ทายาท “งง” เงินประกันการใช้ไฟฟ้า เจ้าของเสียชีวิตต้องทำอย่างไรถึงได้เงินคืน

ทายาท "งง" เงินประกันการใช้ไฟฟ้า เจ้าของเสียชีวิตต้องทำอย่างไรถึงได้เงินคืน

กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับทายาท เมื่อเจ้าของเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้าเสียชีวิตแล้วยังจะมีสิทธิ์ลงทะเบียนขอรับเงินคืนได้เช่นเดียวกับผู้มีสิทธิ์หรือเปล่า Sanook Money ขอการันตีว่า ได้! แต่จะต้องทำอย่างไรนั้น เรามีคำตอบมาฝากกัน

sanook_thumbnail_1200x720(56นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในฐานะโฆษก MEA

Sanook Money ได้มีโอกาสพูดคุยถึงกรณีดังกล่าวกับนายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในฐานะโฆษก MEA โดยระบุว่า กรณีที่เจ้าของเงินประกันการใช้ไฟฟ้าเสียชีวิตแล้ว ผู้มีสิทธิ์ขอรับเงินคืนได้ ก็ต่อเมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นทายาทจริงหรือไม่ โดยมี 2 รูปแบบ

แบบแรก ทายาทต้องแสดงตัวด้วยการนำใบมรณะบัตรมาแสดงตัวว่าเป็นทายาทจริง ถ้ามีทายาทมากกว่า 1 คน ให้ทำหนังสือแสดงความยินยอมให้ทายาทหรือบุคคลในครอบครัว เป็นผู้ยื่นขอเงินคืนพร้อมเอกสารตามที่กำหนดไว้

ส่วนแบบที่สอง ให้ผู้จัดการมรดก โดยต้องมีบัตรประชาชน คำสั่งศาลแต่งจั้งเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อได้รับเงินคืนไปแล้วต้องนำไปจัดสรรให้ทายาทตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ซึ่งเคสนี้ถือว่ามีค่อนข้างน้อยมาก

สำหรับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้หากต้องการขอรับเงินคืนประกันการใช้ไฟฟ้านั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ระบุรายละเอียดตามเคสที่แตกต่างกันออกไป

1. หากเจ้าของมิเตอร์เสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรม ไม่สะดวกไปยื่นเรื่องเป็นผู้จัดการมรดก มีแนวทางอื่นอีกหรือไม่?

  • ทายาทหรือบุคคลในครอบครัวสามารถขอรับคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าได้ โดยมีเอกสารประกอบ ดังนี้
    • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอรับคืนเงิน
    • ใบมรณะบัตรหรือทะเบียนบ้านที่ประทับตราเสียชีวิต ของเจ้าของเงินประกันการใช้ไฟฟ้า
    • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์กับเจ้าของเงินประกันการใช้ไฟฟ้า เช่น ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส เป็นต้น
    • หนังสือแสดงความยินยอมของทายาทพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน (ตามแบบฟอร์ม กฟภ.-1)
    • ใบเสร็จรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (ถ้ามี)
    • หน้าสมุดเงินฝากธนาคารที่มีเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี กรณีต้องการ ให้โอนเงิน (ชื่อบัญชีเดียวกับทายาทผู้ขอรับคืนเงินเท่านั้น)

2. ผู้ขอใช้ไฟฟ้าเสียชีวิตไปหลาย 10 ปีแล้ว จะได้รับเงินประกันมั้ย?

  • สามารถรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าได้ ตามกรณี ดังนี้
    • มีคำสั่งศาลแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก
    • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการมรดก
    • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
    • ใบเสร็จรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (ถ้ามี)
    • สำเนาหน้าสมุดเงินฝากธนาคารที่มีเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี กรณีต้องการให้โอนเงิน (ชื่อบัญชีเดียวกับผู้จัดการมรดกเท่านั้น)
  • ทายาทหรือบุคคลในครอบครัวเป็นผู้ยื่นคำร้อง
    • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอรับคืนเงิน
    • ใบมรณะบัตรหรือทะเบียนบ้านที่ประทับตราเสียชีวิต ของเจ้าของเงินประกันการใช้ไฟฟ้า
    • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์กับเจ้าของเงินประกันการใช้ไฟฟ้า เช่น ทะเบียนบ้านทะเบียนสมรส เป็นต้น
    • หนังสือแสดงความยินยอมของทายาทพร้อมบัตรประจำตัวประชาชน (ตามแบบฟอร์ม กฟภ.-1)
    • ใบเสร็จรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (ถ้ามี)
    • หน้าสมุดเงินฝากธนาคารที่มีเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี กรณีต้องการให้โอนเงิน (ชื่อบัญชีเดียวกับทายาทผู้ขอรับคืนเงินเท่านั้น)

3. เจ้าจองคนเดิมเสียชีวิตเจ้าหน้าที่มีการบันทึก ชื่อ-นามสกุล ในบิลใบแจ้งผิดตั้งแต่มีการขอใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันจะให้ผู้จัดการมรดกไปรับแทนจะมีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรบ้าง เนื่องจากชื่อในใบมรณะบัตรกับบิลใบแจ้งไม่เหมือนกัน

  • หากผิดด้วยตัวสะกด ซึ่งมีเอกสารอ้างอิงได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน (ใบมรณะบัตร) ผู้จัดการมรดกสามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าได้ โดยใช้เอกสาร
    • คำสั่งศาลแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก
    • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการมรดก
    • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
    • ใบเสร็จรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (ถ้ามี)
    • สำเนาหน้าสมุดเงินฝากธนาคารที่มีเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี กรณีต้องการให้โอนเงิน (ชื่อบัญชีเดียวกับผู้จัดการมรดกเท่านั้น)

ทั้งนี้ ผู้วางหลักประกันที่มีปัญหาในการลงทะเบียนออนไลน์ เช่น โอนสิทธิ์ เสียชีวิต ฯลฯ ติดต่อ ณ ที่ทำการไฟฟ้านครหลวง ได้ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ส่วนแบบฟอร์มที่จะยื่นเพิ่มเติมให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น สามารถยื่นเอกสารออนไลน์ ผ่าน Application PEA Smart Plus และเว็บไซต์ : https://dmsxupload.pea.co.th/cdp ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 1129 

 

ที่มา : www.sanook.com