รวมมือถือรุ่นใหม่มีการปรับลดราคาให้คุณเข้าถึงได้ง่าย ประจำเดือน กรกฎาคม 2020

Thailand Web Stat
รวมมือถือรุ่นใหม่มีการปรับลดราคาให้คุณเข้าถึงได้ง่าย ประจำเดือน กรกฎาคม 2020 

 กลับมาพบกับการรวมมือถือประจำเดือนอีกครั้ง สำหรับรอบนี้ใครมองหามือถือที่มีการปรับราคาลดลงที่น่าสนใจ วันนี้ทีม Sanook Hitech มีมือถือที่มีการปรับลดราคา จากเดิมที่เปิดตัวมา และรวมถึงรุ่นที่น่าสนใจสุดประจำเดือน จะเป็นรุ่นไหนมาดูกันดีกว่า

Vivo V19

vivo-v19-dual-selfie-2

เริ่มต้นกับมือถือระดับหมื่นต้นที่มีการปรับราคาจาก 12,999 บาท เหลือ 11,999 บาท จุดเด่นเรื่องการออกแบบที่ดีไซน์สวยงามเหมือนกับมือถือราคาแพงและสเปกของเครื่องถือว่าครบเครื่องทั้งขุมพลัง Snapdragon 720G, หน้าจอสวย และกล้องหน้าคู่ หายากนะกับมือถือในงบนี้

สเปกของ Vivo V19 

  • หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.44 นิ้ว 
  • ขนาดตัวเครื่อง: 159.6 x 75 x 8.5 มม. 
  • น้ำหนัก:  186.5 กรัม
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Qualcomm Snapdragon 712 | Adreno 618
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128GB
  • หน่วยความจำภายนอก Micro SD
  • การเชื่อมต่อ: 4G, WiFi 802.11 AC (WiFi 5), Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (Main) + 8 ล้านพิกเซล Ultra Wide
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น 
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล F1.8 PDAF, OIS
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 
  • เลนส์ Depth Sensor สำหรับละลายหลัง 2 ล้านพิกเซล
  • เลนส์  Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ – 
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4500mAh
  • รองรับ Flash Charge 33W (แบบสาย)
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย FunTouchOS 10 
  • สี:  Sleek Silver เงิน, Gleam Black ดำ

 

Samsung Galaxy S20+ 

samsung-galaxy-s20-plus-1

แม้ราคาป้ายยังไม่มีการปรับแต่อย่างใด แต่หน้าร้านก็มีการปรับลงมาตามโปรโมชั่นของเครื่อง แต่ถ้าหาตามร้านค้าส่งหรือร้านค้าบางที่ก็อาจจะได้ราคาถูกกว่า 31,990 บาทแล้ว แน่นอน แต่ถ้าจะเพิ่มเงินไปเอารุ่น BTS Edition ก็ได้เหมือนกัน

สเปกของ Samsung Galaxy S20+  

  • หน้าจอ DynamicAMOLED 3200 x 1440 พิกเซล WQHD+ (HDR10+) ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz
  • ขนาดตัวเครื่อง 161.9 x 73.7 x 7.8 มม.
  • น้ำหนัก 186 – 188 กรัม 
  • ชิปเซ็ตประมวลผล  Exynos 990 
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB (LTE)
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB รองรับการเพิ่มความจำภายนอกสูงสุด 1TB (รุ่น LTE มีความจำ 128GB) 
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล 
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เลนส์ Tele 3x ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Digital Zoom 30x), เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เลนส์ ToF (Time-of-Flight) สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น 
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition Ultrasonic Fingerprint 
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh
  • รองรับ Fast Charge 25W (แบบสาย), รองรับชาร์จไร้สาย Qi Wireless Power Share 2.0 
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0 
  • ราคาในประเทศไทย : 31,900 บาท  
  • สี  Cosmic Grey, Cloud Blue, Cosmic Black

Huawei Mate 30 Pro

เรียกได้ว่าเป็นโค้งสุดท้ายของการปรับราคาของมือถือ Huawei Mate 30 Pro เพราะอีกไม่นานก็จะมีรุ่นใหม่เข้ามาแล้ว แต่รุ่นนี้ยังคงน่าใช้แม้ว่ากล้องจะซูมไม่ได้เยอะ แต่ว่าการเก็บรายละเอียดดีขึ้น เพียงแต่ว่ารุ่น 5G ตอนนี้จำหน่ายหมดแล้วก็จะเหลือแต่รุ่นปกติธรรมดาเท่านั้นแล้ว หากใครมองหาเรือธงราคาไม่แพง ก็ลองพิจารณาเลือกได้เหมือนกัน

สเปกของ Huawei Mate 30 Pro 

  • ขนาด: 158.1 x 73.1 x 8.8 มิลลิเมตร
  • หนัก: 198 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล : AMOLED แบบ Huawei Horizon Display ความละเอียด FHD+  18.5:9 (1176 x 2400 พิเซล) ขนาดประมาณ 6.53นิ้ว
  • ชิปเซ็ต : HiSilicon Kirin 990
  • RAM : 8 GB
  • ROM : 256 GB
  • ความจำเสริม : Nano Memory ขนาด 256GB
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 (ไม่มี Google Apps)
  • WiFi 802.11 AX
  • Bluetooth 5.0
  • กล้องหลัง 4 ตัว: เป็น Leica
    >>>>กล้องตัวแรกเป็นเลนส์ SuperSensing Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, F/1.6(OIS)
    >>>>กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล,F/1.8
    >>>>กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, F/2.4 (3x optical zoom)
    >>>>สุดท้ายเป็นกล้อง 3D Depth Sensing
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 32 ล้านพิกเซล + เลนส์ ultra-wide + เซนเซอร์ ToF
  • รองรับ: Face ID
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )
  • 3D Face Unlock รองรับระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าแบบ 3 มิติ
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM
  • Bluetooth: 5.0
  • มาตรฐานระดับการกันน้ำ IP68
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4500 mAh รองรับ Super Charge 40W และ Fast wirelessCharge 27W
  • สี: Black, Space Silver

 

OPPO Reno 3 Pro ราคา 15,990 บาท

มือถือรุ่นใหม่อีกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานหลังจากนี้ พร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว และได้สเปกที่จัดว่าคุ้มอยู่และเพิ่งเปิดตัวไม่นานแต่ก็มีราคาที่จับต้องได้ง่ายมากกว่าเดิมสำหรับเครื่องเปลี่ยน นั่นคือ 15,990 บาท นั่นเอง

สเปกของ OPPO Reno 3 Pro 

  • ขนาด: 158.8 x 73.4 x 8.1 มิลลิเมตร
  • หนัก: 175 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล : Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 19:9 (2400×1080พิกเซล) ขนาดประมาณ 6.4 นิ้ว
  • ชิปเซ็ต : Mediatek Helio P95 | GPU PowerVR GM9446
  • RAM : 8 GB
  • ROM : 256 GB
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มความจำได้
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย CoIor OS 7.1
  • WiFi 802.11 AC
  • Bluetooth 5.0
  • 4G (Dual SIM)
  • กล้องหลัง 4 ตัว:
    กล้องตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8
    กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,F/3.4
    กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, F/2.5 2x optical zoom
    สุดท้ายเป็นกล้อง 2 ล้านพิกเซล ขาวดำ
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 44 ล้านพิกเซล  + 2 ล้านพิกเซล ละลายหลัง
  • รองรับ: สแกนใบหน้าแบบ 2D
  • รองรับ: สแกนนิ้วด้านข้าง (Side mounted)
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4025 mAh รองรับ VOOC 4.0 กำลัง 30W
  • สี: Auroral Blue, Midnight Black, Sky White

Samsung Galaxy Note 10+ 

samsung-galaxy-note10-plus-au

ปิดท้ายกับ Samsung Galaxy Note 10+ สำหรับการซื้อกับผู้ให้บริการก็จะทำให้ได้ราคาถูกลงแบบน่าใจหายแต่ก็ต้องรวมถึงค่าบริการที่อาจจะสูง แต่ถ้าใครใช้อยู่แล้วคุณก็จะได้เครื่องราคาถูกลงแบบไม่น่าเชื่อเลยครับ

สเปกของ Samsung Galaxy Note 10+ 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 163.2 x 77.2 x 7.9 มม.
  • น้ำหนัก : 196 กรัม
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP68 ลงน้ำได้ 1.30 เมตร นานสุด 30 นาที
  • หน้าจอแสดงผล : Dynamic AMOLED HDR+ แบบ Infinity O ขนาด 6.8 นิ้ว อัตราส่วน 19:9
  • ความละเอียดหน้าจอ : 3040 x 1440 พิกเซล (QHD+) ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 6
  • ชิปเซ็ตประมวลผล : Exynos 9825 + Mali G76
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX (WiFi 6), Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie + One UI
  • ระบบความปลอดภัย
  • ติดตั้งเซนเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอแบบอัลตราโซนิค (พร้อมเทคโนโลยีสแกน 3 มิติ)
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า
  • กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว : 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.4, Telephoto + 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f1.5 – f2.4, Wide  + 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2, Ultra-Wide, ToF Sensor
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้า : 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f2.2
  • แบตเตอรี่ความจุ : 4,300 mAh + Fast Charge 45W (ภายในกล่องแถมที่ชาร์จกำลัง 25W), Wireless Charge 15W, Wireless Power Share 2.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อแบบ : USB Type-C
  • หน่วยความจำแรม (RAM) : 12 GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) : 256 GB / 512 GB
  • หน่วยความจำภายนอก : MicroSD เพิ่มได้สูงสุด 1TB
  • สี : Aura White ปากกาสีขาว, Aura Black ปากกาสีดำ, Aura Glow ปากกาสีน้ำเงิน (สีออกเป็นรุ้งผสมกับสีที่เหมือนกับกระจก)

สำหรับครั้งหน้าจะมีมือถือกลุ่มไหนมานำเสนอในกลุ่มนี้อีกคงต้องรอดูกันต่อที่ Sanook Hitech

ที่มา : www.sanook.com