I major in English : รวม 8 เรื่องที่ “เด็กเอกอังกฤษ” เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!

กันยายน 17, 2018 9:05 am โดย admin
0
40

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!

     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D แถวนี้มีใครอยากเรียนต่อเอกภาษาอังกฤษบ้างมั้ยครับ? วันนี้ พี่วุฒิ และ English Issues ได้รวบรวม 8 เรื่องที่เด็กเอกอิ๊งต้องเจอแน่นอน ว่าแต่พวกเราเรียนแค่ไปภาษาไปวันๆ อย่างที่หลายคนคิดหรือเปล่า? และมีเรื่องอะไรที่ยังไม่รู้อีกบ้าง? มาหาคำตอบในบทความนี้เลยครับ    

1. ด่านแรกวัดใจ ต้องได้เกรด A อิ๊งมอ 

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!

     พอย่างก้าวเข้าเป็นเด็กปี 1 เอกภาษาอังกฤษ ในหัวของทั่วไปอาจจะคิดว่าเด็กเอกอิ๊งต้องเทพราวกับเจ้าของภาษามาแน่ๆ หรือบางคนอาจจะคิดว่า เด็กเอกอิ๊งต้องเป็นคนหัวอินเตอร์ สายฝอ และยิ่งพอมาเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน (Fundamental English) หรือที่หลายๆ ที่เรียกว่า ‘อิ๊งมอ’ ซึ่งเป็นวิชาที่เด็กปี 1 ทุกคนจะต้องเรียน และส่วนใหญ่แล้ววิชานี้จะเรียนในคลาสรวมกับหลายๆ คณะ แน่นอนว่าทั้งตัวอาจารย์และเพื่อนร่วมคลาสก็ต่างคาดหวังและพุ่งเป้าสายตามาที่เด็กเอกอังกฤษ ประมาณว่าคะแนนของพวกเธอต้องได้ท็อปของคลาสนะ หรือที่เจอบ่อยๆ (และเชื่อว่าเด็กเอกอิ๊งจะต้องเจอ) คือ ถ้าเด็กเอกอิ๊งไม่ได้เกรด A วิชานี้ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงละ ถ้าทำไม่ได้ หลายคนอาจจะรู้สึกผิดหวังในตัวเรา แม้ว่าความจริงแล้วเราอาจจะไม่ต้องเก็บมาใส่ใจก็ได้ แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้สึกอยู่ดี เพราะชื่อของเอกภาษาอังกฤษมันค้ำคออยู่ แต่สุดท้ายแล้ว เราเองอยากบอกคนอื่นเหมือนกันว่า คนเรียนเอกภาษาอังกฤษไม่ได้เก่งไปทุกคนจ้า ถ้าเป๊ะแล้วจะมาเรียนทำไมล่ะ T___T

2. เห็นคนเขียนผิดแล้วหงุดหงิดง่าย

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
Cr. Pixabay
     ข้อนี้ตอนแรกพี่คิดว่าเป็นที่ตัวพี่คนเดียวซะอีก แต่หลังจากลองถามเพื่อนๆ หลายคนที่เรียนเอกอังกฤษเหมือนกันก็รู้เลยว่าไม่ใช่แค่พี่คนเดียวแล้วล่ะ ที่จะหงุดหงิดเวลาเห็นคนเขียนคำง่ายๆ ผิด เช่น I is, He are, หรือการใช้ a, an ,the ผิด เห็นแบบนี้บ่อยๆ บอกเลยลมออกหูครับ 55555 ยิ่งช่วงปีแรกๆ ที่เรากำลังเรียนไวยากรณ์พื้นฐาน หรือเรียนเรื่องการเขียน เด็กเอกอิ๊งจะเจออาจารย์เคี่ยวเรื่องหลักภาษาอย่างเข้มข้น จี้ทุกจุดไม่ว่าจะเป็นจุดเล็กจุดน้อย และการที่เราถูกสอนมาแบบนี้ หลายคนอาจจะซึมซับจากอาจารย์มาแบบไม่รู้ตัวเหมือนกันครับ (พี่คนนึงแหละ)  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะเห็นเด็กเอกอิ๊งเวลาอ่านอะไรก็ตาม มักจะจับผิดแกรมมาร์ จับผิดตัวสะกด ดูเหมือนเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย แต่มันจำเป็นต้องทำแบบนั้นจริงๆ ครับ เพราะบางที แค่การเติม -s หรือ การใช้ a กับ the ผิด ก็ทำให้ความหมายเปลี่ยนได้มากมายเลยนะ

3. เด็กเอกอิ๊งเรียนระบบร่างกาย?

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
     เห็นภาพด้านบนแล้ว น้องๆ อาจจะรู้สึกตกใจว่าทำไมเอกภาษาอังกฤษต้องมาเรียนเรื่องระบบอวัยวะในช่องปากด้วย ตอนแรกพี่เคยงงเหมือนกันครับ แต่พอได้เรียนแล้วก็เข้าใจเลย อย่างภาพด้านบนมาจากวิชา English Phonetics and Phonology (สัทศาสตร์และสรวิทยาภาษาอังกฤษ) เห็นชื่อแบบนี้อาจจะยังไม่เก๊ท งั้นอธิบายคร่าวๆ ได้ว่า เป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับเสียงและระบบเสียงในภาษาอังกฤษ โดยรวมเรื่องสระ เสียงพยัญชนะ อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียง คำเทียบคู่ หน่วยเสียง หน่วยเสียงย่อย กฎการเปลี่ยนแปลงเสียง โครงสร้างพยางค์ การลงเสียงหนักเบา และทำนองเสียง เป็นต้น
     ย้อนไปสมัยตอนพี่เรียน (กี่ปีแล้วอย่าไปพูดถึงเลยนะครับ 555) อาจารย์จะให้วาดพวกภาพอวัยวะในช่องปาก เป็นการจำลองเรื่องการออกเสียง เช่น ถ้าจะออกเสียงแบบนี้ ลิ้นจะไปแตะตรงบริเวณไหนของปาก พออาจารย์ให้โจทย์มา เราก็ต้องบรรเลงจิตวิญญานศิลปินอันเต็มเปี่ยม วาดรูปลิ้นไปแตะบริเวณปุ่มเหงือกบ้าง เพดานปากบ้าง แถมยังต้องวาดหลอดลม เส้นเสียง และหลอดอาหารอีกด้วยนะ เราต้องมโนตามไปว่าถ้าออกเสียงแบบนี้ หลอดลมจะขยายหรือเปล่า เป็นต้น เป็นการเรียนที่ต้องปฏิบัติตามและใช้จินตนาการไปในตัวด้วย บันเทิงมากครับ ฮ่าๆ (ปล.ความจริงแล้ว ไม่ใช่แค่เอกอิ๊งเท่านั้นหรอกนะครับ เอกภาษาอื่นๆ ก็ต้องเรียนเหมือนกัน บางทีอาจจะวาดเยอะกว่าด้วยซ้ำ)

4. มองผ่านๆ นึกว่าเรียนพันธะเคมี

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
      วาดรูประบบอวัยวะในช่องปากจนคนเข้าใจผิดว่าเรียนเอกชีวะไปแล้ว มาเจอข้อนี้ มองเผินๆ หลายคนอาจจะคิดว่าเราเรียนเอกเคมีก็ได้ อย่างภาพด้านบน นี่ไม่ใช่แผนผังพันธะเคมีนะครับ แต่นี่เป็นแผนผังต้นไม้แสดงถึงโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ที่เราพบได้ในวิชา English Morphology and Syntax (วจีพากษ์และวากยสัมพันธ์ภาษาอังกฤษ) วิชานี้เรียกว่าเป็นตัวปราบเซียนเลยก็ว่าได้ จริงๆ มันอาจจะไม่ได้ยากมากถึงขั้นอยากกัดลิ้นตายหรอกนะครับ แต่รายละเอียดยิบย่อยมันเยอะมากกกก เรียนจบแล้วเป็นคนคิดมากเลยแหละ 5555

เพราะอย่างวิชานี้ จะเป็นการเรียนที่เน้นไปที่การศึกษาโครงสร้างของคำ วลีและประโยคในภาษาอังกฤษ โดยรวมเรื่องแก่นคำ ส่วนเติม หน้าคำ ส่วนเติมท้ายคำ หน่วยคำ หน่วยคำย่อย และยังมีเรื่องโครงสร้างวลี โครงสร้างประโยคและทฤษฎีต่างๆ อีกด้วย เรียกว่าวิเคราะห์กันหัวกระเจิงแน่นอน ถ้าจะให้อธิบายวันนี้คงไม่จบแน่นอน แต่เอาเป็นว่า ใครอยากเรียนเอกภาษาอังกฤษต้องเตรียมใจให้พร้อมเลยครับ อาจจะศึกษามาล่วงหน้าก่อนเรียนก็ได้ พอเรียนจริงจะได้ตั้งตัวทัน (เอกภาษาอื่นด้วยนะ เจอเหมือนกันจ้า)

5. เทพซูสเรียนแล้วทรุด

      มาถึงวิชา Mythology หรือ เทพปกรณัมปรัมปรากันบ้าง เชื่อว่าหลายคนพอได้บอกใครต่อใครว่าเรียนเกี่ยวกับเทพเจ้ากรีก พวกเค้าจะต้องอิจฉาเด็กเอกอิ๊งแน่นอน โดยเฉพาะกับใครที่ชอบเรื่องเทพเจ้า หรือเรื่องแฟนตาซีนี่เข้าทางมากกก แต่ช้าก่อนครับ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกเด้อ จะว่าไปแล้วเรื่องที่เรียนมันสนุกก็จริง แต่รายละเอียดมันก็เยอะเหมือนกัน แถมมีบทวิเคราะห์เยอะด้วย และยิ่งคำศัพท์ในตำนานเทพเจ้ากรีกบางคำ เป็นคำศัพท์โบราณ ก็ยิ่งสร้างความฉงนไม่น้อยเลยล่ะ T___T

แต่โดยส่วนตัวพี่ชอบวิชานี้นะครับ แม้เกรดที่ได้จะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ (ขำแห้ง) เพราะเรื่องเทพเจ้ากรีกเนี่ย ถือว่าเป็นพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษเลยล่ะ ทั้งเรื่องรากศัพท์หลายๆ คำที่มาจากชื่อเทพเจ้า ตำนานความเชื่อต่างๆ ที่ไปโผล่ในวรรณกรรมที่เราต้องรู้จัก เรียกว่ามันอยู่รอบตัวเราเลยครับ ถ้าใครอินๆ สามารถเก็บได้ทุกรายละเอียด แล้วนำไปต่อยอดกับการเรียนวิชาอื่นๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะกับภาษาอังกฤษนะครับ มันสามารถประยุกต์ได้ทุกศาสตร์เลย แล้วเราจะรู้เลยว่าพวกเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้า มันซึมซับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์จริงๆ

6. เรียนพระคัมภีร์ไบเบิล

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
Cr. Pixabay
      อย่างที่บอกไปในข้อที่แล้วว่าเรื่องความเชื่อนั้นมีอิทธิพลต่อภาษามากๆ เช่นเดียวกันกับภาษาอังกฤษที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาตะวันตกเต็มๆ ดังนั้น ถึงแม้เราจะนับถือศาสนาอื่น แต่พอมาเรียนภาษาอังกฤษ เราควรที่ต้องรู้เรื่องศาสนาเหล่านี้เอาไว้ อย่างในการเรียนวิชา Western Religions (ศาสนาตะวันตก) อารมณ์จะคล้ายๆ ตอนเราเรียนศาสนาพุทธเลยครับ ต้องจำว่าพระพุทธเจ้าทำอะไรบ้าง ประวัติพระพุทธเจ้า เป็นต้น พอมาเรียนวิชานี้ น้องๆ จะได้เรียนพระคัมภีร์ไบเบิลสำหรับเด็ก (The Children’s Bible) ก็จะเริ่มตั้งแต่อดัมกับเอวา ณ สวนเอเดน แล้วค่อยๆ ไล่สเต็ปความสับสนมึนงงให้เราไปเรื่อยๆ โดยส่วนตัวพี่คิดว่า วิชานี้ยากเหมือนกันครับ เพราะต้องจำเยอะมาก แล้วชื่อไม่ค้นหูเลยแหละ 55555 แต่พอเรียนแล้วมีประโยชน์มากเลยนะ สามารถนำไปต่อยอด ประยุกต์กับการอ่านวรรณกรรมและสื่อสมัยใหม่ได้เพียบเลย

7. เรียนกลอนต้องรู้จัก ‘ดอกแดฟโฟดิล’ 

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
Cr. Pixabay
     สำหรับเด็กเอกอิ๊ง อีกวิชาสำคัญที่พวกเราต้องเรียนคือ ‘Introduction to English Poetry หรือ วรรณกรรมร้อยกรองอังกฤษเบื้องต้น’ ซึ่งชื่อวิชาก็บอกอยู่แล้ว ว่าเรียนเกี่ยวกับเรื่องกลอน บทร้อยกรองมีกี่แบบ ก็ต้องเรียนรู้หมด รวมถึงศึกษาองค์ประกอบพื้นฐานของกวีนิพนธ์ภาษาอังกฤษ รวมถึงสัมผัส จังหวะ รูปแบบของบทรูปแบบการลงเสียงหนักเบา จำนวนจังหวะ และการใช้ภาษาภาพพจน์ ศึกษารูปแบบการแต่งกวีนิพนธ์ที่สำคัญ พูดง่ายๆ คือ ตอนเด็กเราเคยเรียนกลอนภาษาไทยแบบไหน พอมาเรียนเอกภาษาอังกฤษ เราก็จะต้องเรียนเหมือนกันทุกองค์ประกอบเลยครับ
      และสำหรับกลอนที่พูดชื่อปุ๊บ เด็กเอกอิ๊งจะต้องรู้จักแน่นอนก็คือ ‘I Wandered Lonely As A Cloud’ หรือที่เราคุ้นหูกันในนาม กลอน ‘Daffodils’ (ดอกแดฟโฟดิล หรือ ดอกดารารัตน์) ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของ William Wordsworth กวีคนสำคัญของยุคโรแมนติก ถ้าถามว่าทำไมเด็กเอกอิ๊งถึงฝังใจกับกลอนนี้ คงจะเป็นเพราะว่าด้วยรูปแบบของกลอนที่มีความคลาสสิกและสามารถตีความได้หลากหลายความหมาย ถ้าอ่านเผินๆ อาจจะคิดว่าเป็นกลอนที่บรรยายความสวยงามของดอกแดฟโฟดิลแค่เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าอ่านแบบตีความจริงๆ จะรู้ว่ากวีเค้าแต่งเพื่อแสดงความหว่าเว้ของตัวเองด้วย อธิบายแค่นี้คงยังไม่เห็นภาพ ลองดูคลิปด้านล่าง แล้วจินตนาการตามไปนะครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมดอกแดฟโฟดิลถึงเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง 🙂

8. American Dream คือสิ่งที่ต้องรู้

I major in English : รวม 8 เรื่องที่ "เด็กเอกอังกฤษ" เท่านั้นถึงจะเข้าใจ!
Cr. Pixabay
      การเรียนเอกภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเรียนแค่ประวัติศาสตร์ฝั่งอังกฤษแค่อย่างเดียวนะครับ เด็กเอกอิ๊งจะต้องเรียนรู้ฝั่งของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย เพราะอย่างที่เรารู้กันว่า อเมริกานั้นมีอิทธิพลต่อคนทั่วโลกจริงๆ ส่วนเรื่องที่เราเรียนจะเป็นวรรณกรรม (American Literature) และร้อยแก้วของกวีชาวอเมริกัน (Prose) ซึ่งจุดโฟกัสของการเรียนวิชานี้ก็เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งประเทศ คติความเชื่อ ความคิดแบบคนอเมริกัน พอเรารู้เรื่องพวกนี้แล้ว เราจะเข้าถึงวัฒนธรรมและภาษาของประเทศนี้มากขึ้น
      เมื่อพูดถึงอเมริกาแล้ว เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึง ‘American Dream (ความฝันของอเมริกันชน)’แน่นอน ตอนสมัยพี่เรียนเนี่ย คติเรื่องความฝันของคนอเมริกันจะต้องโผล่ในวรรณกรรมแทบจะทุกเรื่องเลย น้องๆ บางคนอาจจะยังไม่รู้จักว่า American Dream คืออะไร พี่จะสรุปสั้นๆ ดังนี้
– American Dream คือความเชื่อของชาวอเมริกัน โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานหนัก ความกล้าหาญ ความไร้ชนชั้นวรรณะทางสังคม ความเท่าเทียมกันในทุกเรื่อง รวมไปถึงการได้รับการยอมรับตัวตน ไม่ว่าเราจะเป็นคนมาจากชาติไหนก็ตาม

– ความคิดนี้มีมาตั้งแต่ก่อตั้งอเมริกาเลยครับ เพราะว่าที่นี่เป็นประเทศที่รวมคนจากหลายๆ ที่มาอยู่ด้วยกัน เป็นประเทศที่เกิดมาใหม่เพียง 200 ปี เท่านั้น คนส่วนใหญ่จึงมีความคิดอยากประสบความสำเร็จ มีชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากมาอยู่ที่นี่ อเมริกาจึงเปรียบเหมือนดินแดนแห่งความฝันและความหวัง 

     รู้จักเอกอังกฤษกันไปพอหอมปากหอมคอ เป็นไงบ้างครับ? เหมือนกับที่น้องๆ คิดไว้หรือเปล่า? ที่พี่ยกมานี่เป็นแค่น้ำจิ้มนะครับ พอไปเรียนจริงยังมีอะไรที่ต้องรู้อีกเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นวิชาบังคับหรือวิชาเลือก ล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น ยิ่งเรียนก็ยิ่งทำให้เปิดโลกมากขึ้น พี่หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนเอกภาษาอังกฤษนะครับ 🙂  
แหล่งที่มา : dek-d.com/studyabroad