ต่างชาติก็เรียนได้! ‘เซมมงกักโค’ วิทยาลัยสายอาชีพเฉพาะทาง ต่อยอดทำงานในญี่ปุ่น

            สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีดีทั้งอาหารการกิน แหล่งชอปปิง และที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ปังไม่แพ้กันก็คือเรื่องของ การศึกษาค่ะ พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนคงมีความฝันอยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น และอาจจะยังไม่รู้ว่านอกจากโรงเรียน และมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา และวิทยาอาชีวศึกษาก็มีคุณภาพและน่าไปเรียนต่อไม่แพ้กันเลยค่ะ

และวันนี้พี่ปุณจะพาน้องๆ ไปรู้จักกับสถาบันการศึกษาที่เน้นการเรียนทักษะเฉพาะทาง หรือที่เรียกกันว่า “เซมมงกักโค” (senmon  แปลว่า เฉพาะทาง +  gakkou  แปลว่า โรงเรียน) สถาบันนี้จะสอนให้ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญแบบมืออาชีพในแต่ละสาขาที่เลือก เรียกได้ว่าใครชอบอะไร อยากจะสานฝันด้านไหน ก็ได้เรียนแบบรู้ลึก รู้จริง รู้จนนำไปประกอบอาชีพได้เลย ว่าแล้วก็ตามพี่ไปทำความรู้จักกับเซมมงกักโคให้ลึกกว่านี้และไปดูสาขาวิชาที่เปิดสอนกันเลยดีกว่า!

ทำความรู้จักเซมมงกักโค 専門学校

“เซมมงกักโค” เปรียบได้กับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สำหรับน้องๆ ที่อยากมาเรียนต่อที่นี่จะต้องมีอายุครบ 18  ปีบริบูรณ์ก่อนภาคการศึกษาที่เข้าเรียน (เดือนเมษายน) และต้องจบการศึกษาชั้นม.ปลายแล้ว สำหรับการเรียนการสอนที่นี่จะเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลยค่ะ ดังนั้น หากใครจะสมัครเรียนจะต้องมีพื้นฐานความรู้ภาษาญี่ปุ่นติดตัวมาก่อนนะ โดยน้องๆ สามารถเลือกใช้คะแนนอย่างใดอย่างหนึ่งใช้ยื่นประกอบด้วย เช่น
  • ผลสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น (JLPT) ระดับ N2 ขึ้นไป
  • ผลสอบ EJU วิชาภาษาญี่ปุ่น 200 คะแนนขึ้นไป
  • ใบรับรองการเรียนภาญี่ปุ่น 6 เดือนขึ้นไปจากสถาบันสอนภาษาที่ญี่ปุ่น
และสำหรับน้องคนไหนที่ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนเลยก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ แค่เราอาจจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากกว่าคนอื่น โดยอาจจะต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไทยก่อน และเมื่อพอมีพื้นฐานแล้วก็ไปเรียนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่นอีกสัก 1 ปีหรือปีครึ่งเพื่อเพิ่มความรู้และฝึกทักษะภาษาให้แน่นปึ้ก เท่านี้เราก็จะพร้อมสำหรับการสอบวัดระดับและการสอบเข้าเซมมงแล้วค่ะ

หลักสูตรการเรียนการสอน

เซมมงจะแบ่งการเรียนการสอนเป็น 2 หลักสูตร คือ  
  1. แบบวิชาชีพทั่วไป – ระยะเวลาเรียน 2 ปีหรือมากกว่า เรียนจบได้วุฒิอนุปริญญา (Diploma) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ
  2. แบบวิชาชีพชั้นสูง – ระยะเวลาเรียน 4 ปี เรียนจบได้วุฒิอนุปริญญา (Diploma) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

อยากเรียนที่นี่ มีทุนมอบให้!

นอกจากน้องๆ สามารถสมัครเรียนเซมมงโดยทุนส่วนตัวแล้ว ในทุกๆ ปี ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเค้าจะมีทุนมอบให้สำหรับชาวไทยด้วยนะคะ โดยทุนที่ว่านี้เป็นทุนประเภท  “Specialized Training College”  ซึ่งหลักเกณฑ์ก็จะเหมือนๆ กับด้านบนที่พี่ได้บอกไปเลยค่ะ โดยผู้สมัครจะต้องมีอายุตั้งแต่ 17 – 25 ปี และผู้ที่ได้รับทุนจะสามารถเลือกเรียนได้ในสาขาเทคโนโลยี สุขอนามัยและโภชนาการ การศึกษา สวัสดิการ ธุรกิจ พัสตราภรณ์และคหเศรษฐศาสตร์ วัฒนธรรมและการศึกษาพื้นฐาน และสาขาวิชาอื่นๆ ของเซมมงแต่ละแห่งนั่นเองค่ะ
การสอบข้อเขียน: ทดสอบความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น
ระยะเวลารับทุน: 3 ปี
จำนวนทุน: 117,000 เยน/เดือน (หรือประมาณ 50,000 บาท)

ชี้เป้า 5 เซมมงยอดฮิต
แต่ละที่ดังมากกก

น้องๆ รู้มั้ยคะว่าที่ญี่ปุ่นนั้นมีเซมมงกักโคเยอะมากกก ประมาณเกือบๆ 3 พันแห่งทั่วประเทศเลยค่ะ ซึ่งนอกจากนักเรียนญี่ปุ่นแล้วก็จะมีนักเรียนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงไทยตบเท้าเข้ามาเรียนกันเยอะมาก และสาขาอาชีพที่เปิดสอนก็หลากหลาย แถมเปิดเป็นวิทยาลัยเฉพาะทางอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านเกม แอนิเมชัน การ์ตูน การทำอาหาร ความสวยความงาม การท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจ และยังมีด้านอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้พี่ได้คัดเซมมง 5 แห่งที่มีชื่อเสียงมาแนะนำให้น้องๆ รู้จักกันค่ะ ไปดูกันดีกว่าว่ามีสถาบันและสาขาไหนน่าสนใจบ้าง!

1. อยากเรียนอนิเมะต้องที่นี่! ‘Kogakuin College (NENihonEC)’

Photo credit: https://www.neec.ac.jp
“Make Your Dream Come True”  มาทำความฝันให้เป็นความจริงกันเถอะ! นี่เป็นสโลแกนของวิทยาลัย  Nihon Kogakuin เซมมงกักโคที่เปิดสอนมามากกว่า  70  ปี มีทั้งหมด  2  สาขา ที่แรกอยู่ในเมืองฮาจิโอจิและอีกที่อยู่ในเมืองข้างๆ อย่างโตเกียว ที่  Kogakuin College  แห่งนี้มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากถึง 7 สาขา ได้แก่ สาขาด้านการสร้างสรรค์ การออกแบบ การดนตรี การแพทย์ ไอที เทคโนโลยี และกีฬา
หนึ่งในสาขาที่โด่งดังและเป็นที่นิยมก็คือ สาขาด้านการสร้างสรรค์ (Creator College) เพราะสาขานี้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับอนิเมะและมังงะ  น้องๆ หลายคนอาจสงสัยว่าสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไรนะ? พี่ก็จะขออธิบายไว้สั้นๆ ว่า  ‘อนิเมะ’  เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่ทำออกมาในรูปแบบของ ‘ภาพเคลื่อนไหว’  แต่  ‘มังงะ’  จะเป็นการ์ตูนที่อยู่ในรูปแบบของ   ‘หนังสือ’  ค่า และสำหรับการเรียนก็จะมีทั้งให้ออกแบบผ่านคอมพิวเตอร์และวาดใส่กระดาษ เริ่มตั้งแต่รูปง่ายๆ เช่น รูปการเหวี่ยงลูกบอล ไปจนถึงรูปคนเดินหรือคนหันหน้าเลยค่ะ
นอกจากอนิเมะและมังงะแล้ว สาขานี้ก็ยังมีตัวเลือกอื่นอย่าง การถ่ายทำภาพยนตร์ การตัดต่อ การแสดง และการออกแบบฉากและเวทีอีกด้วยค่ะ

ส่วนค่าเรียนต่อปีก็อยู่ที่  2.4 – 2.7  ล้านเยนหรือประมาณ  7 – 8 แสนบาทค่ะ ถือว่าราคาสูงระดับหนึ่งเลย แต่ถ้าใครทำคะแนนสอบเข้าได้ดีหรือมีความขยันหมั่นเพียร ทางวิทยาลัยก็จะมีการพิจารณามอบทุนหรือมีส่วนลดให้ด้วยนะคะ แจกทุนฟรีแบบนี้! น้องๆ ที่อยากเรียนก็ต้องสู้กันหน่อยแล้ววว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  Nihon Kogakuin: Technical College Tokyo Japan

2. สวรรค์ของว่าที่มาสเตอร์เชฟ! Tsuji Culinary Institute/Tsuji Institute of Patisserie 

Photo credit: https://www.tsuji.ac.jp

มาที่สถาบันถัดมากันบ้าง   ‘Tsuji Culinary Institute’  วิทยาลัยสายงานครัว ในเมืองโอซาก้าที่เปิดสอนทั้งนักเรียนญี่ปุ่นและนักเรียนจากต่างประเทศในสาขาวิชาสุขวิทยา (Hygiology)  ด้านการทำอาหาร การทำขนม และโภชนาการต่างๆ  หากน้องๆ คนไหนที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะ เพราะที่นี่เค้าจะเริ่มสอนให้ใหม่หมดเลย ตั้งแต่ทฤษฎี หลักการจับมีดและการใช้เครื่องครัว ไปจนถึงขั้นตอนการลงมือทำจริง อีกทั้งอาจารย์ยังคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ใครมีความถนัดด้านไหน เก่งอะไร อาจารย์ก็จะจับปั้นให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นไปเลยค่ะ  (เรียนจบเตรียมกลับมาแข่งมาสเตอร์เชฟได้เลย!)
ส่วนค่าเรียนที่นี่จะตกอยู่ประมาณปีละ 2 ล้านเยนหรือประมาณ  5 – 6  แสนบาทค่ะ โดยราคานี้ยังไม่รวมค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์ทำอาหาร ค่าประกันอุบัติเหตุ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ นะคะ หากน้องๆ คนไหนสนใจและรักการทำอาหารจนอยากจะนำไปทำเป็นอาชีพ ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ และเมื่อเรียนจบแล้วน้องก็จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองและสามารถหางานทำในญี่ปุ่นได้ทันทีเลยค่ะ ดีงามมากกก

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   Site Top Tsujicho Group School Description Site

3. ดูแลหน้าผมให้ดีที่นี่มีครบ! ECC College of Beauty and Style

Photo credit: http://global.ecc.ac.jp

ECC College เป็นอีกหนึ่งวิทยาลัยในเมืองโอซาก้าที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของสถาบันที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่เปิดสอนในสาขาวิชาสุขวิทยา (Hygiology) ด้านการเสริมสวย การแต่งหน้า การดูแลผิวพรรณ การทำเล็บ ไปจนถึงการดูแลความสวยความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวเลยค่ะ ทางสถาบันจะจัดอุปกรณ์การเรียนให้ครบครัน นักเรียนที่นี่ทุกคนจะได้ลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอนอย่างกับได้ทดลองเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยเลยล่ะค่ะ ส่วนใครที่เรียนจบแล้วเขาก็จะมีให้ฝึกงานและแนะนำที่ทำงานในญี่ปุ่นให้ด้วยยย
สำหรับค่าเรียนที่นี่จะตกอยู่ที่ประมาณ  1.2  ล้านเยนต่อปีหรือประมาณ  3.5  แสนบาทนั่นเองค่ะ ใครที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็น Hair & makeup artist  ผู้ให้คำปรึกษาด้านความงาม หรือนัดจัดงานแต่งงานล่ะก็ พี่ขอแนะนำสถาบันแห่งนี้เลยค่า

4. ฝึกปรือก่อนเปิดธุรกิจที่ Tokyo School of Business College!

มาต่อกับวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านธุรกิจในโตเกียวอย่าง  Tokyo School of Business College  หลักสูตรของที่นี่จะสอนให้ผู้เรียนรู้จักกับ   “การทำธุรกิจ”  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการจัดการ ธุรกิจการกีฬา ธุรกิจการด้านไอที ธุรกิจการจัดดอกไม้ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง ใครสงสัยว่าธุรกิจต้องบริหารอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้า ได้กำไร ไม่ขาดทุน วิทยาลัยแห่งนี้ก็ได้รวบรวมความรู้และคำแนะนำต่างๆ ไว้ให้หมดแล้ว
นอกจากนี้ยังมี TSB Shopping Mall ร้านค้าที่จำลองมาให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และสถานที่ทดลองงานสำหรับนักเรียนธุรกิจทุกคน รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ มากมายตลอดทั้งปีการศึกษา อย่างเช่น กีฬาสี การจัดงานเทศกาล งานปาร์ตี้ และงานแฟชั่นโชว์อีกด้วย

ในส่วนของค่าเรียนอยู่ที่ประมาณปีละ  1.3  ล้านเยนหรือประมาณ  3.7  แสนบาทค่ะ ว่าที่เจ้าของธุรกิจคนไหนสนใจซ้อมฝีมือก่อนลงสนามจริง วิทยาลัยแห่งนี้ก็พร้อมรอต้อนรับอยู่แล้วค่ะ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tokyo School of Business College 

5. เอาใจเซียนเกมกับที่นี่! ECC College of Computer & Multimedia 

Photo credit: http://global.ecc.ac.jp
ถ้าพูดถึงหนึ่งประเทศที่โด่งดังเรื่องเทคโนโลยีก็จะต้องมี ‘ญี่ปุ่น’ อยู่ในนั้นเสมอ และมันคงจะดีไม่น้อยถ้าเราได้มีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันที่เชี่ยวชาญด้านนี้อย่าง  ECC  เพราะที่นี่มีแต่อาจารย์เก่งๆ ที่จะช่วยเทรนด้านการออกแบบเกมและการพัฒนาเทคโนโลยี น้องๆ คนไหนที่กำลังสนใจด้านนี้ก็คือตอบโจทย์ไปเลยค่า
ECC College of Computer & Multimedia  ตั้งอยู่ในเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างโอซาก้า ที่นี่มีทั้งคอร์สเรียนเกี่ยวกับ  Computer Graphic  การพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการออกแบบเว็บไซต์โดยทางสถาบันมักจะมีการแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้อาจารย์ได้ดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง ทุกคนจะได้รับแล็ปท็อปส่วนตัวเพื่อใช้ในการเรียนและการทำงาน และนอกจากการเลือกเรียนในหลักสูตรที่ชื่นชอบแล้ว น้องๆ ยังจะได้เรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาสัปดาห์ละ 1 ครั้งอีกด้วย
และที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มก็คือระหว่างเรียนน้องๆ จะมีโอกาสได้เข้าฝึกงานกับบริษัทเกมหรือบริษัทไอทีที่สถาบันจัดหามาให้ เรียกว่าเรียนทีได้ครบทั้งทฤษฎีและปฏิบัติเลยค่ะ!

ส่วนค่าเรียนที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ  1.4  ล้านเยนต่อปีหรือประมาณ  4  แสนบาทค่ะ ชื่อเสียงของสถาบันถูกการันตีด้วยรางวัล  Japan Game Awards Amateur Division  ถึง  4 ปีซ้อนขนาดนี้ ใครเป็นเกมเลิฟเวอร์ตัวจริงก็อย่าพลาดแล้วหาโอกาสไปเรียนกันให้ได้นะคะ!

Photo credit: https://unsplash.com
เป็นอย่างไรกันบ้างคะน้องๆ พอรู้จักเซมมงกักโคและทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันและสาขาที่เปิดสอนกันไปบ้างแล้ว แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ เพราะนอกจากสาขาที่พี่เพิ่งพาไปรู้จักแล้วก็ยังมีสาขาวิชาแปลกๆ อย่างสาขาที่สอนวัดสายตา แล้วไหนจะสาขาที่สอนเกี่ยวกับกิจกรรมเอาท์ดอร์อีก คอนเฟิร์มแล้วว่าญี่ปุ่นนี่เขาเทรนได้ทุกสายอาชีพจริงๆ 
สำหรับน้องคนไหนที่อยากไปเรียนต่อเซมมงที่ญี่ปุ่นก็ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่นี่เซมมงเหล่านี้เปิดรับคนต่างชาติและพร้อมให้น้องๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่ใช่ในสาขาวิชาที่เหมาะสมกับตัวน้องๆ แล้วค่า ใครได้ไปเรียนก็อย่าลืมกลับมาเล่าประสบการณ์ดีๆ  ให้พี่ๆ เพื่อนๆ ฟังกันได้นะคะ ^^
ที่่มา  : www.dek-d.com