ยูจิโร่ยังคารวะ : อิทธิพลของ “มูฮัมหมัด อาลี” ที่มีต่อมังงะ “บากิ”

Thailand Web Stat
ยูจิโร่ยังคารวะ : อิทธิพลของ "มูฮัมหมัด อาลี" ที่มีต่อมังงะ "บากิ"

ความยอดเยี่ยมเกรียงไกรในชีวิตของ มูฮัมหมัด อาลี ทำให้เขากลายเป็น บุคคลที่ทรงพลังของโลก และมีอิทธิพลต่อ Pop Culture ในยุคสมัยของเขา

มูฮัดหมัด อาลี มีสถานะเป็นทั้งแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่สุดตลอดกาล, ไอค่อนของนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แห่งโลกกีฬาสมัยใหม่

รวมถึงยังเป็นผู้สร้างอิมแพกต์ต่อสังคม ในฐานะคนทื่ออกมาต่อสู้ เพื่อความเท่าเทียมกันของมนุษย์ หาใช่แบ่งแยกกันด้วยสีผิว

ไม่แปลกที่ผู้คนจะสรรเสริญ เอกบุรุษจากเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านภาพยนตร์, ดนตรี, สารคดี ไปจนถึง มังงะชื่อดังอย่าง “บากิ” ที่มีการหยิบเอาเรื่องราวชีวิตส่วนหนึ่งของ มูฮัมหมัด อาลี ถ่ายทอดลงบนลายเส้นการ์ตูน

นักวาดผู้คลั่งกีฬาการต่อสู้

“บากิ : จอมประจัญบาน” เป็นซีรี่ส์มังงะสัญชาติญี่ปุ่น ผลงานชิ้นเอกของ “เคซุเกะ อิตางากิ” ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1991 จนถึงปัจจุบัน โดยมีมาแล้ว 5 ภาค

1

บากิ ว่าด้วยเรื่องของ ฮันมะ บากิ เด็กหนุ่มที่แม่ของเขา ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของ ฮันมะ ยูจิโร ผู้ที่มีศักดิ์เป็นพ่อของเขา บากิ จึงแสวงหาวิธีการ ที่จะฝึกฝนตัวเองให้แกร่งขึ้น โดยมีเป้าหมายคือ เอาชนะ ยูจิโร่ มนุษย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งสุดในโลก”

ในแง่ของยอดขาย มังงะเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างใน 3 ภาคแรก มียอดจำหน่ายมากกว่า 60 ล้านเล่ม จนมีการนำไปสร้างเป็น อนิเมะ, เกม รวมถึงสร้างภาคพิเศษ ขึ้นมาต่อยอดความดัง

สิ่งที่ทำให้ บากิ เป็นมังงะการต่อสู้ที่คนชื่นชอบจำนวนมาก คงหนีไม่พ้น วิธีการดำเนินเรื่อง, ฉากการต่อสู้สุดเร้าใจ และความรู้ด้านศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ ที่ถูกสอดแทรกลงไปในเนื้อเรื่อง ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากความคลั่งไคล้ในการกีฬาการต่อสู้แบบเข้าเส้นของ “อิตางากิ” จนอธิบายแก่นแท้ของแต่ละศิลปะการต่อสู้ได้อย่างลึกซึ้ง

ก่อนหน้าที่จะเขามาเขียนเรื่องบากิ … อิตางากิ เคยรับใช้ชาติเป็น ทหาร อยู่ใน กองบินป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น ในระหว่างนั้น เขามีโอกาสได้ฝึกปรือเพลงหมัด มวยสากลสมัคร จนถูกส่งเข้าแข่งขัน เทศกาลกีฬาแห่งชาติญี่ปุ่น (National Sports Festival) ที่เป็นรายการใหญ่ระดับประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น อิตางากิ ยังมีวิชาการต่อสู้ Shorinji Kempo ที่เขาฝึกหัดมาตั้งแต่เป็นวัยหนุ่ม เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ติดตัวมาด้วย เมื่อผันตัวเองเข้าสู่วงการน้ำหมึก เขาจึงเริ่มต้นสร้างมังงะเรื่อง “บากิ” ขึ้นมา พร้อมด้วยตัวละครจำนวนมาก ตามจินตนาการ

2

นอกจาก ตัวละครที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมา ให้มีพลังเหนือกว่า มนุษย์ธรรมดาทั่วไปแล้ว ส่วนที่เติมเต็มให้ “บากิ” กลายเป็น มังงะการต่อสู้ที่ครบทุกรสชาติ คือ การนำเอาบุคคลที่มีตัวตนจริง มาใส่ในเรื่อง โดยมีการแปลงชื่อเล็กน้อย

อาทิ อันโตนิโอ อิโนกิ ราชานักมวยปล้ำชาวญี่ปุ่น, รอยซ์ เกรซี่ ตำนานนักบราซิลเลียนยิวยิตสู, จอร์จ โฟร์แมน แชมป์โลกเฮฟวี่เวต 3 เส้น, โจ เฟรเซียร์ แชมป์โลกเฮฟวี่เวต 2 เส้น เป็นต้น

และคนหนึ่งที่ไม่สามารถขาดได้เลย คือ สุดยอดกำปั้นผู้ยิ่งใหญ่ตลาดกาล “มูฮัมหมัด อาลี” ที่ไม่ใช่แค่มาปรากฏตัวเท่านั้น แต่ อาลี ยังมีสตอรีที่ผูกกับปมสำคัญของเรื่องอีกด้วย

ศิลปะการต่อสู้แบบ มูฮัมหมัด อาลี 

ด้วยความเป็นนักชกที่ยอดเยี่ยม และคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกของ มูฮัมหมัด อาลี

ทำให้ เคซุเกะ อิตางากิ ตัดสินใจวางพล็อตเรื่องไว้ให้ อาลี ซึ่งในเรื่องถูกแปลงชื่อเป็น “โมฮัมหมัด อาไล” เป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ ฮันมะ ยูจิโร่ “สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งสุดในโลก” ยังให้การนับถือ โดยนำเหตุการณ์จริงบางส่วน มาร้อยเรียงไว้ในเรื่อง

3

โมฮัมหมัด อาไล ปรากฏตัวในภาค 2 และ 3 โดยในตอนนั้น อาไล เป็นชายสูงวัยที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน (ตรงตามชีวิตจริง) ทำให้มีการอาการสั่น, น้ำลายสออยู่ที่มุมปากสองข้าง ระหว่างที่เขาให้สัมภาษณ์กับ ผู้สื่อข่าว แบบตัวต่อตัว

อาไล ได้เล่าย้อนความทรงจำเมื่อปี 1976 ในตอนนั้น เขาบินมาที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประลองฝีมือกับ อันโตนิโอ อินาริ (แปลงมาจาก อันโตนิโอ อิโนกิ) แต่ช่วงกลางคืนก่อนวันแข่งขัน เขา พร้อมด้วยทีมเทรนเนอร์ได้ออกมาวิ่งออกกำลังกาย และได้พบกับ ฮันมะ ยูจิโร่

ยูจิโร่ เริ่มต้นด้วยพูดท้าทาย โมฮัมหมัด อาไล ก่อนทั้งคู่จะเปิดศึกใส่กัน หมัดของ อาไล ทำได้แค่สร้างรอยแผลขีดข่วนให้กับ ยูจิโร เท่านั้น ส่วน มนุษย์ที่แข็งแกร่งสุดในโลก ไม่ได้ตอบโต้อะไร นอกจากการบอกว่า สิ่งที่ “The Greatest” แสดงออกบนเวทีไม่ใช่การชกมวย แต่มันคือ ศิลปะการต่อสู้แบบ โมฮัมหมัด อาไล

อย่างไรก็ดี ยูจิโร่ มองว่า เหตุผลที่ทำให้ ศิลปะการต่อสู้แบบ โมฮัมหมัด อาไล ไม่สมบูรณ์แบบ เป็นเพราะช่วง 3 ปีที่ อาไล ต้องถูกขังคุกและถูกริบแชมป์โลก ข้อหาหนีทหาร หลังจากได้รับหมายเกณฑ์ให้ไปรบที่ สงครามเวียดนาม

แต่ โมฮัมหมัด อาไล ปฏิเสธที่จะไปรบ โดยให้เหตุผลตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ที่ไม่ให้เข่นฆ่าคน นั่นจึงทำให้ อาไล สูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาศิลปะการต่อสู้ในแบบของเขา ตามความคิดของ ฮันมะ ยูจิโร่

4

ถึงกระนั้น ช่วงเวลา 3 ปีที่ต้องถูกจองจำ ได้ทำให้ “ยูจิโร่” เกิดความรู้สึกชื่นชมในตัวของ โมฮัมหมัด อาไล อย่างมาก ในฐานะคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง และความเท่าเทียมของมนุษย์ แทนที่จะให้ทั้งคู่ลองสู้กันจริงๆ หรือ ยูจิโร มาดูถูก เย้ยหยัน อาไล

ในจุดนี้ แสดงให้เห็นว่า เคซุเกะ อิตางากิ ให้ความเคารพต่อ มูฮัดหมัด อาลี เป็นอย่างมาก ถึงขั้นที่เขียนมาให้ ยูจิโร่ คารวะในความเป็นบุคคลที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับโลกของ อาไล

จิตวิญญาณของผู้ยิ่งใหญ่ 

ไม่เพียงเท่านั้น อิตางากิ ยังใช้ความเก่งกาจของ มูฮัมหมัด อาลี มาสร้างตัวละคร (ที่ไม่มีตัวตนจริงในวงการมวย) อย่าง โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ ขึ้นมาต่อกรกับ ฮันมะ บากิ ในภาค 3

5

ในท้องเรื่อง โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ เป็นนักชกหนุ่มที่เคยเอาชนะพ่อของเขา (โมฮัมหมัด อาไล) มาได้ เขาจึงมีความมั่นใจเต็มประดาว่า ตัวเองคือสุดยอดนักต่อสู้ และบัดนี้เขาได้พัฒนาศิลปะการต่อสู้แบบ โมฮัมหมัด อาไล อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

กระทั่งเข้าเดินทางมาญี่ปุ่น และตกหลุมรัก โคซุเอะ แฟนสาวของ บากิ เขาจึงต้องการเอาชนะ ฮันมะ บากิ เพื่อจะได้ครอบครองทั้งการเป็น นักต่อสู้ที่เก่งสุดในโลก และหัวใจของ โคซุเอะ

การสร้างตัวละครที่เป็น ลูกชาย โมฮัมหมัด อาไล ขึ้นมาในเรื่อง เหตุผลหนึ่งก็เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้สึกว่า ตัวละคร โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ นั้นมีพลังอยู่จริง

เพราะสำหรับคนที่เคยดู เคยได้ยินชื่อเสียงของ มูฮัมหมัด อาลี น่าจะพอจินตนาการออกว่า สุดยอดนักชกคนนี้ มีความสามารถ ความเก่งกาจ และความว่องไวขนาดไหน

ฉะนั้นเมื่อเขียนให้ โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ เก่งกว่า เร็วกว่า เฟอร์เฟคท์กว่าพ่อ จึงทำให้ โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ มีความชอบธรรมมากพอที่ได้มาสู้ ฮันมะ บากิ

อย่างไรก็ดี เคซุเกะ อิตางากิ เลือกที่จะเขียนให้ โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ มีจุดต่างกับคุณพ่อ ในเรื่องของสภาพจิตใจ ที่ยังอ่อนแอเกินไป (นัยหนึ่งอาจเป็นการเชิดชู มูฮัมหมัด อาลี)

ผิดกับ โมฮัมหมัด อาไล และ ฮันมะ บากิ ที่ถูกนำเสนอว่าในแง่ของ นักสู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง พร้อมสู้ถวายชีวิตเพื่อเอาชนะคู่ต่อกร ไม่ว่าตัวเองจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม

ทั้งหมดล้วนเป็น อิทธิพลจากความคิด การกระทำ และช่วงชีวิตนักชกที่ยิ่งใหญ่ของ มูฮัมหมัด อาลี ที่มีต่อ “บากิ” จนเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ มังงะการต่อสู้ เรื่องนี้สนุกยิ่งขึ้น รวมถึงยังสร้างตัวละครต่อยอดอย่าง โมฮัมหมัด อาไล จูเนียร์ มาเป็นอีกหนึ่งปมของเรื่อง

6

“แม้ว่านายจะอ่อนแอกว่าฉัน แต่นายต่อสู้กับระบบ เพื่อคนดำที่ด้อยสิทธิและโอกาส นายต่อสู้กับระบบ เพื่อทหารผ่านศึกผู้บาดเจ็บ นายต่อสู้ในนามของผู้อ่อนแอทุกคน นายนำพาความหวังมาสู่ผู้ปราศจากอำนาจ” 

“การเหยียดชาติพันธุ์ ประเทศ ทั้งสองอย่าง หาใช่ที่ศัตรูจะล้มได้ง่ายดาย มันไม่ใช่เทคนิคต่อสู้ของนายที่เยี่ยมยอดหรอกนะ มันคือจิตวิญญาณของนายต่างหาก จิตวิญญาณของนายมันน่ากราบ!” นี่คือประโยคที่ ฮันมะ ยูจิโร กล่าวกับ โมฮัมหมัด อาไล ในเรื่องบากิ

ซึ่งมันก็ได้สะท้อนถึงตัวตนของ มูฮัมหมัด อาลี ตัวจริง อย่างไม่มีผิดเพี้ยนเช่นกัน

ที่มา : www.sanook.com