Work & travel เจาะใจนายจ้าง: 3 สิ่งที่กังวลในสัปดาห์แรก

ตุลาคม 20, 2017 6:03 am โดย admin
0
12

หลายคนที่จะเข้าร่วมโครงการ Work & Travel เจอปัญหาการปรับตัวเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดกับใครก็ได้ค่ะ ไม่ต้องวิตกเกินเหตุนะคะ ขนาดนายจ้างของเรายังกังวลทุกครั้งที่รับพนักงานใหม่เข้ามาเลย เพื่อความสบายใจของน้องๆ และเพื่อประโยชน์ในการปรับตัวเข้าหากัน พี่พิซซ่า จะพาน้องๆ ไปดูสิ่งที่นายจ้างแอบกังวลอยู่ค่ะ

เวลาเราต้องเข้าสังคมใหม่ๆ ในที่ต่างถิ่น เราก็มักกังวลว่าเราจะทำได้ดีมั้ย จะหาเพื่อนได้มั้ย จะโดนเขม่นมั้ย บลา บลา บลา ซึ่งในความเป็นจริงนายจ้างเองก็กังวลเช่นกัน เพราะเขาก็เพิ่งตอบรับพนักงานใหม่ที่เป็นนักศึกษาจากต่างชาติซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ให้มาทำงานกับเขาด้วยเช่นกัน ถ้าเรารู้ว่านายจ้างกังวลเรื่องอะไร ก็จะเป็นการรู้เขารู้เรา และทำให้การทำงานของเราผ่านไปอย่างราบรื่นมากขึ้นค่ะ

Portrait of three beautiful teenagers playing around with a mobile camera phone.

Portrait of three beautiful teenagers playing around with a mobile camera phone.

เราจะเข้ากับทีมได้ไหม

นายจ้างทุกคนย่อมต้องการพนักงานที่เข้ากันได้ สามารถอยู่ร่วมกันและทำงานกันได้อย่างไม่มีปัญหา เขาต้องการให้พนักงานเต็มใจช่วยเหลือกันและกัน ซึ่งบางทีคนคนเดียวที่เข้ากับใครไม่ได้ หรือแย่ยิ่งกว่านั้นคือคนที่ไม่สนใจจะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน มุ่งแต่จะทำงานหาเงินคนเดียว ก็สามารถทำให้คนที่เหลือที่เคยอยู่ร่วมกันได้มาก่อนถึงคราวแตกหักกันได้
ดังนั้นช่วงสัปดาห์แรกของการทำงาน นายจ้างหรือผู้จัดการแผนกนั้นจะคอยสังเกตว่าเราเข้ากับคนอื่นได้มั้ย และพยายามที่จะเข้ากับคนอื่นหรือไม่

สิ่งที่เราควรทำ

เราไม่ต้องป่าวประกาศว่าตอนนี้เราเป็นเพื่อนกับใครแล้วบ้าง เราแค่พยายามทำความรู้จักกับคนอื่น ลองซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับงานหรือการใช้ชีวิตในอเมริกา และแบ่งเวลาจากการทานข้าวกับเพื่อนๆ คนไทยหรือเพื่อนร่วมห้องไปกินกับเพื่อนร่วมงานบ้าง ทีนี้เพื่อนร่วมงานก็จะเม้าจนไปถึงหูนายจ้างเองว่าเราน่ารักและเข้ากับเขาได้ดีแค่ไหน และเมื่อทุกคนลงความเห็นว่าเราต้องเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีแน่ๆ ทีนี้การทำงานของเราก็สบายแล้ว

Exercise in a park

Exercise in a park

เราตามคนอื่นทันไหม

นายจ้างรู้อยู่แล้วว่าเรามีความสามารถและความตั้งใจเพราะสัมภาษณ์เรามาเอง แต่การทำงานที่นี่ต้องใช้ทักษะเฉพาะอย่างด้วย แล้วไหนจะระบบงานที่ไม่เหมือนใครอีก แม้เราจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมแล้ว ช่วงเทรนนิ่งก็ยังเป็นช่วงน่าลุ้นอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะผ่านไปได้มั้ย
นายจ้างจะพิจารณาว่าเราหัวไวมั้ย เข้าใจระบบงานพื้นฐานได้มั้ย เราต้องเทรนเยอะกว่าคนอื่นมั้ย ซึ่งยังไงก็แล้วแต่ นายจ้างกำลังสังเกตว่าเขาคิดผิดหรือเปล่าที่เลือกเรามา

สิ่งที่เราควรทำ

เราต้องทำให้นายจ้างรู้ว่าเขาเลือกคนมาไม่ผิด ในช่วงเรียนรู้งานถ้ามีปัญหาเราต้องกล้าถามทันที เอาให้เคลียร์ หรือถ้าคิดว่ายังไม่ทันก็ขอฝึกเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่อย่าฝึกนานเกินเหตุไม่งั้นนายจ้างจะรู้เลยว่าเขาเลือกคนมาผิด เราก็พยายามทำให้ได้ดีที่สุด เพราะถ้าต้องหางานใหม่ต้องเสียเวลาฝึกอีก และช่วงฝึกนี้ก็จะไม่ได้ค่าจ้างเท่าปกติด้วยนะคะ
หรือถ้าใครชอบตรงๆ แรงๆ ก็ถามความเห็นจากนายจ้างได้เลยว่าการทำงานช่วงแรกของเราเป็นยังไงบ้าง จะเสนอตัวทำเกินหน้าที่บ้างด้วยก็ได้ แต่อย่าทำแค่เพราะอยากโชว์ออฟล่ะ ไม่งั้นอาจโดนใช้ทำเรื่องนั้นไปตลอด 3 เดือน ซึ่งช่วงหลังๆ น้องจะเหนื่อยกับหน้าที่ปกติมากจนไม่มีแรงทำงานนอกหน้าที่หรือทำจ๊อบ 2 เลยแหละ

6

เราได้งานเหมาะสมไหม

แม้จะเป็นการทำงานบริการเล็กๆ น้อยๆ แค่ช่วงสั้นๆ แต่ในแง่ธุรกิจแล้วเขาก็อยากได้พนักงานที่ทำงานให้เขาได้คุ้มค่าจ้างมากที่สุด ฉะนั้นนายจ้างก็อยากจะรู้ว่าจำนวนหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบนั้นพอเหมาะมั้ย น้อยจนมีเวลาว่างหรือว่ามากจนทำได้ไม่ดีเลยซักอย่าง

สิ่งที่เราควรทำ

ถ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมันเยอะเกินไป ก็บอกนายจ้างให้ช่วยจัดลำดับความสำคัญให้หน่อยว่าต้องทำสิ่งไหนก่อน เช่นถ้ามีหน้าที่ทั้งต้อนรับลูกค้า พาลูกค้าไปนั่ง และเสิร์ฟเครื่องดื่ม แล้วเกิดกรณีที่มีทั้งลูกค้ายืนรอหน้าร้าน และลูกค้าที่เรากำลังพาไปนั่ง ซึ่งเราอาจจะไม่รู้ว่าต้องดูแลลูกค้ากลุ่มแรกให้จบก่อนแล้วค่อยไปต้อนรับอีกกลุ่ม หรือควรพาอีกกลุ่มไปนั่งแล้วค่อยกลับมาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กลุ่มแรก เราก็รีบถามนายจ้าง เพราะถ้าเกิดเป็นปัญหาสำคัญจริงๆ นายจ้างก็จะทราบว่าควรมีคนช่วยดูแลตรงนี้อีกคนไว้สลับคิวกับเรา
แต่ถ้าเรารู้สึกว่างานที่ได้มามันน้อยไป มีช่วงให้เบื่อเยอะ ก็บอกนายจ้างได้เลยว่าตอนนี้กำลังว่างมีอะไรให้ช่วยมั้ย

นี่เป็น 3 สิ่งหลักที่นายจ้างจะคอยสังเกตเราในช่วงสัปดาห์แรกของการทำงาน เมื่อรู้แล้วก็ไม่ต้องเกร็งนะคะ ทำตัวเป็นธรรมชาติแต่ต้องจำว่าการสื่อสารกับนายจ้างเป็นเรื่องสำคัญค่ะ มีอะไรก็รีบบอก อย่าเขินหรือเกรงใจ เพราะถ้าเราไม่มีความสุขระยะเวลา 3 เดือนจะดูยาวนานมากเลยนะคะ




แสดงความคิดเห็น