จดไปใช้! 15 คำและวลีเริ่ดๆ ช่วยพลิกโฉม Essay ธรรมดาให้ Perfect กว่าที่เคย

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D หลายคนคงทราบกันดีกว่าการจะเก่งภาษาอังกฤษนั้นมันไม่ง่ายเลย เพราะไม่ว่าจะฟัง พูด อ่าน หรือเขียนก็ล้วนเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ทั้งนั้น และหนึ่งทักษะสำคัญที่ได้ใช้อยู่ตลอด และเจอได้ทั้งในวัยเรียนและวัยทำงานก็คือ “ทักษะการเขียนเรียงความ (essay)  ”  นั่นเอง ซึ่งนอกจากหัวข้อและประเด็นใน Essay จะต้องน่าสนใจชวนให้อ่านแล้ว การใช้คำและวลีที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจและทำให้ผู้อ่านอ่านงานเขียนของเราไปจนจบด้วย
วันนี้ พี่ปุณ และ English Issues ก็เลยมีทริคเกี่ยวกับหลักการใช้ภาษาที่จะทำให้งานเขียนธรรมดากลายเป็นงานเขียนสุดปังในพริบตาเดียว ว่าแล้วก็อย่ารอช้า มือซ้ายคว้ากระดาษ มือขวาจับปากกา แล้วมาเริ่มอัปสกิลการเขียน Essay ไปพร้อมกันค่ะ!
Photo credit: https://unsplash.com

General explaining 

อธิบายให้กระจ่าง

มาเริ่มกันที่หมวดหมู่วลีที่ใช้ในการอธิบายหรือขยายความสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้ากันค่ะ

In order to

In order to แปลเป็นไทยได้ว่า ‘เพื่อที่จะ’ วลีนี้เราจะใช้เมื่อต้องการบอกจุดประสงค์หรือบอกว่าเราจะทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร แต่ก่อนจะใช้น้องๆ ต้องอย่าลืมว่าหลัง In order to ต้องตามด้วย Verb infinitive (=คำกริยาที่ไม่เติม s, es, ed, ing) เท่านั้นนะคะ
 ตัวอย่างประโยค:
In order to understand the lesson, you need to read more books from the library.
คุณต้องอ่านหนังสือที่อยู่ในห้องสมุดมากกว่านี้เพื่อที่จะได้เข้าใจบทเรียน

In other words

In other words สามารถแปลเป็นไทยได้ว่า ‘อีกนัยหนึ่ง’ หรือ ‘พูดอีกอย่าง’ ซึ่งวลีนี้จะถูกใช้เมื่อน้องๆ ต้องการขยายความหรืออธิบายความหมายของสิ่งต่างๆ ให้เห็นภาพและให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
 ตัวอย่างประโยค:
Frogs are amphibians. In other words, they live on the land and in the water.
กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ อีกนัยหนึ่งก็คือพวกมันอาศัยอยู่ทั้งในน้ำและบนบก

To put it another way

วลีนี้มีความหมายคล้ายกับ In other words แต่จะแตกต่างกันตรงที่ To put it another way มักจะใช้อธิบายอะไรที่มีความซับซ้อนหรือเข้าใจได้ยากกว่า และเราก็มักจะใช้มันเมื่อเห็นว่าประโยคที่ตามหลังวลีนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายของประโยคก่อนหน้ามากขึ้นค่ะ
 ตัวอย่างประโยค:
Plants rely on photosynthesis. To put it another way, they will die without the sun.
พืชต้องการการสังเคราะห์แสง พูดอีกอย่างได้ว่าพวกมันจะตายถ้าไร้ซึ่งพระอาทิตย์
Photo credit: https://unsplash.com

Adding additional information to support a point 

ซัปพอร์ตข้อมูล เสริมความหมาย

รู้หรือไม่? นอกจากคำว่า “And” ก็ยังมีคำเชื่อมและวลีอีกมากมายที่สามารถใช้ในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้อ่านได้เหมือนกันนะ

Moreover

Moreover เป็น adverb ที่แปลว่า ‘ยิ่งไปกว่านั้น’ เวลาใช้เราก็มักจะวางไว้หน้าประโยคเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม เสริม หรือสนับสนุนสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า แค่คำสั้นๆ ก็ทำให้ essay ของเราน่าสนใจขึ้นมาได้แล้ววว
 ตัวอย่างประโยค:
Cycling is good exercise. Moreover, it doesn’t pollute the air.
การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นมันยังไม่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศอีกด้วย

Furthermore

อีกหนึ่ง adverb ที่เราจะใช้เมื่อต้องการให้ข้อมูลเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้สิ่งที่ได้กล่าวไปแล้วก็คือ Furthermore ที่แปลเป็นไทยได้ว่า ‘ยิ่งไปกว่านั้น’ หรือ ‘นอกจากนี้’ (มีความหมายคล้าย moreover เลยค่ะ)
 ตัวอย่างประโยค:
No worries, he is in prison. Furthermore, there is evidence to suggest that he is the one who committed the crime.
ไม่ต้องกังวล ตอนนี้เขาอยู่ในคุกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเรายังมีหลักฐานว่าเขาเป็นคนก่ออาชญากรรมอีกด้วย

Likewise

Likewise แปลเป็นไทยได้ว่า ‘ในทำนองเดียวกัน’ โดยคำนี้มักจะใช้ขึ้นต้นประโยคหรือวางไว้ตรงกลางเพื่อ support หรือเพิ่มความคิดเห็นที่เป็นไปในแนวทางเดียวกับสิ่งที่เพิ่งพูดไป แต่นอกจาก Likewise แล้ว ‘Similarly’ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่เราสามารถดึงมาใช้แทนกันได้ค่ะ
 ตัวอย่างประโยค:
Just water these plants twice a week, and likewise the ones in the bedroom.
ต้นไม้พวกนี้รดน้ำแค่สัปดาห์ละสองครั้งพอ ต้นที่อยู่ในห้องนอนก็เหมือนกัน

Another key thing to remember

Another key thing to remember หรือ Another key fact to remember มีความหมายว่า ‘อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรรู้ไว้’ วลีนี้มักถูกใช้เพื่อเพิ่มข้อมูลสำคัญที่จะทำให้ใจความของประโยคก่อนหน้าสมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ คล้ายกับคำว่า also ที่แปลว่า ‘เช่นกัน/ด้วย’ เลยค่ะ เรียกว่าเป็นวลีที่หรูหราเหมาะกับการเอาไปใส่ในงานเขียนมาก!
 ตัวอย่างประโยค:
As a Romantic, Blake was a proponent of a closer relationship between humans and nature. Another key point to remember is that Blake was writing during the Industrial Revolution.
ในยุคโรแมนติกเบลกเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรรู้เกี่ยวกับเขานั่นก็คือ ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม เบลกได้ประกอบอาชีพเป็นนักเขียน
Photo credit: https://unsplash.com

Words and phrases for demonstrating contrast 

แย้งให้เห็นประเด็นที่แตกต่าง

นอกจากประเด็นสนับสนุนแล้ว บทความที่ดีก็ต้องมีประเด็นขัดแย้งด้วยเช่นกันนะคะ แต่ถ้าจะให้มาใช้แค่ Yet และ But มันก็จะดูธรรมดาไปหน่อย ว่าแล้วไปดูดีกว่าว่าเราจะสามารถสรรหาคำหรือวลีไหนมาใช้ได้อีกกก

However

However เป็นคำเชื่อมแสดงข้อคิดเห็นหรือข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งหรือตรงข้ามกัน คำนี้สามารถวางไว้ได้ทั้งต้น กลาง และท้ายประโยค และไม่ว่าจะวางไว้ตรงไหนความหมายที่ได้จะเป็นความหมายเดียวกันแต่จะต่างกันก็ตรงที่จังหวะการพูดและการเน้นคำเท่านั้นเอง นอกจากนี้ However ที่เรารู้จักกันยังสามารถใช้ได้ 2 ความหมาย
  1.  หากมี comma ( , ) คั่นไว้ข้างหน้าหรือข้างหลัง However นั้นจะมีความหายว่า ‘อย่างไรก็ตาม’
  2. หากไม่มี comma ( , ) คั่น However นั้นจะแปลว่า ‘ไม่ว่า…ยังไง’ หรือ ‘ไม่ว่า…ขนาดไหน’
 ตัวอย่างประโยค:
I want to be a singer. However, my parents want me to be a doctor.
ฉันอย่างเป็นนักร้อง อย่างไรก็ตามพ่อแม่อยากให้ฉันเป็นหมอ
However full I am, I still want to eat more cakes.
ไม่ว่าฉันจะอิ่มขนาดไหน ฉันก็ยังอยากกินเค้กเพิ่มอีก

By contrast/in comparison

เราจะใช้ By contrast เมื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งและใช้ In comparison เมื่อต้องการเปรียบเทียบระหว่างสองข้อความ โดยทั้งสองคำนี้จะต้องมี comma ( , ) มาคั่นเมื่อใช้ขึ้นต้นประโยค แต่หากจะวางไว้กลางประโยคน้องๆ ก็ต้องอย่าลืมหา preposition หรือคำบุพบทมาช่วยแล้วตามด้วยคำนาม ซึ่ง By contrast จะเปลี่ยนเป็น In contrast แล้วใช้กับ to ส่วน In comparison จะใช้ได้กับทั้ง to และ with เลยค่ะ
 ตัวอย่างประโยค:
Jane’s opinion is based on insufficient evidence. By contrast, Ann’s seems more plausible.
ข้อวินิจฉัยของเจนไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ขณะที่ข้อวินิจฉัยของแอนดูเป็นไปได้มากกว่า
France is relatively rich, in comparison to other European countries.
ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ค่อนข้างรวยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป

Despite/In spite of

Despite และ In spite of เป็น preposition หรือคำบุพบทที่มีความหมายว่า “ทั้งๆ ที่” โดยมักใช้เชื่อมข้อความใดๆ ก็ตามที่ขัดแย้งกัน แต่กฎเหล็กข้อสำคัญคือสองคำนี้ต้องตามด้วยคำนามหรือนามวลีเท่านั้นนะคะ
 ตัวอย่างประโยค:
Despite knowing Bangkok very well, Tim gets lost every time he travels alone.
ทิมหลงทางทุกครั้งที่ไปเที่ยวคนเดียว ทั้งๆ ที่เขาก็รู้จักกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี

Giving examples 

ตัวอย่างต้องมี essay ที่ดีต้องเคลียร์!

Essay ที่ดีจะต้องมีการยกตัวอย่างมาสนับสนุนประเด็นต่างๆ ที่ได้ยกขึ้นมาเสมอ แต่ถ้าจะให้ใช้แค่คำว่า ‘for example’ มันก็ดูจะซ้ำและจำเจไป ลองเปลี่ยนมาใช้คำเหล่านี้กันดีกว่า

For instance

For instance มีความหมายและวิธีใช้เหมือนกับคำว่า for example เป๊ะ! จะต่างกันก็ตรงที่ในงานเขียนวิชาการ for example มักจะไปปรากฏให้เห็นได้บ่อยกว่าเท่านั้นเอง และอีกหนึ่งความพิเศษที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือทั้งสองคำนี้สามารถวางไว้ได้ทั้งต้น กลาง และท้ายประโยค เลือกใช้ได้ตามใจชอบเลยค่ะ
 ตัวอย่างประโยค:
It was obvious that her memory was failing. For instance, she would often forget where she put her car keys.
เห็นได้ชัดว่าระบบความจำของเธอกำลังมีปัญหา ดูได้จากที่เธอมักจะลืมว่าเธอเก็บกุญแจรถไว้ที่ไหน

To give an illustration

To give an illustration สามารถแปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า ‘เพื่อที่จะทำให้เห็นภาพ’ ซึ่งการทำให้เห็นภาพก็คือการยกตัวอย่างมาประกอบข้อความนั่นเอง
 ตัวอย่างประโยค:
To give an illustration of what I mean, let’s look at the case of the conflicts in the First World War.
เพื่อที่จะให้เห็นภาพว่าฉันกำลังพูดถึงอะไร เราไปดูกรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งกัน
Photo credit: https://unsplash.com

Signifying importance

เน้นประเด็นให้เห็นความสำคัญ

การจะเน้นหรือแสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าข้อความส่วนไหนใน essay ของเรานั้นสำคัญอาจไม่ต้องบอกตรงๆ ว่า This is important. แต่ใช้ adverb ที่มีความหมายว่า ‘สำคัญ/จำเป็น’ ช่วยบอกก็ได้นะ ทั้งฟังดูลื่นไหลและไม่โจ่งแจ้งเกินไปด้วย

Significantly

Significantly แปลว่า ‘อย่างสำคัญ/จำเป็น’ มีความหมายคล้ายคลึงกับคำว่า Notably, Importantly และ Necessarily ทั้งหมดเป็น adverb ที่ใช้เพื่อนำเสนอว่าข้อความต่อไปนี้มีประเด็นสำคัญที่ผู้อ่านอาจไม่รับรู้มาก่อนซ่อนอยู่! 
 ตัวอย่างประโยค:
She moved herself to the opposite bench and let her gaze drop significantly to the cup in his hand.
เธอย้ายตัวเองไปอยู่ที่ม้านั่งฝั่งตรงข้ามและจ้องมองแก้วในมือของชายหนุ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ

Summarising 

สรุปครบจบบทความ

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด! ก่อนจะจบ essay ก็ต้องทิ้งท้ายด้วยการสรุปเนื้อหาข้างต้นเพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสนกันสักหน่อย เนื้อหาว่าสำคัญแล้ว คำหรือสำนวนที่ทำให้รู้ว่านี่คือตอนจบก็สำคัญเช่นกันค่ะ

In conclusion

ถ้าเจอคำนี้เมื่อไหร่ให้รู้ไว้เลยว่าบทความนั้นใกล้จะจบแล้ววว เพราะ In conclusion แปลว่า ‘โดยสรุปแล้ว’ ซึ่งส่วนใหญ่คำนี้จะถูกนำมาใช้ในย่อหน้าสรุปหรือย่อหน้าสุดท้ายเพื่อสรุปประเด็นสำคัญและภาพรวมทั้งหมดของบทความ แต่นอกจาก In conclusion แล้วก็ยังวลีอีกมากมากมายที่คนนิยมนำมาใช้ในการสรุป เช่น To conclude, To sum up, To summarize, To wrap it all up, etc. จะคำไหนก็มีความหมายคล้ายและสามารถใช้แทนกันได้หมดเลยค่ะ
 ตัวอย่างประโยค:
In conclusion, three things that you can’t recover in life are the word after it’s said, the moment after it’s missed, and the time after it’s gone.
โดยสรุปแล้ว 3 สิ่งในชีวิตที่เราไม่สามารถเอากลับมาได้คือคำพูดที่ได้พูดไปแล้ว โอกาสที่ได้เสียไปแล้ว และเวลาที่ได้ผ่านไปแล้ว

Above all

Above all เป็น idiom มีความหมายว่า ‘เหนือสิ่งอื่นใด’ หรือ ‘สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ’ การใช้สำนวนนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพว่าข้อความหรือส่วนไหนในบทความคือส่วนที่สำคัญและน่าจับตามองมากที่สุด
 ตัวอย่างประโยค:
Above all, you should know that leadership has its costs.
เหนือสิ่งอื่นใดคุณต้องรู้ว่าการเป็นผู้นำต้องกล้าได้กล้าเสีย
Photo credit: https://unsplash.com
        และนี่ก็คือ 15 คำ สำนวน และวลีที่จะช่วยอัปเกรดงานเขียนของน้องๆ ให้ดูดี น่าสนใจ และไม่น่าเบื่ออีกต่อไป น้องคนไหนอยากพัฒนาสกิลการเขียนก็อย่าลืมจดจำและนำคำเหล่านี้ไปใช้กันนะคะ^^
ที่มา : www.dek-d.com