ชัดเจน! “บิ๊กอ๊อด” แจงละเอียดนำพาฟุตบอลไทยเดินหน้าผ่านวิกฤตโควิด-19 (คลิป)

Thailand Web Stat

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 เกี่ยวกับเรื่องแผนงานต่างๆ เพื่อให้ฟุตบอลไทยเดินหน้า ผ่านวิกฤตโควิด-19 ต่อไปได้

โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีดังกล่าวจัดขึ้นที่ ชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีวาระสำคัญคือการรายงานความคืบหน้าในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงแผนงานต่างๆ ในอนาคต

หลังการประชุม พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “วันนี้เป็นการประชุมสามัญประจำปีของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2563 เรื่องที่เป็นสาระในการประชุมคือ เรื่องของการแก้ไขระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน เรื่องการรับรองสโมสรสมาชิกที่สมัครเข้ามาใหม่ เรื่องการรายงานงบดุล หรือ รับรองงบดุลค่าใช้จ่ายใน ปี 2562 ที่ผ่านมา การอนุมัติงบประมาณค่าใช้จ่ายของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในปีต่อไป ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี สมาชิกให้การรับรอง และอนุมัติให้สมาคมฯ ดำเนินงบประมาณ ค่าใช้จ่ายของ สมาคมฯ ในปีหน้า”

“หลังจากนั้นเป็นการชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ของอนาคตฟุตบอลประเทศไทย พร้อมทั้งตอบคำถามข้อข้องใจของสโมสรสมาชิก ในเรื่องงบดุล ค่าใช้จ่าย หรืองบดุล กรอบวงเงินงบประมาณ ในทุกๆเรื่อง สมาชิกเข้าใจและไม่มีคำถามใดๆ จากการชี้แจง เพราะการดำเนินการต่างๆ ข้อมูลต่างๆ เราได้ส่งให้สมาชิกได้รับทราบก่อนล่วงหน้า 1 เดือน ประกอบกับวีดิทัศน์ ที่อธิบายและสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ทำให้ไม่มีคำถามใดๆ ต้องตอบ การประชุมดำเนินการไปได้ด้วยดี”

“สำหรับในที่ประชุมสภากรรมการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา สภากรรมการได้อนุมัติให้สมาคมฯ ทำการกู้ยืมเงินนอกระบบ จากองค์กรภายนอกประเทศ ภายในประเทศ และบุคคลภายในประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นเงินหมุนเวียน ในการจัดการแข่งขันในช่วงต่อไป ช่องทางที่สมาคมฯ ได้วางกรอบไว้ ช่องทางที่ 1 คือ ขอการสนับสนุนจากทางภาครัฐ ซึ่งก็ได้รับความกรุณาจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และการประชุมสภาโอลิมปิค เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทางสภาโอลิมปิค และประธานกองทุนการกีฬา พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ กกท. และเลขาธิการ กองทุน ให้ดำเนินการหาเงินมาช่วยสมาคมกีฬาฟุตบอล ตามช่องทางที่สามารถทำได้ ซึ่งก็คงเป็นส่วนของเงินรางวัล ค่าตอบแทน บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬา เงินจำนวนนี้ในอดีต กกท. ก็เคยให้การสนับสนุน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง เสมอมา จนกระทั่งปี 2559 มาหยุดให้ชั่วคราว”

“ช่องทางที่ 2 คือการกู้ หรือหาเงินสนับสนุนจากองค์กรภายนอกประเทศ องค์กรภายในประเทศหรือบุคคลภายในประเทศ ตรงนี้สมาคมฯ ได้พยายามดำเนินการ ได้ใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับทางฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ว่าเราจะขอกู้เงินฟีฟ่า หวังว่าจะนำเงินล่วงหน้าในปีถัดไป มาใช้หมุนเวียนก่อน ซึ่งทางฟีฟ่าก็ได้รับทราบ ส่วนองค์กรหรือเอกชนในประเทศ ผมก็ได้ดำเนินการแล้ว และได้การตอบรับมาแล้ว เช่นได้ทุนจากคุณ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานบริษัท คิง เพาเวอร์ รับปากว่าจะเข้ามาช่วย นอกจากนี้ยังได้มีการนัดหมายหารือกับหลายๆ บริษัทที่คิดว่า มีศักยภาพ และรักในกีฬาฟุตบอล ต้องการเห็นวงการฟุตบอลเดินหน้าต่อไปได้ นี่คือช่องทางที่ 2”

“ส่วนช่องทางที่ 3 หากสองช่องทางแรกไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ทัน อย่างไรเสีย ผมก็ต้องขอร้องครอบครัวอีกครั้ง ในการเอาเงินของครอบครัวมากู้ยืม เหมือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 – 2562 ผมเคยไปใช้เงินครอบครัว และเพื่อนฝูง ให้สมาคมฯ กู้และหมุนเวียน รวมทั้งสิ้น 119 ล้านบาท เป็นจำนวน 8 ครั้ง ในยามที่สมาคมฯ ขาดสภาพคล่อง นั่นเป็นทางเลือกสุดท้าย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อยืนยันกับสโมสรสมาชิก ว่าอย่างไรเสียฟุตบอลไทยไม่มีการหยุดชะงักแน่นอน และจะเดินหน้าต่อไป”

“สำหรับจำนวนเงินที่จะกู้ นั้น เราก็จะกู้อยู่ในจำนวนที่เราสามารถคืนได้ เพราะที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้คืนเงินให้ครอบครัว และ บริษัทต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมีประสิทธิภาพ ส่วนวงเงินเราคงตอบไม่ได้ เรากู้แค่เพียงพอให้ฟุตบอลเดินหน้าต่อ สำหรับการจัดการแข่งขันเท่านั้น เอามาดูแลทีมชาติ ยืนยันว่าเงินที่กู้มาจะใช้สำหรับจัดการแข่งขัน เพื่อที่จะถ่ายทอดและส่งสัญญาณให้บริษัท ให้ได้ หรือถ่ายทอดและส่งสัญญาณให้กับผู้ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นฟรีทีวี หรือแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาดำเนินการ เราจะใช้เงินเพื่อการนี้เท่านั้น แล้วก็ใช้สำหรับการดูแลทีมชาติในการแข่งขันของทีมชาติ เงินรางวัลและค่าตอบแทนสำหรับสโมสรไทยลีก 1,2 และ 3 จะไม่ใช้เงินตรงนี้เด็ดขาด และไม่ห่วงไทยลีก 1 เท่าไหร่ เพราะทุกสโมสรต่างมีมูลค่าในตัวเองอยู่ ถ้ามีทีวีช่องใด หรือ แพลตฟอร์มใดเสนอตัวเข้ามา สำหรับฟุตบอลไทยลีก 1 ก็คงจะมี แต่วันนี้สิ่งที่ยังตอบไม่ได้คือจำนวนเท่าไหร่ เมื่อไหร่ อย่างเช่น เงินจากความช่วยเหลือของการกีฬาแห่งประเทศไทย ท่านผู้ว่านั้นปรารถนาดี แต่เงินจากราชการ มันมีกฎระเบียบข้อบังคับมากมาย มันมีช่วงเวลาการใช้ สมาคมฯ มีเวลาแค่ 11 วันเศษๆ ในภาวการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ทุกองค์กร ได้รับผลกระทบ มันไม่ง่ายสำหรับเจรจาในระยะเวลาอันสั้น”

“ทรู ยืนยันว่าต้องการจะปฏิบัติตามสัญญาที่จะถ่ายทอดสดจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม นั่นคือสิ่งที่สมาคมฯ ยังต้องทำต่อไป จะต้องหาผู้ที่เข้ามารับช่วง ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใดๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีการพูดคุยกัน ซึ่งจากงบดุล ตอนนี้ สมาคมฯ ติดลบอยู่ 2 ล้านเศษๆ เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สมาคมฯ เดินหน้าต่อไป ตอนนี้ทางสโมสรสมาชิกก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทุกสโมสรที่เข้าประชุมในวันนี้ ต่างได้ฟังคำชี้แจงของสมาคมฯ ว่าเงินรายได้ของสมาคมฯ ได้มาเท่าไหร่ ถูกใช้ไปเท่าไหร่ อย่างไร มันไม่เป็นไปตามความเข้าใจของคนบางคนที่ เสนอข้อมูลออกไป ว่าสมาคมฯ ได้มา 7,000 ล้าน ถูกนำไปไหนหมด ข้อเท็จจริง เงินที่ได้มา ไม่ใช่หารด้วยจำนวนสโมสร และเป็นเงินสนับสนุน ทุกคนต้องใช้ เข้าใจ ทุกแมตช์การแข่งขัน ต้องส่งให้ทรู ไทยลีก 1 ต้องใช้เงินประมาณ 600,000 บาทต่อนัด ไทยลีก 2 ประมาณ 300,000 บาท ต่อนัด จะเห็นว่าเงินถูกใช้ไปเป็นจำนวนมาก เบี้ยเลี้ยงในแต่ละแมตช์ หรือ การจัดอีเวนต์ต่างๆ ของสปอนเซอร์ ซึ่งให้เงินเรามา เขาต้องการผลตอบแทน อีเวนต์ต่างๆ ที่จัดขึ้น ต้องเสียเงิน เพราะเมื่อมีการดำเนินการ สมาคมฯ ต้องจ่ายเงินเอง พอเราชี้แจงไปสโมสรก็เข้าใจ ถ้าสมาคมฯ ไม่โปร่งใส นำเงินไปใช้นอกลู่นอกทาง สโมสรก็ถล่ม เขาไม่ได้มีคำถาม แสดงถึงความเข้าใจ คิดว่าทั้งสื่อมวลชน ควรเป็นกระบอกเสียงชี้แจงให้แฟนบอลเข้าใจ ไม่งั้นแฟนบอลก็จะรับข้อมูล หรือ เสพข้อมูลที่ผิดไป”

ที่มา : www.sanook.com