ทุนเรียนต่อป.ตรี ที่ Seattle University มอดังแห่งเมืองท่าชายฝั่งในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

               สวัสดีค่ะชาว Dek-D … วันนี้พี่เยลลี่มีข่าวทุนจากมหาวิทยาลัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาฝากด้วยค่ะ สำหรับคนที่วางแผนเรียนต่อปริญญาตรีแล้วอยากได้ทุนสนับสนุนก็ลองมาดูทุนนี้กันก่อนนะคะ รายละเอียดจะเป็นยังไงบ้าง ไปดูกันเลย!

               Seattle University หรือเรียกสั้นๆ ว่า SU เป็นมหาวิทยาลัยในคณะเยซูอิต ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1891 ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ มีนักศึกษากว่า 7,500 คนทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา โดยเปิดสอนทั้งหมด 8  วิทยาลัย  ครอบคลุมตั้งแต่สาขาธุรกิจและเศรษฐศาสตร์,  อักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์,   นิติศาสตร์, พยาบาลศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ไปจนถึงเทววิทยาเลยค่ะ
               ยิ่งใครที่สนใจไปเรียนหรือฝึกงานที่ต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยมีทุนสนับสนุนในหลายๆ หลักสูตร    สามารถเรียนรู้โดยเก็บหน่วยกิตไปด้วยในเวลาเดียวกันได้ นอกจากนี้ยังรับประกันอีกว่า 97% ของบัณฑิตที่เรียนจบจากที่นี่นั้นสามารถหางานทำหรือเรียนต่อระดับสูงขึ้นภายใน 6 เดือนอีกด้วย
             สำหรับนักศึกษาใหม่ที่เข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ทางมหาวิทยาลัยมีทุน “Merit Awards for First-Year International Students” มอบให้ด้วยค่ะ

มูลค่าทุน

ทุนการศึกษาสนับสนุนค่าเล่าเรียน (ไม่ระบุมูลค่า) สูงสุด 4 ปี

คุณสมบัติ

เป็นนักศึกษาต่างชาติที่เข้าเรียนในหลักสูตรปริญญาตรีแบบเต็มเวลา และมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย ดังนี้

– เกรดเฉลี่ย 3.00 จาก 4.00
– ทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษ
– ผลวัดระดับภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง: TOEFL (iBT) 86 คะแนน, IELTS 6.5, PTE 63 คะแนน หรือ Duolingo 110 คะแนน (หากได้คะแนนใกล้เคียงกับเกณฑ์ที่กำหนดอาจเรียนคอร์ส English Language and Culture Bridge แทนได้ค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: คลิก)
– ผลคะแนน SAT (2016+) 500 คะแนนทั้งพาร์ต Writing และ Reading หรือ ACT 20+ ทั้ง Reading และ English (ถ้ามี แต่ทางสถาบันแนะนำว่านักเรียนต่างชาติควรยื่นด้วยค่ะ)

วิธีการสมัคร

ทุนนี้เป็นทุนพิจารณาอัตโนมัติ โดยจะดูจากใบสมัครเข้าเรียนค่ะ (สมัครเรียน: คลิก)

ปิดรับสมัคร: 1 ธันวาคม 2020 (เทอม Spring)
อ่านรายละเอียดทุนฉบับเต็ม

ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ   Dek-D 

ที่มา : www.dek-d.com