที่ทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้อีกด้วย ซึ่งมีท่ามวยปล้ำมากมายที่อยู่ในใจของผู้คน แต่เราของนำเสนอ Figure-four Leglock ให้เป็นท่าไม้ตายที่สมบูรณ์แบบ ในศาสตร์แขนงนี้

9

หากใครเคยมีประสบการณ์ เล่นมวยปล้ำกับพี่น้อง หรือเพื่อนตอนเป็นเด็ก จะรู้ดีว่า การใช้ท่า Figure-four Leglock ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังต้องใส่ให้รวดเร็ว ก่อนที่เราจะโดนถีบอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ความพิเศษของ Figure-four Leglock คือเป็นท่าล็อคที่แก้ไม่ได้ ไม่มีทางเราจะเห็นนักมวยปล้ำแก้ท่าล็อคนี้ บิดตัว ม้วนตัว เพื่อไปใส่ท่าอื่น

การแก้ท่า Figure-four Leglock คือผู้ที่ถูกใส่ท่า ต้องพยายามบิดตัวเองกลับด้าน จากหงายหน้าเป็นคว่ำหน้าให้ได้ หากทำได้สำเร็จ ความเจ็บปวดของท่าล็อคจะกลับไปหาผู้ใช้ท่าแทน

นอกจากนี้ แม้จะเป็นท่าทำให้ยอมแพ้ แต่ Figure-four Leglock สามารถทำให้คู่ต่อสู้ถูกจับกดนับสามได้เช่นกัน ด้วยการล็อคจนคู่ต่อสู้หมดแรง นอนไหล่ติดกับพื้น โดนนับสามไปตามระเบียบ ซึ่งเป็นแทคติคที่ Ric Flair ใช้เล่นงานคู่ต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้มัวแต่ใส่ท่า แล้วเผลอนอนไหล่แตะพื้น ก็สามารถโดนกรรมการจับนับสาม ได้เหมือนกัน … การเป็นท่าไม้ตายที่สามารถเล่นงานทั้งตนเอง และคู่ต่อสู้ไปพร้อมกัน ทำให้ Figure-four Leglock คือหนึ่งในท่าไม้ตายที่ครบเครื่องในโลกมวยปล้ำ

BURNING HAMMER : KENTA KOBASHI

เราขอทิ้งท้าย ด้วยท่ามวยปล้ำ ที่ถูกเรียกว่าเป็นตำนาน เป็นเทพนิยายของวงการมวยปล้ำ กับท่าไม้ตายที่ไม่เคยมีใครทนได้, ท่าไม้ตายที่เป็นสุดยอดของท่าไม้ตาย, ท่ามวยปล้ำที่ถูกขนานนามว่าอันตรายที่สุดในโลก อย่าง Burning Hammer

7 ครั้งคือจำนวนที่ท่า Burning Hammer ถูกใช้งานโดย Kenta Kobashi นั่นเป็นเพราะความอันตราย อย่างถึงที่สุดของท่านี้ ที่ปักหัวแและคอของคู่ต่อสู้ลงไป เกือบจะ 90 องศา

Burning Hammer ถูกวางไว้ ให้เป็นท่าไม้ตายขั้นสุดยอดของ Kobashi ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาจะไม่ใช้ท่านี้ ออกมาเล่นงานคู่ต่อสู้เด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ดังที่เรากล่าวไปข้างต้น ทุกครั้งที่ Kobashi ใช้ท่านี้ เขาจะจับคู่ต่อสู้กดนับสาม นี่คือท่าที่สมบูรณ์แบบ ในการจัดการคู่ต่อสู้

ความจริงเหตุผลที่ Burning Hammer ถูกจำกัดการใช้ เพราะมันเป็นท่ามวยปล้ำที่ใช้ได้ยากมากถึงมากที่สุด หากการทิ้งตัวลงผิดองศาแค่นิดเดียว นักมวยปล้ำที่ต้องโดนท่านี้ จะคอหักทันที

Kobashi จะใช้ท่านี้กับนักมวยปล้ำ ที่เขาไว้ใจเท่านั้น เพราะเขาต้องรู้ว่านักมวยปล้ำอีกคน จะทิ้งตัวอย่างไร เขาถึงจะได้ปักหัวนักมวยปล้ำคนนั้น ลงอย่างไม่เป็นอันตราย.. ขณะเดียวกัน นักมวยปล้ำที่จะโดนท่านี้ ต้องเก่งมากพอ ที่จะเซลล์ (รับ) ท่านี้ โดยเจ็บตัวน้อยที่สุด

ปัจจุบัน เราไม่ได้เห็นท่า Burning Hammer อีกแล้ว เพราะความอันตรายของมัน หรือคนที่นำท่านี้มาปรับใช้ ก็ไม่ทิ้งคอคู่ต่อสู้ลงไปตรงๆ แบบที่ Kobashi ทำ

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มแฟนมวยปล้ำสายเนิร์ด ท่าไม้ตายท่านี้ คือท่าในดวงใจ ที่พวกเขานิยมใช้กับนักมวยปล้ำในเกม เพราะไม่มีท่ามวยปล้ำท่าไหน ที่รุนแรง ทรงพลัง อันตราย และเป็นตำนาน ไปกว่า Burning Hammer อีกแล้ว

 

ที่มา : www.sanook.com