ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจ

‘ปลัด มท.’ เปิดงานรวมพลังสตรีไทนาหว้า เทิดไท้ 90 พรรษา พระมารดาแห่งผ้าไทย และฉลองครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ..

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ศาลาพุทธชยันตี วัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นประธานเปิดงานรวมพลังสตรีไทนาหว้า เทิดไท้ 90 พรรษา พระมารดาแห่งผ้าไทย และฉลองครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ โดยมี นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดี พช. นายวรงค์แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายสุรพล แก้วอินธิผู้ตรวจราชการ พช. นางนวลจันทร์ ศรีมงคล ผู้ตรวจราชการ พช. ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล ปลัดจังหวัดสกลนคร นายวรวิทย์พิมพนิตย์ นายอำเภอเมืองนครพนม รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดนครพนม นายมนตรี ฮมแสน พัฒนาการจังหวัดนครพนม นายองอาจ ซองทุมมินทร์ พัฒนาการจังหวัดมุกดาหาร นายสมาน พั่วโพธิ์ พัฒนาการจังหวัดสกลนคร นายกัมปนาทจักรวาล วิเวศ ศรีพุทธา พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี นายวิชิต ทองปาน ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มทอผ้า     โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบรางวัลชนะเลิศ การประกวดประเภทต่างๆ ได้แก่ 1.การประกวดแต่งกลอนสด ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด.ช.ปณตภณ แพงษา รร.ราษฎร์สามัคคี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นายนัฐชานันท์ คุณขยัน รร.นาหว้าพิทยาคม 2.การประกวดเรียงความเยาวชนคนรุ่นใหม่ เทิดไท้ 90 พรรษาพระมารดาแห่งผ้าไทย ระดับประถมศึกษา ด.ช.พงษ์อนันต์ขวกเขียน รร.ชุมชนประสานมิตร ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น น.ส.อภิชญา แสงจันทร์ รร.นาหว้าพิทยาคม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย น.ส.จิราภรณ์ นาโควงค์ รร.นาหว้าพิทยาคม และ 3.การประกวดการตัดเย็บเสื้อผ้า ได้แก่ ร้านอริสรา นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า พี่น้องสตรีบ้านนาหว้าเป็นความภาคภูมิใจของสตรีไทย เพราะเป็นสตรีไทยกลุ่มแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระมหากรุณาจัดตั้ง “กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” อันเป็นน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นจากการที่พระองค์โดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยี่ยมเยียนช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่บ้านนาหว้า เมื่อปี 2513 ด้วยทรงเพียรพยายามในการหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือให้พสกนิกรของพระองค์ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการนำเอาภูมิปัญญา นำเอาศักยภาพความสามารถที่มีอยู่ในสายโลหิตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย ก่อให้เกิดรายได้เสริม และนับเป็นโชคดีของคนนาหว้าที่ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยภาพที่พวกเราคนไทยได้ชื่นชมในพระบารมีและพระอัจฉริยภาพในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2565 พระองค์เสด็จเยี่ยมเยียนอาณาประชาราษฎรตามรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เคยเสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม แห่งนี้ เมื่อ 50 ปีก่อนซึ่งในการเสด็จครั้งนี้ ได้มีคุณยายท่านหนึ่งได้กล่าวกับพระองค์ว่า “คิดว่าจะทอดทิ้งพวกเราแล้ว” โดยพระองค์ตรัสตอบว่า “ไม่ทอดทิ้ง จะมาช่วย และจะดูแลโครงการศิลปาชีพต่อจากสมเด็จย่าของพระองค์ท่าน โดยพระองค์ได้พระราชทานโครงการสืบสานพระราชปณิธาน“นาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี กลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ   “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปรียบเสมือนน้ำทิพย์จากฟากฟ้าหล่นลงมากลางทะเลทราย ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 และสังคมไทยกำลังลืมเลือนผ้าไทย พระองค์ได้พระราชทานพระวินิจฉัยคำแนะนำต่างๆ ทำให้ผ้าไทยหลุดพ้นจากกับดักผ้าไทยที่ผันแปรไปจากผ้าไทยสมัยบรรพบุรุษ คือ 1.เราไม่ปลูกฝ้าย ไม่ปลูกหม่อน ไม่เลี้ยงไหมเอง เน้นการซื้อจากโรงงาน 2.ใช้สีเคมี ทำให้น้ำเน่า สัตว์น้ำอยู่อาศัยลำบาก เทลงไปในดิน ดินก็แข็ง ดินก็เสีย ขณะย้อมไม่ใส่ถุงมือ ผิวหนังก็เสีย โดยทรงเน้นย้ำให้พวกเราทุกคนได้น้อมนำหลักการ “พึ่งพาตนเอง” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยการฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและส่งเสริมการปลูกฝ้าย สร้างมาตรฐานเส้นใย ส่งเสริมปลูกพืชและไม้ให้สีย้อมผ้าสำหรับย้อมสีธรรมชาติ อันเป็นการชุบชีวิตต่อลมหายใจกลุ่มทอผ้าบ้านนาหว้า” นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า การจัดงานในวันนี้ ถือเป็นสิ่งที่พี่น้องชาวบ้านนาหว้าทุกคนได้ร่วมกันแสดงความกตัญญูกตเวทีด้วยการปฏิบัติบูชาจัดงาน “รวมพลังสตรีไทนาหว้า เทิดไท้ 90 พรรษา พระมารดาแห่งผ้าไทย และฉลองครบรอบ 50 ปี โครงการศิลปาชีพ” จึงควรค่าแห่งการอนุโมทนาที่ทุกคนไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยการแสดงออกในการสนองพระเดชพระคุณพระองค์ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการตอบแทนพระองค์ท่าน คือ การสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการรักษาภูมิปัญญาผ้าไทย และจะใช้ภูมิปัญญาผ้าไทยในการเพิ่มพูนรายได้ ด้วยการใช้เวลาว่างจากการทำไร่นามารวมกลุ่มกันทอผ้า และตัดเย็บเสื้อผ้า ให้มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และขอให้ได้ถ่ายทอดสู่ลูกหลานบ้านนาหว้าเพื่อมีผู้สืบทอดลมหายใจของผืนผ้าไทยให้มีความยั่งยืนต่อไป จากนั้น นายสุทธิพงษ์ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “สตรีไทยกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางกระทรวงมหาดไทย” โดยเน้นย้ำว่า คือ บทบาทหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของสตรีไทย คือการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีความรักและความปรารถนาดีแก่พสกนิกรชาวไทยเพราะทุกพระองค์ทรงปรารถนาอยากให้พวกเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ด้วยการทำหน้าที่ของสตรีไทยที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานไว้อย่างชัดเจน 4 ประการ คือ 1.พึงทำหน้าที่เป็น “แม่ที่ดีของลูก” ดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งปวง ในยามอุ้มท้องต้องฝากครรภ์ดูแลครรภ์เพื่อให้ลูกแข็งแรง และเมื่อลูกคลอดมาแล้ว ก็เลี้ยงดูทะนุถนอมให้นมแม่ เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก ให้ความรัก ความอบอุ่น ดูแลให้ลูกหลานของเราได้เติบโตมีคุณภาพ ได้รับการศึกษา เป็นคนดีของสังคม 2.พึงเป็น “แม่บ้าน” ทำหน้าที่ดูแลบ้านของเราให้อยู่เย็นเป็นสุข ทำให้บ้านมีความน่าอยู่ของสมาชิกในครอบครัวช่วยเก็บออมและเพิ่มพูนทรัพย์สินให้ครอบครัว รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่คนรอบข้างตามสมควร 3.พึงพัฒนาตนเองให้มีความทันสมัย เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง 4.สืบสาน อนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติไทยของเราให้สืบสานส่งต่อไปยังลูกหลานต่อไป ซึ่งทั้ง 4 ประการนี้ ล้วนเป็นหน้าที่สำคัญของสตรีทุกท่าน ซึ่งทุกท่านล้วนเป็นสตรีที่ทรงเกียรติ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือ การพัฒนาตนเองให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่เราจะได้ช่วยกันสร้างชุมชนเล็กๆสร้างบ้านของเรา สร้างชุมชนของเราให้เข้มแข็ง นำไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และสตรีไทยจะเป็นที่ยกย่องชื่นชมของสังคมโลกตลอดไป และหน้าที่ที่พระราชทานเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2547 คือ 1 พึงทำหน้าที่ “แม่” ให้สมบูรณ์ โดยทำให้ครอบครัวบังเกิดความรัก และความอบอุ่นมีความเข้าใจและไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน 2 พึงทำหน้าที่ของ “แม่บ้าน” ให้ดีโดยทำให้บ้านมีความน่าอยู่ เป็นที่พักพิงอันอบอุ่น ของสมาชิกในครอบครัว ช่วยเก็บออมและเพิ่มพูนทรัพย์สินให้ครอบครัว รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนรอบข้างตามสมควร 3 พึง “รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย” ผู้มีความนุ่มนวล อ่อนโยน สุภาพ เมตตา และยิ้มแย้มแจ่มใส รวมทั้งธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยอันละเอียดประณีตให้เป็นที่ชื่นชมของนานาชาติตลอดไป และ 4 พึง “ฝึกฝนตนเอง” ให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น ขยัน และอดทน มีความประยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย และรักษา ความสามัคคี ในหมู่คณะไว้ให้มั่นคง   “กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาบทบาทสตรีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้เป็นแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องช่วยกันส่งเสริมบทบาทของสตรีไทยคือ 1.ต้องส่งเสริมให้สตรีไทยเข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งของการดูแลตนเอง ดูแลลูกหลานครอบครัว ชุมชน และสังคม ในการรักษาภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมความเป็นไทย 2.ส่งเสริมให้สตรีไทยดูแลบ้านเรือนสะอาดสะอ้าน ไม่สกปรกรกรุงรัง เป็นแหล่งเพราะเชื้อโรค ด้วยการชักชวนสมาชิกในครอบครัว จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน และวางระบบในการคัดแยกขยะในบ้าน ขยะเปียก นำไปใส่ถังขยะเปียกลดโลกร้อน ขยะรีไซเคิลได้ ก็รวบรวมนำไปขายก่อให้เกิดรายได้ ถ้าทุกครัวเรือนทำ ก็จะเกิดเป็นเงินเก็บสะสม เงินที่ได้สะสมทีละเล็กละน้อยก็จะมาจุนเจือช่วยเหลือครัวเรือนที่ตกทุกข์ได้ยากในชุมชนอีกด้วย 3.น้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ด้วยการ “ปลูกพืชปลูกผักปลูกรักกับท่านนายอำเภอ” ซึ่งหากทุกครัวเรือนปลูกผักสวนครัวไว้บริโภค เฉลี่ยแล้วจะประหยัดได้ 50 บาท/วัน เมื่อคำนวณ 10 ล้านครัวเรือนจะเท่ากับวันละ 500 ล้านบาท เมื่อนับทั้งปี 365 วัน พี่น้องประชาชนครัวเรือนทั่วประเทศก็สามารถประหยัดเงินจากกระเป๋ากว่า 200,000 ล้านบาท และยังเป็นการเสริมสร้างความรักความอบอุ่น ความสามัคคีของคนในบ้าน และยังเป็นผักปลอดสารพิษ ทำให้ร่างกายแข็งแรงปลอดโรคภัย 4.ส่งเสริมให้สตรีไทยรักษาศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านเครื่องนุ่งห่ม เพราะเงินทองจะไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ และเราทอได้เอง อันเป็นหลักประกันที่มั่นคงว่า เมื่อเกิดโรคระบาด หรือหากเกิดศึกสงคราม เราจะมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มสวมใส่ และ 5.ต้องส่งเสริมให้สตรีไทย ได้อบรมสั่งสอนลูกหลาน ให้เด็ก เยาวชน ลูกเสือ เนตรนารี ได้ฝึกการดูแลตนเอง การใช้ชีวิตให้อยู่รอดในสังคมได้ และทำให้ลูกหลานได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์การฝ่าฟันต่อสู้เอาชนะความยากจนของชาวนาหว้า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ” นายสุทธิพงษ์ กล่าว นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้พี่น้องสตรีชาวบ้านนาหว้าทุกคน ได้ร่วมกันสนองพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เพื่อทำให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน หมู่บ้าน เข้มแข็ง เกิดความภาคภูมิใจของลูกหลาน เพื่อมีกำลังใจในการสานต่อเจตนารมณ์ ภูมิปัญญา หัตถศิลป์ หัตถกรรมของบรรพบุรุษ อันจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงทั้งด้านเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน… แหล่งที่มา…

Smart Medical Center มิติใหม่ศิริราช จับมือ ICS เปิดบริการในศูนย์การค้าแห่งแรก

Smart Medical Center มิติใหม่ศิริราช จับมือ ICS เปิดบริการในศูนย์การค้าแห่งแรก ผู้เขียน : สองเราเคียงคู่ ปัจจุบันการเดินทางไปพบแพทย์ตามนัดแต่ละครั้ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลในเครือข่ายภาครัฐ ล้วนต้องใช้เวลาเกือบตลอดทั้งวัน และเผชิญกับการจราจรบนท้องถนนที่เริ่มกลับมาติดขัดอีกครั้ง หลังยุคโควิด-19 ทำให้สูญเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ด้วยวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารโรงพยาบาลศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มองเห็นเทรนด์บริการเชิงการแพทย์ในรูปแบบ New Normal จึงริเริ่มนโยบายใหม่ ๆ โดยวางแผนขยายบริการด้านการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่มคนไข้ของโรงพยาบาล พร้อมขยายบริการทางการแพทย์แก่ประชาชนทุกระดับและทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและป้องกันก่อนเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นที่มาของบิ๊กโปรเจ็กต์ การร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU)…

ยานยนต์

โลโก้ “KIA” ดีไซน์ใหม่ทำคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถยี่ห้อ “KN”

    โลโก้ของแต่ละแบรนด์ถือเป็นเอกลักษณ์เพื่อสะท้อนตัวตนของแต่ละบริษัทเอง แต่คงไม่ดีแน่หากการเปลี่ยนโลโก้ใหม่กลับกลายเป็นว่าทำให้ผู้คนบางส่วนเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นอีกแบรนด์หนึ่งไปเสียอย่างนั้น     การเข้าใจผิดครั้งนี้เกิดขึ้นกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้อย่าง “Kia” ซึ่งมีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ทั่วโลกตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยแม้ว่าจะยังคงตัวอักษรภาษาอังกฤษ K I และ A เอาไว้ แต่ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบจากตัวอักษรปกติที่ถูกล้อมรอบด้วยวงรี มาเป็นตัวอักษรที่มีส่วนเชื่อมตัวสะกดทั้งสามตัวเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเมื่อดูเผินๆ แล้วจะมีลักษณะคล้ายกับตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า “KN” นั่นเอง 5+ดูภาพทั้งหมด โลโก้แบบเก่า (บน) และโลโก้แบบใหม่ (ล่าง)     ความเข้าใจผิดนี้ไม่ได้กล่าวอ้างขึ้นมาลอยๆ เท่านั้น…

“เทสลา” เรียกคืนรถยนต์โมเดล 3 กรณีเข็มขัดนิรภัย 1.2 หมื่นคัน

“เทสลา” เรียกคืนรถยนต์โมเดล 3 กรณีเข็มขัดนิรภัย 1.2 หมื่นคัน   “เทสลา” เริ่มเรียกคืนรถยนต์ รุ่นโมเดล 3 ในจีน เนื่องจากพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเข็มขัดนิรภัย รวมจำนวนกว่า 12,000 คัน “เทสลา” TOP News เกาะติดความเคลื่อนไหวรถยนต์ไฟฟ้า ล่าสุด มีรายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ (Tesla) เริ่มเรียกคืนรถยนต์ รุ่นโมเดล 3 (Model 3) ในจีน จำนวน 12,863 คัน เนื่องจากพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเข็มขัดนิรภัย…

ข่าวการเงิน

ส่องค่าคลอดลูกชาย จุ๋ย วรัทยา ที่โรงพยาบาลชื่อดังราคาสุดอึ้ง-สิทธิประโยชน์พรึ่บ!

ส่องค่าผ่าคลอดลูกชาย น้องพีร์เจ (PJ) ของจุ๋ย วรัทยา ที่โรงพยาบาลชื่อดัง กับราคาสุดอึ้งที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์อีกพรึ่บ! ต้องขอแสดงความยินดีกับ จุ๋ย วรัทยา และ พุฒ พุฒิชัย หลังจากที่ให้กำเนิดลูกชายสุดน่ารักอย่างน้อง พีร์เจ (PJ) ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ซึ่งก่อนหน้านี้คุณพ่อป้ายแดงอย่าง พุฒ พุฒิชัย เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักไว้ว่าการคลอดน้องพีร์เจ (PJ) จะเป็นการผ่าคลอดนั่นเอง สำหรับโรงพยาบาลที่ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา เข้ารับบริการเป็นโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท…

ความเสี่ยงสามด้านของเงินคริปโทฯ สำคัญสุดคือ “ธรรมาภิบาล”

ความเสี่ยงสามด้านของเงินคริปโทฯ สำคัญสุดคือ “ธรรมาภิบาล” เงินคริปโทเคอร์เรนซีเกิดขึ้นมา เพราะเป็นความหวังของคนกลุ่มหนึ่งที่อยากเห็นสกุลเงินดิจิทัล ที่สามารถใช้จ่ายแลกเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เงินสด จะสะดวก รวดเร็วขึ้น และมีความอิสระ ควบคุมกันเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาสกุลเงินที่กำหนดโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ เงินคริปโทฯ มักมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นออกมาปลุกกระแสตลอดเวลา มีการออกเงินสกุลต่างๆ มากมาย รวมถึงบริษัทใหญ่อย่าง เฟซบุ๊ก เคยระบุว่าจะใช้เงินสกุล Libra ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า (แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกโครงการ) แม้แต่ Tesla ที่เคยบอกว่ายินดีจะรับเงินคริปโทฯ ในการซื้อรถยนต์ ตลอดจนมีบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งที่จ่ายเงินเดือนพนักงานเป็นเงินคริปโทฯ ประกอบกับการออกมาโหมโฆษณาของบริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโทฯ ที่พยายามชี้ให้เห็นว่าเงินคริปโทฯ คือ อนาคต…

ท่องเที่ยว

ทุ่งดอกปอเทืองไร่ธรรมชัย ทุ่งดอกไม้กลางหุบเขา วิวสวยอลังการ!

สำหรับใครที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ในช่วงปลายปีนี้อยู่ Sanook Travel ขอพาคุณไปทำความรู้จักกับทุ่งดอกปอเทือง ไร่ธรรมชัย ทุ่งดอกไม้สีเหลืองอร่ามที่กำลังออกดอกสวยงามในตอนนี้ท่ามกลางวิวภูเขา ไร่ธรรมชัยตั้งอยู่ที่ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรที่มีความสวยงามในด้านของทัศนียภาพเป็นอย่างมาก 18+ดูภาพทั้งหมด 18+ดูภาพทั้งหมด 18+ดูภาพทั้งหมด ในช่วงนี้อากาศกำลังเย็นสบายมีทุ่งดอกปอเทืองสีเหลืองบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ เปลี่ยนพื้นที่บริเวณนี้ให้มีความสดใสสวยงาม พร้อมกับวิวภูเขาสวยๆ ด้านหลัง ราวกับภาพในเทพนิยายเลย 18+ดูภาพทั้งหมด 18+ดูภาพทั้งหมด นอกจากทุ่งดอกปอเทืองแล้ว ทางไร่ธรรมชัยยังมีดอกไม้สีสันสวยงามอีกหลายพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายภาพเช็กอินสวยๆ กัน มาที่นี่รับรองได้ภาพประทับใจกลับไปแน่นอน 18+ดูภาพทั้งหมด ข้อมูลเพิ่มเติม พิกัด : https://goo.gl/maps/p847t9yyZULPjo9o6 ค่าเข้าชม…

“สวนหลวง ร.9” งานพรรณไม้งามอร่ามประจำปี 2565 1-10 ธ.ค. นี้

“สวนหลวง ร.9” งานพรรณไม้งามอร่ามประจำปี 2565 1-10 ธ.ค. นี้   “สวนหลวง ร.9” ชวนเที่ยว งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2565 นี้ อิ่มเอมกับสวนดอกไม้และการแสดงมากมาย “สวนหลวง ร.9” สวนหลวง ร.9 เปิดวันไหน สวน หลวง ร.9 มีอะไรบ้าง เที่ยว สวน หลวง…

ข่าวสารล่าสุด