กินกะหล่ำปลีอย่างไรให้ได้คุณค่าเป็นยารักษาแผลในกระเพาะและลำไส้

กะหล่ำปลีเป็นผักที่คนทั่วโลกรู้จัก นอกจากเป็นผักราคาถูก หาซื้อง่าย และอร่อยแล้ว คนญี่ปุ่นยังใช้กะหล่ำปลีเป็นยาอีกด้วย มารู้ประโยชน์ของกะหล่ำปลีในมุมมองที่เป็นยาของคนญี่ปุ่นและวิธีการรับประทานเพื่อช่วยรักษาแผลในกระเพาะและลำไส้กันนะคะ

ประโยชน์ของกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีอุดมไปด้วยวิตามิน U ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของเยื่อบุผิวของกระเพาะอาหาร และช่วยรักษาแผลที่เกิดขึ้นที่บริเวณเยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น นอกจากนี้กะหล่ำปลียังเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย

กะหล่ำปลีกับเมนูอาหารทอด

วิธีการรับประทานกะหล่ำปลีเพื่อรักษาแผลในกระเพาะและลำไส้ตามที่คนญี่ปุ่นแนะนำ

วิตามิน U มีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาและป้องกันเยื่อบุผิวของกระเพาะอาหารรวมถึงผนังกระเพาะอาหาร เนื่องจากวิตามิน U ไม่ทนความร้อน ดังนั้นวิธีการรับประทานกะหล่ำปลีเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้คือ การรับประทานกะหล่ำปลีดิบโดยการนำมาปั่นและดื่มก่อนอาหารเป็นเวลาประมาณ 10 วัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการจากโรคกระเพาะและลำไส้ได้ดี หากไม่ชอบน้ำปั่นรสเผ็ดขมของกะหล่ำปลีก็อาจจะเติมผักผลไม้อื่นปั่นผสมไปด้วยก็ได้ ทั้งนี้น้ำปั่นจากส่วนผสมของกะหล่ำปลี 75 เปอร์เซ็นต์กับคึ่นช่าย 25 เปอร์เซ็นต์จะช่วยรักษาแผลในกะเพาะอาหารและสำไส้ได้ดี

น้ำกะหล่ำปลีปั่น

หากไม่ชอบดื่มน้ำกะหล่ำปลีปั่น ก็สามารถนำกะหล่ำปลีมาหั่นฝอยรับประทานกับน้ำสลัด หรือโรยเกลือเล็กน้อย ก็ให้ผลในการช่วยฟื้นสภาพที่ดีของกระเพาะและลำไส้ได้

กะหล่ำปลีหั่นฝอย

การรับประทานกะหล่ำปลีเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง

กะหล่ำปลีเป็นผักที่อุดมไปด้วยไอโซไธโอไซยาเนต (Isothiocyanate) ซึ่งมีสรรพคุณในการขับพิษจากลำไส้และตับรวมถึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง การรับประทานที่ให้ผลดีในการป้องกันมะเร็งคือ นำกะหล่ำปลีมาต้ม หรือต้มซุปในเวลาที่ไม่นานจนเกินไป หากนำมาต้มซุปก็ควรรับประทานน้ำซุปด้วย เพราะวิตามินส่วนใหญ่และสารอาหารจากกะหล่ำปลีจะละลายลงไปในน้ำซุป แต่ทั้งนี้ควรล้างกะหล่ำปลีให้สะอาดหรือเลือกใช้กะหล่ำปลีปลอดสารพิษ

กะหล่ำปลียัดไส้หมู

คนไทยมีความเชื่อว่าการรับประทานกะหล่ำปลีดิบนั้นเป็นอันตรายต่อร่างกาย เนื่องจากกะหล่ำปลีดิบมีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนในเลือดไปใช้ได้น้อยกว่าปกติจนอาจเป็นสาเหตุของโรคคอพอกได้ แต่จริง ๆ แล้วการรับประทานกะหล่ำปลีดิบในปริมาณที่เหมาะสมไม่ส่งผลให้เกิดโรคคอพอก (ต้องรับประทานมากเป็นวันละกิโล ๆ จึงจะส่งผลเสีย) ที่ญี่ปุ่นการรับประทานกะหล่ำปลีดิบเป็นเรื่องปกติที่กลายเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพในการป้องกันอาการท้องอืดจากการรับประทานอาหารทอดมัน ๆ และช่วยรักษาอาการระคายเคืองหรือแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ค่ะ

CR:th.anngle.org