ครบจบที่เดียว! รีวิวข้อสอบ TOPIK1 ฉบับล่าสุด พร้อมแจกศัพท์เกาหลีที่เจอบ่อยในข้อสอบ

อันยองครับน้องๆ ชาว Dek-D ปีนี้พอเกิดโควิด-19 ทำให้ช่วงนึงหลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน พี่เองก็เหมือนกันครับ 5555 พอเบื่อๆ ไม่ได้ไปไหนก็เลยหาคอร์สออนไลน์เรียนภาษาเกาหลีเพื่ออัปสกิลสักหน่อย พอเรียนจบคอร์สก็เลยไปลองสอบ TOPIK หรือการสอบวัดระดับภาษาเกาหลีมาสดๆ ร้อนๆ เลยครับ วันนี้ก็เลยจะมารีวิวข้อสอบ TOPIK1 (ระดับพื้นฐาน) ให้น้องๆ ที่เตรียมตัวสอบรอบหน้าได้อ่านกันครับ

TOPIK ย่อมาจาก Test of Proficiency in Korean คือการทำสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาเกาหลี ซึ่งการสอบนั้นจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ TOPIK1 (เนื้อหาพื้นฐาน: กึบ1-2) และ TOPIK2 (เนื้อหาระดับสูง: กึบ 3-6) ถ้าให้แบ่งแบบย่อยๆ ก็จะมีทั้งหมด 6 ระดับ ความยากก็จะแบ่งเป็นเลเวลๆ นั่นเอง ซึ่งระดับที่พี่ไปสอบมาจะเป็น TOPIK1 ครับ

ระดับผลคะแนนสอบ TOPIK แบ่งเป็น 6 ระดับ (급 อ่านว่า กึบ)
ระดับผลคะแนนสอบ TOPIK แบ่งเป็น 6 ระดับ (급 อ่านว่า กึบ)
ข้อมูลจาก ศูนย์การศึกษาเกาหลี ประจำประเทศไทย

ใครบ้างที่ต้องสอบ TOPIK

1. คนที่เรียนภาษาเกาหลี แล้วอยากลองทดสอบดูว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน

2. คนที่จะสมัครเรียนต่อที่เกาหลี/สมัครทุนมหาวิทยาลัย/ทุนรัฐบาลเกาหลี

3. คนที่ทำงานในบริษัทเกาหลี/หน่วยงานรัฐบาล/ หรืองานที่ใช้ภาษาเกาหลี เช่น ครู, ล่าม, แอร์โฮสเตส, นักการทูต ฯลฯ

4. ผู้ที่จะไปทำงานเป็นแรงงานแบบถูกกฎหมายที่เกาหลี

5. ผู้ที่ต้องขอวีซ่าอาศัยอยู่ที่เกาหลีแบบถาวร

วิธีการสมัคร

โดยปกติแล้วการสอบ TOPIK นั้นจะจัดสอบปีละประมาณ 3 ครั้ง (แบ่งเป็นรอบเดือนสิงหาคม, ตุลาคม, พฤศจิกายน) ซึ่งจะทำการรับสมัครทางออนไลน์ผ่านระบบรับสมัครสอบของศูนย์การศึกษาเกาหลี ประจำประเทศไทยเท่านั้น ที่เว็บไซต์ http://topik.thaijobjob.com โดยน้องๆ แค่กรอกข้อมูล พร้อมอัปโหลดรูปถ่าย และรูปบัตรประชาชน (หรือพาสปอร์ต, ใบขับขี่) ทางระบบการสมัคร จากนั้นก็นำรหัสไปจ่ายเงินค่าสมัครสอบได้เลย ง่ายมากๆ

 ค่าสมัครสอบ

• TOPIK Ⅰ (ระดับ 1~2) 900 บาท

• TOPIK Ⅱ (ระดับ 3~6) 1,000 บาท

สถานที่จัดสอบ TOPIK มีที่ไหนบ้าง

  • กรุงเทพมหานคร : ศูนยการศึกษาเกาหลีประจําประเทศไทย (โรงเรียนหอวัง)
  • สงขลา : โรงเรียนวรนารีเฉลิม สงขลา
  • เชียงใหม : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  • มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • นครปฐม : มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • นครพนม : โรงเรียนเรณูนครวิทยานูล

รอบล่าสุดที่พี่สอบคือ ครั้งที่ 73 สอบที่โรงเรียนหอวัง (วิธีเดินทาง ขึ้น BTS ลงสถานีห้าแยกลาดพร้าว ทางออก 3 แล้วเดินเลาะรั้วห้างเซนทรัลลาดพร้าวมาเลย โรงเรียนจะอยู่ตรงข้ามถนนครับ) ส่วนวันสอบก็แค่เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และเตรียมเทปลบคำผิดติดตัวมาด้วย (จริงๆ ทางสนามสอบมีให้ยืมแต่พกเองจะอุ่นใจกว่า) ส่วนปากกาเมจิกสีดำทางสนามสอบเตรียมไว้ให้ฟรี ไม่ต้องซื้อมาเอง แถมเอากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้ด้วย 55555

ตารางเวลาจัดสอบ TOPIK 
ตารางเวลาจัดสอบ TOPIK
ข้อมูลจาก ศูนย์การศึกษาเกาหลี ประจำประเทศไทย

รู้จักข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับการสอบ TOPIK กันไปพอหอมปากหอมคอแล้วเนอะ ว่าแล้วเรามาดูตัวข้อสอบกันดีกว่าว่าเป็นยังไง และออกสอบเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งที่จะรีวิววันนี้จะเป็นเฉพาะ TOPIK1 นะครับ (เอาเฉพาะเท่าที่จำได้นะ 55555)

ในการทำข้อสอบ TOPIK จะใช้ปกกาเมจิกสีดำในการฝนกระดาษคำตอบ โดยทางสนามสอบจะจัดเตรียมไว้ให้ 
ในการทำข้อสอบ TOPIK  จะใช้ปกกาเมจิกสีดำในการฝนกระดาษคำตอบ โดยทางสนามสอบจะจัดเตรียมไว้ให้
และเมื่อสอบเสร็จก็สามารถนำกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้  

ข้อสอบออกอะไรบ้าง

ข้อสอบ TOPIK1 จะแบ่งเป็น 2 พาร์ต มีทั้งหมด 70 ข้อ  แบ่งเป็น

  1. การฟัง จำนวน 30 ข้อ เวลา 40 นาที
  2. การอ่าน จำนวน 40 ข้อ เวลา 60 นาที

พาร์ตการฟัง  (듣기)

ข้อสอบพาร์ตการฟังจะมีทั้งหมด 30 ข้อ ใช้เวลา 40 นาที โดยแต่ละบทจะเปิดให้ฟังซ้ำ 2 รอบ  ว่าแล้วเลยขอยกตัวอย่างจากข้อสอบจริงที่จัดสอบเมื่อครั้งที่ 64 มาประกอบนะครับ

ข้อ 1-4 จะเป็นบทสนทนาถามตอบง่ายๆ เช่น  อะไร (뭐), ที่ไหน (어디), เมื่อไหร่ (언제) และ ใคร (누구) พยายามจับคีย์เวิร์ดให้ได้

 

ข้อ 5-6 บทสนทนาสั้นๆ ถ้าอีกคนพูดแบบนี้ เราควรจะตอบกลับไปอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างสำนวนที่ออกข้อสอบบ่อยๆ เช่น

  • 천만에요. ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ (ตอบรับคำขอบคุณ)
  • 뵙겠습니다. แล้วพบกันใหม่ (สุภาพมากๆๆ)
  • 실례합니다 ขอโทษนะคะ/ครับ (ฟีลเดียวกับ Excuse me)

ข้อ 7-10  ฟังบทสนทนาแล้วเดาว่าเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่ไหน? ยกตัวอย่างคำศัพท์ที่ออกบ่อยๆ เช่น

  • 꽃집 – ร้านขายดอกไม้
  • 빵집 – ร้านเบเกอรี่
  • 약국 – ร้านขายยา
  • 서점 – ร้านขายหนังสือ
  • 도서관 – ห้องสมุด
  • 식당 – ร้านอาหาร
  • 교실 – ห้องเรียน
  • 공항 – สนามบิน
  • 우체국 – ไปรษณีย์
  • 백화점- ห้างสรรพสินค้า
  • 호텔 – โรงแรม
  • 회사 – บริษัท
  • 사무실 – สำนักงาน
  • 극장 – โรงละคร
  • 영화관 – โรงภาพยนตร์
  • 서점 – ร้านขายหนังสือ
  • 공원 – สวนสาธารณะ
  • 사진관 – ร้านถ่ายรูป
  • 미용실 – ร้านเสริมสวย

ข้อ 11-14 ฟังบทสนทนาแล้วเดาว่าเหตุการณ์นี้ เค้าพูดถึงเรื่องอะไร เช่น ราคา, ชื่อ, ครอบครัว, การเดินทาง เป็นต้น ยกตัวอย่างคำศัพท์ที่ออกสอบแน่ๆ เช่น

  • 일 – วัน
  • 맛 – รสชาติ
  • 시간 – เวลา
  • 날짜 – วันที่
  • 날씨 – อากาศ
  • 이름 – ชื่อ
  • 나라 – ประเทศ
  • 장소 – สถานที่
  • 주말 – สุดสัปดาห์
  • 방학 – ปิดเทอม
  • 운동 – การออกกำลังกาย
  • 계획 – แผนการ
  • 취미 – งานอดิเรก
  • 직업 – อาชีพ
  • 약속 – นัดหมาย,สัญญา
  • 교통 – การคมนาคม, ระบบขนส่ง
  • 위치 – ตำแหน่ง
  • 소개 – การแนะนำ

ข้อ 15-16 ฟังบทสนทนาแล้วดูว่าตรงกับรูปภาพในข้อไหน พาร์ตนี้จะอาศัยคลังศัพท์+จินตนาการล้วนๆ

ข้อ 17-21 ฟังบทสนทนาสั้นๆ แล้วเลือกว่าคำตอบไหนตรงกับที่เค้าพูดกันในบทสนทนา

จากตัวอย่าง ผู้ชายถามผู้หญิงว่า เขียนจดหมายอยู่หรอ? และผู้หญิงก็ตอบว่า ใช่แล้ว! เขียนส่งไปให้น้องชายน่ะ ดังนั้น จึงเลือกตอบข้อ 4 ซึ่งบอกว่า ผู้หญิงมีน้องชาย 

ข้อ 22-24 มีบทฟัง 1 บท พร้อมโจทย์ 3 ข้อ  ซึ่งคำถามหลักคือ ข้อไหนตรงกับที่พูดให้ฟังบ้าง พาร์ตนี้ควรตั้งใจฟัง จับใจความให้ได้มากที่สุด และให้เลือกตอบแบบเร็วๆ  

ข้อ 25-30  มีบทสนทนาให้ฟัง  3 บท โดยแต่ละบทจะมีคำถาม 2 ข้อ หลักๆ ก็จะถามประมาณว่า

  • ทำไมผู้พูดถึงพูดแบบนั้น?
  • คู่สนทนากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่
  • ข้อไหนถูกต้องตามบทสนทนาข้างต้น

รอบล่าสุดที่พี่ไปสอบมา มีบทสนาพูดถึงการซื้อบัตรคอนเสิร์ตวง BTS ด้วยนะครับ นอกจากความรู้เรื่องคำศัพท์แล้ว ต้องติดตามข่าวหรือสถานการณ์ปัจจุบันกันด้วยน้า //เผื่อออกสอบๆ

พาร์ตการอ่าน (읽기)

ข้อสอบมีจำนวน 40 ข้อ ใช้เวลาทำ 60 นาที  มีทั้งประโยคสั้นๆ, ป้ายโฆษณา, เขียนจดหมาย-อีเมล, บทความสั้น-ยาว  ซึ่งในการทำข้อสอบการอ่าน ถ้าเรารู้คำศัพท์เยอะก็จะยิ่งทำให้เราจับใจความได้ง่ายมากขึ้ น เยอะมากกกกก แต่ถ้าข้อไหนเราไม่รู้จริงๆ แนะนำให้ข้ามเลย อย่าไปเสียเวลาครับ เดี๋ยวทำข้อสอบไม่ทันนะ

ข้อ 31-33 พาร์ตนี้จะเป็นการวัดคำศัพท์พื้นฐานล้วนๆ (ศัพท์เหมือนๆ กับที่ยกตัวอย่างไปด้านบน) โดยโจทย์จะมีประโยคมาให้อ่านสั้นๆ แล้วเลือกว่าพูดถึงอะไรอยู่ ยกตัวอย่างข้อ 31 ประโยคเขียนว่า “ตอนนี้เป็นตอนเช้า เวลา 8 นาฬิกา” ดังนั้นข้อนี้จึงตอบข้อ 4 . 시간  (เวลา) นั่นเอง

ข้อ 34-39 จะเป็นการเติมคำในประโยคครับ  ส่วนนี้จะเป็นการวัดความรู้เรื่องคำศัพท์และการใช้ไวยากรณ์พื้นฐานง่ายๆ เช่น  คำศัพท์เรื่องสถานที่ (เช่น ร้านขายยา, โรงหนัง, บริษัททัวร์, ร้านสะดวกซื้อ) เรื่องการเลือกใช้คำกริยา, คำคุณศัพท์, กริยาวิเศษณ์ที่บอกความถี่ในการกระทำ (เช่น 항상, 자주, 가끔), คำบอกระยะทาง-ขนาด, ตัวชี้ประธาน-กรรม-สถานที่-เวลา  เป็นต้น

เฉลยคือ 2 และ 1
เฉลยคือ 2 และ 1

ข้อ 40-42 จะมีป้ายโฆษณา ป้ายประกาศ หรือ text ข้อความสั้นๆ ให้อ่าน แล้วเลือกว่าจากรูปภาพ ข้อมูลข้อใดไม่ถูกต้อง  

จากภาพ คิมมิยองส่งข้อความมาให้ไมเคิลเพื่อชวนไปดูหนังที่บ้านของเธอ โดยมีเพื่อนคนอื่นๆ ก็มาด้วยเหมือนกัน ซึ่งคำตอบของข้อนี้ต้องตอบข้อ 2 เพราะข้อความนี้บอกว่า ตอนนี้ทั้งมิยองและไมเคิลอยู่ด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่ความจริง

ข้อ 43-45 มีข้อความให้อ่านสั้นๆ แล้วเลือกว่าช้อยส์ข้อไหนกล่าวถูกต้อง   อย่างตัวอย่างข้อที่ 43 คำตอบคือข้อ 2  ซึ่งบอกว่า ฉันทำอาหารเกาหลีเก่ง  ซึ่งจากบทความนี้ก็บอกตรงๆ เลย ไม่ได้มีการตีความอะไร เป็นอีกพาร์ตที่เน้นอ่านเร็ว ทำเร็วได้เลย

ข้อ 46-48   พาร์ตนี้จะค่อยๆ เพิ่มความยากขึ่นมานิดนึง เพราะคำตอบแต่ละข้อมีความใกล้เคียงกัน  ต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มมา จากตัวอย่างข้อ 47 ด้านล่าง ข้อความบอกว่า “ฉันอยากใส่ชุดฮันบกสักครั้ง ดังนั้น ปิดเทอมครั้งนี้ถ้าได้ไปที่เกาหลี จะลองใส่ชุดฮันบกดูสักครั้ง และก็จะถ่ายรูปตอนใส่ชุดฮันบกด้วย” 

  1. ปิดเทอมนี้อยากไปเกาหลี
  2. ถ้าได้ใส่ชุดฮันบกบ่อยๆ คงจะดีนะ
  3. อยากถ่ายรูปตอนใส่ชุดฮันบก
  4. จะลองใส่ชุดฮันบกที่เกาหลี
คำตอบที่ถูกต้องของโจทย์นี้คือข้อ 4
คำตอบที่ถูกต้องของโจทย์นี้คือข้อ 4

ข้อ 49-56 พาร์ตนี้อาศัยทักษะการอ่านและการปะติดปะต่อเรื่อง ซึ่งโจทย์ข้อแรกจะให้เรานำข้อความไปใส่ในช่องว่างของบทความให้ถูกต้อง ส่วนอีกข้อให้เลือกว่าข้อไหนถูกต้องตามบทความด้านบน ดังนั้น ถ้าน้องๆ เลือกเติมประโยคในข้อแรกไม่ถูก ก็อาจจะทำให้เสียคะแนนในข้อถัดมาได้นะครับ // พาร์ตนี้จะค่อยๆ เพิ่มเลเวลความยากขึ้น

เฉลยคือ 1 และ 4
เฉลยคือ 1 และ 4

ข้อ 57-58 พาร์ตนี้จะเป็นการเรียงประโยค ซึ่งบอกเลยว่า พวกการใช้คำเชื่อมในภาษาเกาหลีนั้นสำคัญมากๆ (เช่น ดังนั้น, ว่าแต่) คือบางทีเราอาจจะไม่ได้รู้ว่าคำศัพท์หรือประโยคนั้นกำลังพูดอะไรอยู่

  • 그리고 – และ, แล้วก็
  • 그러면 / 그럼 – ถ้าอย่างนั้น, งั้น
  • 그런데 / 근데 – แต่, ว่าแต่, แต่ทว่า
  • 그래서 – ดังนั้น
  • 그러니까 – ดังนั้น
  • 그렇지만 – แต่ว่า, อย่างไรก็ตาม
เฉลยคือ 2
เฉลยคือ 2

ข้อ 59-60  พาร์ตนี้ก็เช่นกันครับ ถ้าเราเลือกประโยคไปใส่ในบทความได้ถูกต้องในข้อแรก ก็จะเพิ่มโอกาสตอบถูกในข้อถัดไป

เฉลยตอบข้อ 1 ทั้งคู่
เฉลยตอบข้อ 1 ทั้งคู่

ข้อ 61-62 ข้อถัดมาเห็นบทความหลายบรรทัดแบบนี้อย่าเพิ่งลมจับนะครับ 5555 จริงๆ พาร์ตนี้เค้าจะวัดเรื่องความรู้คำศัพท์ของเรานั่นแหละ  แต่ทักษะการอ่านและการแปลก็สำคัญเหมือนกัน  //ไม่จำเป็นต้องรู้หมดทุกคำ บางทีก็สามารถเดาบริบทได้อยู่นะ และแน่นอนว่าถ้าเราเลือกคำได้ถูกต้อง ก็มีส่วนกับข้อถัดมาเหมือนกัน เพราะเค้าถามว่าประโยคไหนพูดถึงบทควาวมนี้ได้ถูกที่สุด

เฉลยข้อ 61 คือ 2. และข้อ 62 คือ 1.
เฉลยข้อ 61 คือ 2. และข้อ 62 คือ 1.

ข้อ 63-64  พาร์ตนี้เค้าจะมีป้ายประกาศ คำแนะนำ (안내) แบบยาวๆ มาให้  เชื่อว่าหลายคนมาถึงตรงนี้พอเจอบทความยาวๆ คือเป็นท้อแน่นอน  แต่ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไปนะครับ 555555 เห็นยาวๆ แบบนี้ แนะนำให้อ่านช้อยส์ก่อนเลยครับ จากนั้นค่อยไปอ่านตัวบทความ จะช่วยลดเวลาในการทำข้อสอบได้เยอะเลย  แต่ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจก็แนะนำให้ข้ามข้อนี้ไปเลย เวลาใกล้จะหมดแล้วๆๆ

เฉลยคือ 4
เฉลยคือ  4

ข้อ 65-66  มาอีกแล้ว ให้เลือกเติมคำ  ช้อยส์มาอย่างสั้น แต่บทความยาวไปอีก 5555 จริงๆ พาร์ตนี้คือเป็นการวัดความรู้ไวยากรณ์ของเราพร้อมสกิลการอ่านไปในตัว จะเห็นว่าคำศัพท์ในช้อยส์ที่ให้มาจริงๆ มาจากคำเดียวกันทั้งหมดคือ  마시다 (ดื่ม) แต่ต่างกันที่การผันไวยากรณ์นั่นเองครับ  ตัวอย่างเช่น

  • (이)나 – หรือ
  • 도록  – เพื่อให้
  • 거나 – ไม่…ก็…
  • 기 때문에 – เพราะว่า
  • (으)니까 – เพราะว่า (เหตุผลที่น่าจะรู้อยู่แล้ว)
  • 지만 – ถ้า
  • 려고 – เพื่อที่จะ, ตั้งใจจะ
  • 동안에 – ระหว่าง
เฉลยคือ 4 และ 2
เฉลยคือ 4 และ 2

 

ข้อ 67-70 จะเหมือนกับด้านบนเลย แต่จะเพิ่มเลเวลความยากของคำศัพท์แลัะไวยากรณ์มากขึ้นไปอีก มาถึงตรงนี้พี่ก็ยังขอย้ำเหมือนเดิมว่าการสอบ TOPIK1 นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คำศัพท์ คำศัพท์ และคำศัพท์  ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ยิ่งทำข้อสอบได้ง่ายมากขึ้นเยอะเลย

เฉลยคือ 4 และ 3
เฉลยคือ 4 และ 3 

สอบเสร็จแล้วค้าบบ! หลังจากนั้นก็กลับบ้านได้เลย  แต่ก่อนกลับอย่าลืมไปแวะรับของที่ระลึกจากทางสนามสอบด้วยนะครับ เค้าจะแจกพวกหนังสือแนะแนวทางการเรียนต่อที่ประเทศเกาหลี รวมถึงข้อมูลทุนต่างๆ มีประโยชน์มากๆ  และก็มีกระบอกน้ำให้ด้วย น่ารักมากกก

และสำหรับน้องๆ คนไหนที่กำลังเตรียมตัวสอบในรอบหน้า  พี่เองก็แนะนำให้ลองโหลดข้อสอบเก่าๆ มาทำเลยครับ ตัวข้อสอบไม่ค่อยแตกต่างมากนัก วงคำศัพท์ก็คล้ายๆ กัน ถ้าใครฝึกทำบ่อยๆ ยิ่งช่วยให้ทำข้อสอบได้ง่ายแน่นอน  และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องคำศัพท์ ตุนกันไว้ให้เยอะๆ เลยนะครับ //ส่วนใครที่จะสอบในปีหน้าก็ขอให้คะแนนเต็มกันทุกคนเลยน้า ^^

ที่มา : www.dek-d.com