จดเลย! 13 คำสแลงภาษาอังกฤษควรรู้ไว้ ใช้ส่องคอมเมนต์ต่างชาติแบบถึงอรรรถรส

            สวัสดีค่ะชาว Dek-D ในปัจจุบันโลกออนไลน์หมุนเร็วมากจนตามแทบไม่ทัน ศัพท์ความหมายใหม่ๆ อย่างคำสแลง (Slang) หรือตัวอักษรย่อหน้าตาไม่คุ้นเคยจึงถูกบัญญัติออกมาใช้อยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะในภาษาไหนก็ตาม  ยิ่งใครที่มีเพื่อนต่างชาติหรือเป็นขาประจำสื่อโซเชียลมีเดียยอดฮิตต่างๆ คงเคยเจอศัพท์แปลกๆ โผล่มาเยอะเลย แต่กับบางคำก็อาจจะยังไม่รู้ถึงความจริงๆ รวมถึงที่มาที่ไปด้วย ดังนั้น วันนี้พี่เลยขอหยิบเอาศัพท์สแลงเก๋ๆ ที่มักเจอบ่อยมาให้น้องๆ ได้รู้จักกันค่ะ ต่อไปเวลาส่องคอมเมนต์ชาวต่างชาติเราจะได้ get ใจความที่เค้าต้องการสื่อ จะมีคำไหนบ้างตามไปดูกันเลย ^^
Bet 

Photo   Credit :   https://www.businessinsider.com 
            คำว่า “Bet” ปกติจะใช้ในความหมายว่า “พนัน” แต่พอใช้เป็นสแลงแล้วมีหลายความหมายเลยค่ะ สำหรับความหมายแรกใช้ในเชิงการตอบตกลงเหมือนคำว่า “OK” หรือ “YES” ส่วนอีกความหมายใช้ในเวลาที่มีใครมาท้าทายความสามารถ เราก็อาจใช้คำนี้ตอบกลับเชิงว่า   “คอยดูแล้วกัน” ก็ได้เช่นกันค่ะ
ตัวอย่างประโยค
A: Hey, I got your text message. See you at the club later.
B: Bet.
A: นี่ ฉันได้รับข้อความแล้วนะ ไว้เจอกันที่คลับ
B: แน่นอนอยู่แล้ว
Wig

Photo   Credit https://pixabay.com 
            มาต่อกันกับ “Wig” ศัพท์สแลงย่อมาจากสำนวน “Wig flew off” มักใช้กับสถานการณ์ที่เราเห็นใครทำสิ่งที่เราคิดว่า โอ้โห! น่าทึ่งสุดๆ เลยทำให้เกิดอาการตื่นเต้นหนักมาก จนถึงขนาดวิกที่ใส่อยู่ปลิวหลุดออกมาเลย  ซึ่งวิกอาจหลุดหรือไม่ได้หลุดออกมาจริงๆ ก็ได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่มักใช้แสดงความรู้สึกคอมพลีตเวลาได้เห็นดาราหรือศิลปินที่ชอบแสดงผลงานออกมาได้โดนใจสุดๆ อย่างตอนดูไลฟ์คอนเสิร์ตแล้วโชว์สนุกมากๆ ปังแบบไม่ไหวแล้วว ก็คอมเมนต์สแลงนี้ไปเลยก็ได้ค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Blackpink’s new music video release? Wig!  
มิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ของ Blackpink ปล่อยออกมาแล้วหรอ เริ่ดดด!
Periodt

Photo   Credit https://i.kym-cdn.com 
            คำว่า Periodt เป็นคำสแลงที่มักวางท้ายประโยค เพื่อเน้นว่าสิ่งที่เราบอกไปนั้น “จบนะ / เคลียร์นะ” แต่นอกจากคำนี้จะวางเดี่ยวๆ  หลังคอมม่าตอนจบประโยคแล้ว ยังสามารถใช้ร่วมกับคำว่า and that’s on periodt” ได้เช่นกัน เพื่อย้ำชัดๆ ว่าจะ “ไม่พูดถึงอีกแล้ว” นั่นเองค่ะ // หรือจะคำว่า Fullstop ก็ได้เช่นกันค่ะ
ตัวอย่างประโยค
I don’t want to do it, periodt.
ชั้นไม่อยากทำ จบนะ
Flex 

Photo   Credit https://pixabay.com 
            ปกติแล้วคำว่า Flex จะแปลว่า การเบ่งกล้าม, การอวดกล้ามเป็นมัดๆ เช่น He tried to impress me by flexing his huge muscles. เขาพยายามทำให้ชั้นประทับใจด้วยการโชว์กล้ามใหญ่เป็นมัดๆ  ทั้งนี้คำว่า Flex เมื่อใช้เป็นสแลงจะหมายถึง “อวด” หรือ “ขิง” นั่นเอง  ไม่ว่าจะเป็นการอวดแฟน, เสื้อผ้าใหม่, เงินในบัญชี, ภาพเซลฟี ฯลฯ  ก็สามารถใช้คำนี้ได้หมดเลยค่ะ
ตัวอย่างประโยค
No need to flex about all the cash you’ve got.
ไม่ต้องขิงหรอกน่าว่าได้เงินมาทั้งหมดเท่าไหร่
Lowkey / Highkey 

Photo   Credit https://www.freepik.com 
            เชื่อว่าน้องๆ คงเคยเจอคำว่า “Lowkey” กันบ่อยๆ ซึ่งคำนี้หมายถึง การทำอะไรอย่างลับๆ เงียบๆ หรือไม่อยากเป็นจุดสนใจ ในขณะที่คำว่า “Highkey” จะหมายถึง เปิดเผยในสิ่งที่เราอยากทำ โดยการออกตัวบอกให้ทุกคนรับรู้อย่างตรงไปตรงมา
ตัวอย่างประโยค
The wedding was a low-key affair, with fewer than 30 people attending.
งานแต่งจัดแบบเงียบๆ มีแขกมาร่วมงานไม่ถึง 30 คน
Salty 

Photo   Credit https://www.yourtango.com 
            แรกๆ ตอนที่ได้ยินคำว่า Salty มีใครนึกถึงเกลือ, เค็ม หรืองก กันบ้างไหมคะ (พี่คือหนึ่งในนั้น) แต่จริงๆ เมื่อใช้ในโหมดของคำสแลง Salty จะหมายถึง รำคาญใจ ไม่พอใจ หรือรู้สึกขุ่นเคืองกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  ดังนั้น หากเจอใครกำลังหัวเสียหรือหงุดหงิดอยู่ อาจลองนำคำนี้ไปใช้ถามไถ่อาการคนรอบข้างกันดูได้
ตัวอย่างประโยค
You look really salty right now. What happened?
เธอดูหงุดหงิดมากเลย เกิดอะไรขึ้นเหรอ?
Slay

Photo   Credit https://i.pinimg.com 
            หากเปิดในพจนานุกรม ความหมายตรงตัวของ Slay หมายถึง เข่นฆ่าหรือสังหารโหด แต่สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับศิลปินต่างชาติ เรามักเห็นแฟนๆ ใช้สแลงคำนี้ชื่นชมศิลปินกันบ่อยๆ ในความหมายที่ว่า “ฟาดมากๆ” “เจ๋งสุดๆ” “ประทับใจเวอร์ๆ” ในอีกแง่หนึ่ง เรายังใช้คำนี้ชมหรืออวยคนที่เราคิดว่าเค้าทำบางสิ่งบางอย่างได้น่าประทับใจสุดๆ ก็ได้ค่ะ
ตัวอย่างประโยค
A: How do I look?
B: Girl, you slay.
A: ชั้นดูเป็นไงบ้าง?
B: สวยฟาดมากเลยแก
Tea

Photo   Credit https://pixabay.com
            พอเห็นคำว่า “Tea” หลายคนอาจนึกถึงคำว่า “ชา” กันก่อนใช่มั้ยคะ แต่ในสแลงจะหมายถึง “เรื่องซุบซิบนินทา” ทีนี้พอมาอยู่ในสำนวน “spilling the tea” เลยใช้ในความหมายเกี่ยวกับการเมาท์มอยเรื่องซุบซิบที่กำลังเป็นประเด็น ฟีลประมาณว่า “เล่ามาๆ” “เม้าท์มาสิแก!” รอฟังอยู่  นอกจากนี้ เวลาเราเห็นด้วยกับความคิดเห็นของใครสักคนมากๆ ก็สามารถใช้คำนี้พูดตอบกลับได้เหมือนกันค่ะ
            อันที่จริงสแลงคำนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดื่มชา แต่มาจากวัฒนธรรม Drag (วัฒนธรรมชายแต่งหญิง) ซึ่งใช้ตัว T (มาจาก Truth) เพื่อพูดหรือเล่าถึงความจริงที่ปิดบังไว้ และด้วยความที่ตัวอักษร T พ้องเสียงกับคำว่า Tea จึงเป็นที่มาของคำสแลง Tea ที่ใช้พูดเรื่องเม้าท์มอยค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Spill the tea, what did he say?
ไหนเล่ามาซิ เค้าพูดว่าไงบ้าง?
Sksksksk 

Photo   Credit https://hips.hearstapps.com 
            คำนี้หลายคนเห็นครั้งแรกอาจงงว่าหมายถึงอะไร แล้วอ่านยังไง แต่เรามักเห็นเค้าใช้บ่อยๆ ในแชต หรือคอมเมนต์ตาม Instagram โดยเป็นวลีสื่อถึงความรู้สึกตื่นเต้น ประหลาดใจคล้ายๆ กับ OMG หรือจะใช้แสดงการหัวเราะออกมาแทน LOL ก็ได้ค่ะ แถมบางครั้ง เวลาไม่รู้จะตอบกลับว่าอะไรก็สามารถใช้ sksksk ได้ค่ะ
            จริงๆ วลีนี้เป็นวลีฮิตติดปากในหมู่สาวๆ VSCO girls หรือสาวยุค Gen Z ที่มีสไตล์การแต่งตัวคล้ายๆ กัน ชอบการปรับแต่งภาพผ่านแอปฯ VSCO และโพสต์สไตล์ชิคๆ ของตัวเองผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย  อย่างลุคเด่นๆ ที่เห็นบ่อยก็มีเสื้อโอเวอร์ไซซ์ตัวโคร่งๆ ทับกางเกงขาสั้น และอาจสวมรองเท้า Vans พร้อมสะพายเป้ Fjallraven Kanken อะไรประมาณนั้นค่ะ

Clip

“”

 

ตัวอย่างประโยค
A: Are you going to the party tonight?
B: SKSKSKSK YES!
A: คืนนี้แกมางานปาร์ตี้้เปล่า?
B: ไปสิๆ คิคิคิ
Yeet 

Photo   Credit https://www.dictionary.com 
            สำหรับคำนี้เป็นคำสแลงเอนกประสงค์มากๆ เพราะใช้ได้หลายสถานการณ์ขึ้นอยู่กับบริบทค่ะ  เริ่มพบการใช้ครั้งแรกในปี 2014 เป็นเสียงประกอบคลิปท่าเต้นเพลง hiphop ซึ่งช่วงนั้นคลิปนี้ก็กลายเป็นกระแสไวรัลฮอตฮิตบนเว็บไซต์ Vine เลยทีเดียว  ต่อมาคำว่า Yeet ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยใช้เป็นเสียง sound effect เวลาเขวี้ยงของด้วยความเร็ว หรือขว้างของสุดแรงเหวี่ยง  แต่หลังๆ มานี้ Yeet มักถูกใช้เป็นคำอุทาน เพื่อแสดงอารมณ์สนุกสนานเฮฮา, ตื่นเต้นกับเรื่องไม่คาดคิด, ดีใจสุดๆ หรือสิ่งที่น่าขยะแขยง เป็นต้น

Clip

“”

 

ตัวอย่างประโยค
OMG! Jason just asked me to go to the movies with him this weekend, YEET!
อมก! สุดสัปดาห์นี้ เจสันชวนชั้นไปดูหนังด้วย กรี๊ดดดด!
Shade 

Photo   Credit https://i.pinimg.com 
            สำหรับสแลงคำนี้ปัจจุบันใช้กันค่อนข้างแพร่หลาย ปกติคำว่า “shade” จะแปลว่า ร่มเงา แต่เมื่อเป็นสแลงมักใช้ในสถานการณ์ที่ใครคนหนึ่งถูกเหน็บแนมหรือพูดพาดพิงในทางไม่ดี  ตรงกันข้าม คนที่จิกกัด แขวะ หรือป้ายสีคนอื่นแบบอ้อมๆ จะเรียกว่า “throw shade” นั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Hopefully my post didn’t look like I was trying to throw shade.
หวังว่าสิ่งที่ชั้นโพสต์ไปจะไม่ได้ดูเหมือนพยายามแขวะใครนะ
Cap / No Cap 

Photo   Credit https://media.makeameme.org 
            สำหรับใครที่ชอบเข้าแอป TikTok  คงเคยเห็นฝรั่งเค้าใช้คำว่า cap/no cap กันบ้างแน่ๆ  ที่จริงแล้วคำว่า Cap แปลว่า โกหก/ขี้โม้ ส่วน no cap จะแปลว่า พูดจริงนะ/ ไม่ได้โกหก  ซึ่งคำนี้มักใส่ต่อท้ายสิ่งที่พูดแล้วฟังดูเหลือเชื่อมากๆ หรือวางจบประโยคตอนพูดเรื่องล้อเล่นขำๆ ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ เช่น I’m so tired I’m going to sleep till Monday. No cap.  
ตัวอย่างประโยค
All you do is cap, there’s nothing real about you.
สิ่งที่คุณทำมันโกหกทั้งนั้น ไม่มีอะไรจริงเลยสักนิด
Simp 

Photo   Credit https://www.freepik.com 
            ปิดท้ายกันกับคำว่า Simp ต้องบอกว่าคำนี้มักใช้เรียกคนที่มีนิสัยชอบเอาอกเอาใจคนอื่นอยู่เสมอ และยอมทำทุกอย่างเพราะอยากเป็นที่รักของคนอื่น โดยทั่วไปคำนี้มักใช้พูดถึงหนุ่มๆ ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อหวังให้สาวๆ ตกหลุมรักตัวเอง แม้เธอจะไม่สนใจใยดีก็ตาม
ตัวอย่างประโยค
A: Yes, I bought her flowers, took her to dinner, gave her my Netflix password, and now we’re planning to go to the park tomorrow to watch birds.
B: Man, you’re a simp.
A: ใช่แล้ว ฉันซื้อดอกไม้ให้เธอ พาไปทานมื้อค่ำ ให้พาสเวิร์ด Netflix แล้วพรุ่งนี้ก็วางแผนว่าจะไปดูนกที่สวนสาธารณะด้วยล่ะ
B: เพื่อน นายนี่มันพวกสายเปย์ทุ่มไม่อั้น
             เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับบทความที่นำมาฝากกันในวันนี้ มีคำไหนคุ้นตากันมาบ้างมั้ยเอ่ย หวังว่าวันนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจศัพท์สแลงภาษาอังกฤษกันมากขึ้น สำหรับใครมีคำสแลงอื่นๆ ที่กำลังฮิตอยู่ช่วงนี้ก็อย่าลืมแวะแชร์กันให้ได้รู้กันบ้างนะคะ 🙂

ที่มา : www.dek-d.com