Suzuki Hayabusa บิ๊กไบค์เร็วที่สุดในโลก เตรียมหยุดผลิต เพราะไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษ

Suzuki Hayabusa บิ๊กไบค์เร็วที่สุดในโลก ดีไซน์แปลก ทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 300 กม./ชม. เตรียมยุติการผลิต-เลิกจำหน่ายในญี่ปุ่นและยุโรปปลายปีนี้ เพราะ Suzuki Hayabusa ไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษ Euro 4

เพราะความเร็วเป็นเหตุ Suzuki Hayabusa ไฮเปอร์ไบค์พลังแรง เจ้าของสถิติมอเตอร์ไซค์เร็วที่สุดในโลกปี 1999 เตรียมจบตำนานที่สั่งสมมาเกือบ 20 ปี ยืนยันยุติการผลิตและเลิกจำหน่ายในยุโรปรวมถึงญี่ปุ่น แต่ถึงจะแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถฝ่าผ่านด่านมลพิษ Euro 4 ของยุโรป ซึ่งประกาศใช้ช่วงต้นปี 2016 ไปได้ โดย Suzuki ได้รับการผ่อนผันเป็นระยะเวลา 2 ปี และจะสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561

อย่างไรก็ตาม Suzuki Hayabusa ยังคงมีจำหน่ายต่อไปในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รวมถึงอินเดีย ซึ่ง Suzuki เพิ่งเปิดตัว Suzuki Haybusa 2018 ในงาน Auto Expo 2018 กรุงเดลี เมื่อเดือนมกราคม 2561 อีกทั้งยังเป็นการนำเข้าชิ้นส่วนไปประกอบแบบ CKD (Completely Knock Down) เพื่อจำหน่ายต่อไป (เริ่มประกอบตั้งแต่ปี 2017) ตั้งราคาไว้ที่ 1,387,623 รูปี หรือราว 6.33 แสนบาท

สำหรับตำนานของ Suzuki Hayabusa นั้น เริ่มต้นจากการเปิดตัวในเดือนตุลาคมปี 1998 และ Suzuki เคลมว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตจำหน่ายรุ่นแรกของโลกที่ทำความเร็วสูงสุด ทะลุ 200 ไมล์/ชั่วโมง เพื่อแข่งกับ Honda CBR1100XX Super Blackbird เจ้าของสถิติก่อนหน้าและถูกจารึกชื่อในฐานะมอเตอร์ไซค์ (Production Motorcycle) เร็วที่สุดในโลกของปี 1999 แม้ว่าการทดสอบจากหน่วยงานอิสระจะทำได้ไม่ถึงก็ตาม

ซึ่งก็น่าจะเป็นไปตามเป้าประสงค์ของ Suzuki เพราะชื่อ Hayabusa เป็นภาษาญี่ปุ่นหมายถึงเหยี่ยวเพเรกริน นกล่าเหยื่อที่บินหรือเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าสัตว์อื่น ๆ บนโลก ทั้งนี้ช่วงแรกนั้น Suzuki Hayabusa ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 1,299 ซี.ซี. ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ต่อมาในปี 2008 มีการขยายความจุเป็น 1,340 ซี.ซี. ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 197 แรงม้า ภายหลัง

ถึงแม้ว่า Suzuki Hayabusa 2019 จะไม่ได้ไปต่อในญี่ปุ่นและยุโรป แต่โฉมใหม่ของ Suzuki Hayabusa ก็ยังไม่ถึงกับมืดมนเสียทีเดียว เพราะเว็บไซต์ต่างประเทศรายงานว่ามีข่าวลือจากวงในของ Suzuki ว่า All-new Hayabusa อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการและอาจข้ามไปเปิดตัวราว ๆ ปี 2020 ส่วนจะจริงหรือไม่คงต้องรอลุ้นกันอีกที

ภาพจาก Suzuki

แหล่งที่มา : car.kapook.com