ถอดศัพท์&สำนวนปังๆ จาก 7 เพลงดังใน ‘Folklore’ อัลบั้มใหม่ของสาว ‘Taylor Swift’

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน หลังจากที่โลกของเราถูกล็อกดาวน์ไปอย่างยาวนาน  ศิลปินสาว Taylor Swift  ก็ได้อาศัยช่วงเวลานี้สร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่และได้ปล่อยอัลบั้มชุดที่ 8 ที่มีชื่อว่า ‘Folklore’ ออกมาให้เราได้ฟังไปเมื่อไม่นานมานี้ ความพิเศษของอัลบั้มนี้ก็คือเธอได้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก ความกลัวและความฝันของเธอผ่านเนื้อเพลงที่เธอเป็นคนแต่งและทำเองทั้งหมด ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละเพลงคือดีย์มากกก!  
            วันนี้ พี่ปุณ และ English Issues เลยถือโอกาสรวบรวมคำศัพท์ สำนวน และไวยากรณ์ที่ซ่อนไว้ในแต่ละเพลงมาฝาก พร้อมแล้วไปดูกันดีกว่าว่าจะมีเกร็ดความรู้อะไรให้เราเก็บไปใช้ได้บ้าง

Cardigan

            เพลง Cardigan เป็น lead single เพลงแรกที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกัน ซึ่งเนื้อหาของเพลงนี้ก็ได้บอกเล่าเรื่องราวในวันวานของหญิงสาวที่เติบโตมาพร้อมการลองผิดลองถูกมากมาย แต่แล้วเธอก็ได้เจอกับใครคนหนึ่งที่บอกว่าเธอคือคาร์ดิแกนตัวโปรดของเขา แม้เธอจะมองว่าตัวเองเป็นคาร์ดิแกนตัวเก่าที่ถูกทิ้งไว้มาตลอดก็ตาม TT แค่ฟังเนื้อเพลงก็ว่าชอบแล้ว ยิ่งดู MV ก็ยิ่งชอบกว่าเดิมไปอีก ทั้งสีหน้า ท่าทาง และอารมณ์ของสาวเทย์ถูกถ่ายทอดไว้ได้แบบไม่มีที่ติเลยล่ะค่ะ ส่วนศัพท์และสำนวนน่าสนใจในเพลงนี้จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน!
  • They assume you know nothing. = พวกเขาคิดว่าคุณไม่รู้อะไรเลย คำว่า ‘assume’ มีความหมายว่าคิด สันนิษฐาน หรือคาดเดาโดยที่ไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าสิ่งนั้นเป็นจริงไหม
  • I’m bleeding. = ฉันกำลังเจ็บปวดกับมัน ‘bleed’ เป็นกริยาที่แปลตรงตัวได้ว่าเลือดออก แต่ในที่นี้ก็สามารถแปลว่าเจ็บปวดเสียใจ (กับบางคน) ได้เหมือนกันค่ะ
  • Bloodstain = รอยเปื้อนเลือด
  • You put me on and said I’m your favorite. = คุณหยิบฉันขึ้นมาสวมใส่และบอกว่าฉันคือตัวโปรดของคุณ “me” ในทีนี้คือ cardigan ส่วน phrasal verb ‘put on’ ก็มักจะใช้กับการสวมใส่เสื้อผ้านั่นเองค่ะ

The 1

            เพลง The 1 เป็นเพลง open-track ของอัลบั้ม folklore ที่พอใครหลายคนได้ฟังก็ต้องกดถูกใจให้ทันที เพราะเนื้อหาของเพลงนี้ดึงอารมณ์เศร้าและความคิดถึงคะนึงหาออกมาได้ดีสุดๆ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนจะจบไปแล้ว แต่ยังมีฝ่ายหนึ่งที่ไม่ move on ไปไหน ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องราวเดิมๆ กิจกรรมเดิมๆ และสถานที่เดิมๆ ที่ได้ไปได้ทำด้วยกัน และถึงช่วงเวลาเหล่านั้นจะผ่านไปเธอก็ยังหวังและรอให้เขาคนนั้นกลับมาเสมอ ว่าแล้วก็ขอพักความเศร้าแล้วไปดูคำศัพท์กันดีกว่า
  • I’m doing good. = ฉันสบายดี ประโยคนี้น้องๆ สามารถเอาไปใช้ตอบคำถาม How are you? ได้เลยนะคะ ความหมายเหมือนกับ I’m well. หรือ I’m fine. ที่แปลว่า ‘สบายดี’ เลยค่ะ เพิ่มความเก๋ไปอีก!
  • You know the greatest loves of all time are over now. = คุณเองก็รู้ว่าความรักที่ดีที่สุดได้จบลงไปแล้ว ‘something is over’ หมายถึงบางสิ่งบางอย่างได้จบไปแล้วนั่นเอง เป็นอีกสำนวนที่เจอได้บ่อยมากก
  • One thing had been different. = มีสิ่งหนึ่งที่แปรเปลี่ยนไป ‘different’ (adj.) มีสองความหมายแปลได้ทั้ง ‘แตกต่าง’ และ ‘เปลี่ยนแปลง’เวลาใช้จึงต้องดูบริบทให้ดีไม่งั้นจะสับสนเอาได้ง่ายๆ เลย

Exile 

             แค่ชื่อเพลง Exile ที่มีความหมายว่า ‘การเนรเทศหรือการขับไล่’ ก็ฉายแววความเศร้ามาแต่ไกลเลยค่ะ เพลงนี้พูดถึงความรักที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแต่ก็ต้องจบไปเพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันทั้งสองไม่ได้เรียนรู้และเข้าใจกันมากพอ ซึ่งเพลงนี้ศิลปินสาวเทย์เลอร์ สวิฟต์ก็ได้ ‘บง อีแวร์ (Bon Iver)’ ศิลปินอินดี้โฟล์กสัญชาติอเมริกันมา feat. ด้วย งานนี้ใครเป็นแฟนคลับใครต้องรีบตามไปฟังแล้วค่ะ
  • Warning signs = สัญญาณเตือน
  • Homeland = ถิ่นฐานบ้านเกิด (syn. fatherland, motherland)
  • You didn’t even hear me out. = คุณไม่แม้แต่จะรับฟัง/ได้ยินเสียงของฉันด้วยซ้ำ
  • He is just your understudy. = สำหรับคุณเขาเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง ‘understudy’ เป็นคำนาม (n.) มีความหมายว่า ‘ตัวสำรองหรือตัวแสดงแทน’นั่นเองค่า

Mirrorball

 

            ในเพลงนี้เธอเปรียบตัวเองเหมือนดัง Mirror ball หรือลูกบอลกระจกดิสโก้ที่คอยส่องแสงและสะท้อนภาพของผู้คนที่เปล่งประกายอยู่รอบตัว รวมไปถึงชายคนรักของเธอด้วย รอบแรกที่พี่ฟังเพลงนี้ก็แอบคิดว่ามันเป็นเพลงบอกรักทั่วไปค่ะ แต่พอได้ค่อยๆ โฟกัสที่เนื้อเพลงแต่ละท่อนแล้วพี่ว่าสาวเทย์คงตั้งใจใส่ความรู้สึกเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดเอาไว้ไม่น้อยเลย
            ยิ่งในท่อนนี้ ‘I’ve never been a natural, all I do is try, try, try = ฉันไม่เคยได้เป็นธรรมชาติอย่างคนอื่น ทุกสิ่งที่ทำมีแต่ต้องพยายาม พยายาม แล้วก็พยายาม’ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นตัวของตัวเองและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไร เพียงแต่พยายามทำในสิ่งที่คนรอบข้างจะมีความสุขก็เท่านั้น เรียกว่าแต่ละเพลงในอัลบั้มนี้สะท้อนมุมมองความรักที่เจ็บปวดเอาไว้ได้สุดจริงๆ ค่ะ TT ว่าแล้วก็ออกจากโหมดเศร้าแล้วไปเข้าโหมดศัพท์กันดีกว่า
  • Tightrope (n.) = เส้นลวดที่ใช้ในการเดินไต่หรือการเล่นกายกรรม
  • Trapeze (n.) = ชิงช้าสูงที่ใช้ในการแสดงกายกรรม, ราวที่ใช้ในการออกกำลังกาย
  • Tiptoe (n.) = การเดินด้วยปลายเท้า, การเขย่งเท้า
  • Masquerade (n.) = งานเลี้ยงสวมหน้ากาก, การปลอมตัว
  • Glisten (n.) = แสงระยิบระยับแวววาว หรือใช้เป็น  v.  แปลว่า ส่องแสงเปล่งประกายระยิบระยับ ก็ได้เช่นกันค่ะ

August

             ก้าวเข้าสู่เดือนสิงหาคมแบบนี้ก็ต้องต่อกันที่เพลง  ‘August’   อีกเพลงที่มีเนื้อหาย้อนวันวานไปหาความรักวัยใส ความทรงจำและความรักฉาบฉวยที่เคยเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม และแม้ว่าท้ายที่สุด ‘You were never mine = เธอจะไม่ได้เป็นอะไรกับฉันเลยฉันก็ยังคงอยู่ตรงนี้ พร้อมเสมอเมื่อเธอเรียกหา บอกเลยว่าทำนองเพลงนี้ฟังดูอบอุ่นละมุนมากๆ แถมหลายคอมเมนต์ใน Youtube  ยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเนื้อหาของเพลงนั้นเรียกน้ำตาได้เป็นอย่างดี มาดูกันหน่อยว่าจะมีสำนวนไหนซึ้งกินใจให้พวกเราเก็บไปใช้กันบ้าง
  • Never have I ever before. เป็นสำนวนที่แปลว่า ‘ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย’ เธอไม่เคยทำสิ่งนี้ให้ใครจนกระทั่งได้เจอกับเขา ><
  • I remember thinking I had you.  = ฉันไม่เคยลืมความทรงจำที่มีคุณ โดยปกติแล้ว ‘remember’ เป็นกริยาที่สามารถตามหลังด้วย
  1. Gerund (V.ing) ซึ่งจะให้ความหมายว่า ‘จำได้ว่าได้ทำบางอย่างไปแล้ว’ เช่น I remember locking the door. ฉันจำได้ว่าล็อกประตูไปแล้ว
  2. Infinitive with to (to+V.1) ซึ่งจะให้ความหมายว่า ‘จำได้ว่าจะทำอะไร’ เช่น I remember to send email. ฉันจำได้ว่าจะส่งอีเมลหาเขา
  • For me, it was enough to live for the hope of it all. = สำหรับฉันมันเพียงพอแล้วที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวังทั้งหมดนี้ ซึ่งในเพลงนี้ “ความหวัง” ที่ว่าก็หมายถึงการที่เราทั้งสองพยายามที่จะปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างให้มันดีขึ้นนั่นเอง

Betty 

            เพลงนี้มีสตอรีเชื่อมโยงกับเพลง August และเพลง Cardigan ที่พูดถึงความรักใสๆ วัยเรียน โดยเพลงนี้เป็นเหมือนคำสารภาพของชายหนุ่มที่ได้ทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดกับ Betty นั่นก็คือการนอกใจ นั่งรถออกไปกับหญิงสาวอีกคนหลังจากอกหักจากเธอ (เขายังว่ากันว่าชายหนุ่มในเพลงอาจเป็นตัวแทนของสาวเทย์เองนั่นแหละ!) นอกจากนี้เพลง ‘Betty’ ก็ยังมี phrasal verbs ให้ได้เรียนรู้อีกเพียบ ตัวอย่างเช่น
  • Sink in = แปลตรงตัวได้ว่า ‘ซึมลงไปหรือ(เรือ)จม’ แต่จากท่อน I planned it out for weeks now but it’s finally sinking in. ดูเหมือนว่ากริยาช่วยตัวนี้จะถูกใช้ในความหมายที่แตกต่างออกไป โดยในที่นี้ sink in แปลว่า ‘เข้าใจหรือตกผลึกทางความคิด’ นั่นเองค่ะ
  • Show up = ปรากฏตัว
  • Turn into = กลายเป็น
  • Get in = ขึ้น(พาหนะ) โดย ‘get in’ มักจะใช้กับการขึ้นพาหนะที่ไม่สามารถยืนเมื่อเข้าไปได้ อย่างเช่น get in a car / get in a taxi ในขณะที่ ‘get on’ จะใช้กับการขึ้นพาหนะขนาดใหญ่ที่สามารถยืนเมื่ออยู่ข้างในได้ อย่างเช่น get on a bus / get on a train เป็นต้น

Hoax

 

            ปิดท้ายกันด้วยเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม folklore อย่าง ‘Hoax’ ซึ่งชื่อเพลงนี้ก็เป็นได้ทั้ง noun & verb ที่มีความหมายว่า ‘หลอกลวง’ ส่วนเนื้อหาก็มาแนวอกหักเลยค่ะ Faithless love รักไร้ศรัทธาและ Hoax เรื่องหลอกลวงที่นำพาความเจ็บปวดมาให้เธอ แต่ถึงเนื้อเพลงจะเศร้าแค่ไหนเสียงร้องและทำนองก็พาเราจบอัลบั้มนี้ไปด้วยรอยยิ้มจนได้ แต่ก่อนจะไปเรามาทิ้งท้ายด้วยศัพท์และสำนวนที่น่าสนใจกันดีกว่า!
  • Give me a reason. = ขอเหตุผลให้ฉันซักหนึ่งข้อ
  • No other sadness in the world would do. = ไม่มีความโศกเศร้าใดในโลกจะเทียบเคียงครั้งนี้ได้อีกแล้ว ซึ่งในประโยคนี้สาวเทย์อาจหมายถึงไม่มีความเศร้าครั้งไหนที่จะทำให้เธอรู้สึกและอินไปกับมันได้เท่านี้อีกกก
  • You knew you won so what’s the point of keeping score? = คุณรู้อยู่แล้วว่าคุณจะชนะ ถ้าอย่างนั้นจะนับแต้มไปทำไม จากสำหรับประโยคนี้ วลีที่น่าจำไปใช้ก็คือ ‘What’s the point of something’ ซึ่งสื่อความหมายประมาณว่า แล้วจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร จุดประสงค์คืออะไร เพราะทำไปก็ไม่มีประโยชน์นั่นเอง
Photo credit:  MV Cardigan 
            จบไปแล้วกับศัพท์และสำนวนจาก 7 เพลงส่วนหนึ่งในอัลบั้ม Folklore ของสาว Taylor Swift ที่พี่นำมาฝากกันในวันนี้ แต่ละเพลงคือดี มีคุณภาพ สมกับการรอคอยจริงๆ ค่ะ ยิ่งพอเราเข้าใจและรู้ความหมายของคำศัพท์ + สำนวนต่างๆ เราก็จะยิ่งอินทั้งเนื้อร้องทั้งทำนองขึ้นไปอีก เรียนภาษาอังกฤษจากเพลงนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง! ใครที่ฟังแล้วถูกอกถูกใจเพลงไหนก็อย่าลืมเพิ่มเข้าลิสต์เอาไว้จะได้ไม่ตกเทรนด์กันนะคะ ^^

ที่มา : www.dek-d.com