รวมลิสต์ 7 มหาลัยใน ‘สหราชอาณาจักร’ (UK) ค่าเรียนสบายกระเป๋าแถมคุณภาพแน่น!

   สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าพูดถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศ หลายคนน่าจะมีประเทศในใจแตกต่างกัน แต่หนึ่งในเป้าหมายฮิตของคนไทยก็หนีไม่พ้น “สหราชอาณาจักร” (United Kingdom) เพราะไม่เพียงมีคุณภาพการศึกษาดีเยี่ยม แต่สภาพแวดล้อมยังเหมาะกับการเรียนต่อมากกก 
             ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจะสูงขนาดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับโลเกชันและสไตล์การใช้ชีวิตของเราด้วย โดยเฉลี่ยค่าเทอมของนักศึกษาต่างชาติต่อปีปกติจะอยู่ที่ราวๆ 10,000 – 33,000 ปอนด์ หรือประมาณ 401,573 – 1.3 ล้านบาทแล้วแต่หลักสูตร ส่วนค่ากินอยู่และค่าหอพักจะอยู่ที่ 12,000 – 18,000 ปอนด์ต่อปี หรือประมาณ 481,888- 722,833 บาท (ต้องบอกก่อนว่าถ้ามอดังๆ ในเขตเศรษฐกิจหรือเมืองหลวงอย่าง London ทั้งค่าเรียนและค่าครองชีพก็จะยิ่งสูงค่ะ)
             และสำหรับใครที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรที่ทั้งดีและค่าเทอมไม่แพง วันนี้พี่มีสถาบันชั้นนำมาแนะนำให้น้องๆ ได้เซฟไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกกันด้วย ส่วนจะมีมอไหนติดโผบ้าง เราตามไปดูกันเลยยย 🙂
1. Coventry University
ค่าเล่าเรียน: 9,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 363,228 บาท)
             Coventry University เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1843 แรกเริ่มเป็นวิทยาลัยด้านการออกแบบ (Coventry College of Design) ต่อมารู้จักกันในชื่อวิทยาลัยสายอาชีพ Lanchester Polytechnic หลังจากนั้นจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา ส่วนที่ตั้งคือเมือง Conventry ห่างจากกรุงลอนดอนเพียง 1 ชั่วโมงโดยรถไฟ และในปี 2018 ทาง QS Best Student Cities ยกให้เมืองนี้เป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา โดยติดอันดับ 44 ของโลก อีกทั้งยังติด Top5 เมืองน่าเรียนของสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน
             นอกจากเป็นสถาบันที่เก่าแก่แล้ว คุณภาพการศึกษาก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยในปี 2017 รัฐบาลได้จัดอันดับให้ Coventry University เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพการเรียนการสอนโดดเด่น (Teaching Excellence Framework) อยู่ในระดับ “Gold” เลยทีเดียว นอกจากนี้นักศึกษากว่า 97% ยังได้เข้าทำงานหรือเรียนต่อภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเรียนจบด้วยค่ะ
             สำหรับสาขาที่เปิดสอนก็มีหลากหลายมากค่ะ โดยระดับป.ตรีเปิดสอนทั้งหมด 130 หลักสูตร และระดับบัณฑิตวิทยาลัยอีกกว่า 100 หลักสูตร รวมทั้งมีคอร์สระยะสั้นและหลักสูตรประกาศนียบัตรอีกมากมาย  นอกจากนี้ พี่กุ๊กไก่ยังเคยสัมภาษณ์รุ่นพี่ที่เคยไปเรียนที่มอนี้ด้วย ใครสนใจตามไปอ่านกันที่นี่เลย
2. Royal Agricultural University
ค่าเล่าเรียน: 10,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 401,573 บาท)
             Royal Agricultural University (RAU) เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งอยู่ที่เมือง Gloucestershire ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหราชอาณาจักร ส่วนประวัติความเป็นมาก็น่าสนใจมาก เพราะก่อตั้งขึ้นช่วงปี 1845 โดยเป็นมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตะวันตก และยังได้รับการอุปถัมภ์จากราชวงศ์อังกฤษตลอดมา นอกจากนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ยังทรงเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1982 ด้วย
             เห็นชื่อมหาวิทยาลัยแล้วหลายคงเดาได้ว่าที่นี่โด่งดังด้านวิชาการเกษตรแน่นอน ที่นี่เค้าเปิดสอนหลายสาขาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการเกษตร, การปศุสัตว์, การบริหารจัดการฟาร์ม, สัตวศาสตร์, การพัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตร, การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฯลฯ ความเจ๋งคือ RAU ได้รับการจัดอันดับจาก Complete University Guide ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ปลอดภัยที่สุดในสหราชอาณาจักร ประจำปี 2019 ศิษย์เก่าหลายคนยังประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ และเข้าทำงานในสายงานด้านการพัฒนานวัตกรรมการเกษตรด้วย นอกจากนี้ RAU ยังเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำของโลกด้านธุรกิจการเกษตร ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเครือข่ายด้านการเกษตรทั่วโลกอีกด้วยค่ะ
3. University of Suffolk
ค่าเล่าเรียน: 10,080 ปอนด์ (หรือประมาณ 404,786 บาท)
             มาต่อกันที่ University of Suffolk มหาวิทยาลัยน้องใหม่ที่ก่อตั้งในปี 2007 ที่เมือง Suffolk  ทางตะวันออกของสหราชอาณาจักร ความพิเศษของเค้าคือมีถึง 5 วิทยาเขต ได้แก่ Ipswich, Bury St Edmunds, Great Yarmouth, Norfolk และ Lowestoft และถึงแม้จะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ก็ก้าวขึ้นมาติดอันดับ top 100 จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกอยู่เสมอ สำหรับใครที่สนใจมาเรียนต่อ ที่นี่มีคณะเปิดสอนทั้งหมด 6 คณะด้วยกันดังนี้ค่ะ
  • School of Law and Social Sciences
  • School of Health Science
  • School of Psychology and Education
  • School of Science, Technology and Engineering
  • School of Arts, Design and Humanities
  • The Suffolk Business School
             *ที่นี่มีเปิดคอร์สภาษาอังกฤษเรียนฟรีให้กับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงมีศูนย์บริการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาและการใช้ชีวิตที่นี่ด้วยนะคะ เจ๋งมากๆ
 4. University of Cumbria
ค่าเล่าเรียน: 10,500 ปอนด์ (หรือประมาณ 421,652 บาท)
             University of Cumbria เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ที่เมือง Carlisle ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 จากการรวมตัวกันของสถาบันการศึกษาเก่าแก่ที่มีอายุเกือบ 200 ปีอย่าง St Martin’s College, Cumbria Institute of the Arts และ University of Central Lancashire’s Cumbria sites นั่นเองค่ะ
             ในส่วนของคณะที่เปิดสอนก็มีทั้งหมด 5 คณะด้วยกัน ได้แก่ Institute of Business, Institute of Health, Institute of the Arts, Institute of Education, Institute of Science นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรประกาศนียบัตรเฉพาะทางอื่นๆ ด้วย เช่น Medical Imaging, Sports Development, Forestry and the Uplands, Adventure tourism and travel เป็นต้น น้องๆ ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ
             สำหรับโลเกชันของมหาวิทยาลัยก็นับว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะอยู่ใกล้แหล่งมรดกโลกที่สำคัญมากมาย อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติแสนงดงาม เรียกได้ว่าเป็นเมืองสวยสุดคลาสสิกที่น่าไปเรียนต่ออีกเมืองเลย~
5.University of the West of Scotland
ค่าเล่าเรียน: 10,600 ปอนด์ (หรือประมาณ 425,668 บาท)
             University of the West of Scotland เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของสหราชอาณาจักร ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสกอตแลนด์ มีวิทยาเขตกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคหลายแห่งทั้งใน Paisley, Dumfries, Ayr, Blantyre และ London ปัจจุบันเปิดสอนทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา อีกทั้งยังมีชื่อเสียงด้านการเรียนสายอาชีพด้วย
             สำหรับหลักสูตรการเรียนก็มีมากถึงกว่า 100 หลักสูตร ภายใต้ 6 คณะที่ตอบโจทย์ความสนใจหลายด้านมาก ได้แก่ School of Business and Enterprise, School of Education, School of Engineering and Computing, School of Health, Nursing and Midwifery, School of Media, Culture and Society และ School of Science and Sport
             และหากใครกังวลเรื่องภาษาก็หายห่วงค่ะ เพราะเค้ามีคอร์สเรียนภาษาให้ติวเข้มเป็นเวลา 5-8 สัปดาห์ก่อนเปิดเรียน รวมทั้งมีหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องสำคัญต่างๆ เช่น เรื่องวีซ่า, การทำงาน part-time, ชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ เรียกว่าดูแลกันแบบครบครันเลยค่ะ!
6.University of Sunderland
ค่าเล่าเรียน: 10,700 ปอนด์ (หรือประมาณ 429,684 บาท)
             University of Sunderland อีกหนึ่งมหาลัยที่มีชื่อเสียงด้านงานวิจัยที่ตั้งอยู่ใน Sunderland เมืองชายฝั่งเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือที่สวยงามและสงบ แรกเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1901 ภายใต้ชื่อ Sunderland Technical College ต่อมาได้รับมอบสถานะให้เป็นมหาวิทยาลัยเมื่อปี 1992 ปัจจุบันมีสาขาวิชาที่เปิดสอนทั้งหมด 5 คณะด้วยกัน ได้แก่
  • Faculty of Health Sciences and Wellbeing
  • Faculty of Arts and Creative Industries
  • Faculty of Business, Law and Tourism
  • Faculty of Education and Society
  • Faculty of Technology
             ถ้าพูดถึงคุณภาพการเรียน ที่นี่ก็สามารถก้าวเข้าไปติดอันดับ top 100 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรอยู่เสมอ นอกจากที่นี่จะมีวิทยาเขตสวยๆ ใน Sunderland และ London แล้ว เค้ายังมีวิทยาเขตในเอเชียอยู่ที่ฮ่องกงด้วยนะคะ ส่วนบรรยากาศการเรียนก็อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เพราะในปี 2018 ที่นี่ได้รับการจัดอันดับจาก Times Good University Guide ให้เป็นมหาลัยที่โดดเด่นด้านการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายสูงที่สุดในประเทศเลยทีเดียว
7.Staffordshire University
ค่าเล่าเรียน: 10,500 ปอนด์ (หรือประมาณ 421,652 บาท)

Photo Credit: https://images.shiksha.com 
             Staffordshire University เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่ก่อตั้งขึ้นช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่เมือง Staffordshire ปัจจุบันเปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตวิทยาลัย รวมถึงหลักสูตรอื่นๆ อย่างการศึกษาทางไกลอนุปริญญา และการพัฒนาวิชาชีพเฉพาะทางด้วย
             สถาบันแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และในปี 2018 ได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตร E-sport เป็นที่แรกของประเทศ ส่วนคณะที่โด่งดังและคนอยากเรียนต่อเยอะก็มีคณะจิตวิทยาที่ติดอันดับ top 10 ของประเทศ อีกทั้งสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และชีวเคมีโมเลกุลของที่นี่ยังได้รับการการประเมินจากหน่วยงาน Quality Assurance Agency for Higher Education ให้อยู่ในระดับยอดเยี่ยมเช่นกันค่ะ
             สำหรับวิทยาเขตหลักจะอยู่ที่เมือง Stoke on Trent ส่วนอีก 3 แห่งนั้นอยู่ที่ Stafford, Lichfield และ Shrewsbury ทางด้านคุณภาพการศึกษาก็โดดเด่นทีเดียว เพราะมักติดอันดับ 1 ใน 50 มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหราชอาณาจักร แถมยังครองอันดับ 1 ด้านอัตราการจ้างเข้าทำงานหลังเรียนจบด้วย (เจ๋งมากๆ เลย)
             เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่ามหาวิทยาลัยที่หยิบมาแนะนำกันในวันนี้จะเป็นทางเลือกให้น้องๆ ได้ไม่มากก็น้อย หลังจากประเมินค่าใช้จ่ายคร่าวๆ แล้วก็อย่าลืมศึกษาดูรายละเอียดหลักสูตรที่สนใจเพิ่มเติมกันนะคะ สำหรับใครที่ไปเรียนต่อมาแล้วก็แวะมาแชร์ประสบการณ์ให้พี่และเพื่อนๆ ชาว Dek-D ฟังกันได้เลย เป็นประโยชน์กับคนที่กำลังมองหาที่เรียนแน่นอนค่ะ!

ที่มา : www.dek-d.com