4 เคล็ดลับเรียน “วิชาประวัติศาสตร์” ให้จำง่ายและไม่น่าเบื่อ!

ตุลาคม 24, 2018 7:28 am โดย admin
0
11
สวัสดีค่ะชาว Dek-D หนึ่งในวิชาที่หลายคนบ่นเบื่อน่าจะต้องมี “วิชาประวัติศาสตร์” ติดโผแน่นอน เพราะเป็นวิชาที่เนื้อหาเยอะมากกกก ทั้งเหตุการณ์ที่ยาวและซับซ้อน แถมตัวละครยังมีนับไม่ถ้วน วันนี้พี่เลยมีทริคเล็กๆ มาแนะนำน้องๆ เพื่อช่วยให้การเรียนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องง่ายและสนุกขึ้นค่ะ ถ้าพร้อมแล้วตามมาด่วน~

1. อย่าจำทุกอย่างเป็นก้อนเดียว!

วิชาประวัติศาสตร์คือศาสตร์ที่พาเรานั่งไทม์แมชชีนไปศึกษาเหตุการณ์ในอดีต และอย่างที่ทราบกันดีว่าเหตุการณ์มีเยอะและซับซ้อนมาก ถ้าเราอ่านรวดเป็นก้อนเดียวอาจสับสน ดังนั้นให้จำเป็นระบบด้วยการแยกเหตุการณ์เป็นส่วนๆ ได้แก่ หัวข้อ, ปีที่เกิดเหตุการณ์, เหตุการณ์สำคัญ, สาเหตุ และผลกระทบ จากนั้นจึงหยิบแต่ละเหตุการณ์มาเชื่อมโยงกันเป็นลำดับก่อน-หลัง 
นอกจากนี้ปัญหาที่ทุกคนต้องปวดหัวคือ “จำนวนตัวละคร” อย่างผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ “สงครามโลก” ก็ปาไปหลักร้อยได้แล้ว จำชื่อกันไม่หวาดไม่ไหวเลยค่ะ ดังนั้นพี่แนะนำอีกวิธีคือ การทำ Mind Mapping แยกว่าเหตุการณ์นี้มีใครเกี่ยวข้องบ้าง อาจวาดรูป แปะรูปคนหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้เราเข้าใจง่ายก็ได้ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคนเลยย
4 เคล็ดลับเรียน "วิชาประวัติศาสตร์" ให้จำง่ายและไม่น่าเบื่อ!

2. อย่าโฟกัสเลกเชอร์จนลืมฟังอาจารย์

      พี่เชื่อว่าการเรียนประวัติศาสตร์ต้องมาคู่กับการตะบี้ตะบันจดโน้ตตามสไลด์แน่ๆ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้ามัวแต่โฟกัสกับการจดให้ครบทุกคำ อาจลืมตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์กำลังพูด ซึ่งนั่นเท่ากับพลาดครั้งใหญ่เลยค่ะ เพราะอาจารย์อาจกำลังเล่าเพื่อย่อยสิ่งที่อ่านแล้วเข้าใจยากๆ บนสไลด์ให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น หรือไม่ก็กำลังวิเคราะห์และเชื่อมโยงให้เราเข้าใจแบบเป็นระบบ (ในขณะที่เราจดไปอ่านเองแล้วอาจงงก็ได้) สิ่งที่พอจะช่วยได้คือการทบทวนเนื้อหาเรียนมาก่อนล่วงหน้า จดเฉพาะสาระสำคัญ แล้วตั้งใจฟังอาจารย์ หากได้ยินอะไรนอกเหนือจากในหนังสือหรือบนสไลด์ค่อยโน้ตเพิ่ม
นอกจากนี้ หลังเรียนจบแต่ละคาบหรือแต่ละบท เราควรรวบตึงทั้งเนื้อหาที่เราอ่านล่วงหน้า เนื้อหาบนสไลด์ และสิ่งที่อาจารย์พูด เพื่อสรุปออกมาเป็นภาษาสไตล์เรา พูดง่ายๆ ว่าจดโน้ตใหม่แบบ full version เพื่อทวนความจำนั่นเองค่ะ ระหว่างที่จดก็อย่าลืมคิดตามและพยายามจำเนื้อหาไปด้วย รับรองว่าการมือหงิกครั้งนี้ไม่เสียเปล่าแน่ๆ เพราะได้ทุ่นเวลาการอ่านเตรียมสอบไปแล้ว 1 รอบ

via GIPHY

3. หาหนังดูเพื่อช่วยทุ่นเวลา

การดูหนังช่วยให้เราเรียนประวัติศาสตร์ได้สนุกขึ้น แถมยังทุ่นเวลาได้เยอะมากเลยค่ะ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ภาพยนตร์จะเป็นแนว “อิงประวัติศาสตร์” ซะส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่าผู้เขียนบทแค่อ้างอิงเหตุการณ์หลักๆ มาแล้วใส่จินตนาการหรือความคิดเห็นลงไปบ้างเพื่อเพิ่มความสนุก (อย่างหนังบางเรื่องจะมีตัวละครที่ไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์โผล่ขึ้นมาด้วย) ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่พี่ก็ยังคงแนะนำให้ดูหนังควบคู่กับการเรียนเพื่อให้เห็นภาพและลำดับเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้นค่ะ ยกตัวอย่างหนังที่เกี่ยวกับสงครามโลกต่อไปนี้
1. “Schindler’s list” เยอรมันยึดครองโปแลนด์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
      2. “Saving Private Ryan” เหตุการณ์ยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี สงครามโลกครั้งที่ 2
    3. “Zero Dark Thirty” ภารกิจเหตุการณ์ลอบสังการ “บินลาเดน”
    4. “Hacksaw Ridges” เกี่ยวกับการรบในสงครามโลกครั้งที่ 2
      5. “Dunkirk” ยุทธการที่ดันเคิร์ก ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
     6. “Pearl Harbor” การโจมตีของญี่ปุ่นที่ทำให้สหรัฐเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2
      นอกจากนี้ยังมีหนังอื่นๆ อีกเยอะมาก เช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวร, สุริโยทัย, เลือดสุพรรณ, สามก๊ก, Braveheart, Troy, 300 ฯลฯ เอาเป็นว่าถ้าเรียนถึงเรื่องไหน ลองค้นหาหนังที่เกี่ยวข้องมานั่งดูสัก 2-3 ชั่วโมง ไม่แน่ว่าน้องๆ อาจถูกชะตากับวิธีนี้มากกว่านั่งอ่านอย่างเดียวก็ได้นะคะ ^^
4 เคล็ดลับเรียน "วิชาประวัติศาสตร์" ให้จำง่ายและไม่น่าเบื่อ!
Photo Credit: Unsplash

4. ชวนเพื่อนทาย “บัตรคำ” 

      เนื่องจากตัวละครในแต่ละเหตุการณ์มีเยอะมากๆ เราอาจหาตัวช่วยด้วยการทำ “บัตรคำ” โดยอาจใส่ รูปภาพ, ชื่อ, วันที่เกิดเหตุการณ์ และรายละเอียดสำคัญๆ ลงไปในนั้น ส่วนอีกด้านอาจใส่คำอธิบายเพิ่มเติมลงไปด้วย จากนั้นลองเอามาเล่นกับเพื่อนๆ ทายว่าคนในรูปคือใคร และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไหนบ้าง พี่เชื่อว่าตอนที่น้องๆ นั่งเรียนประวัติศาสตร์ง่วงๆ อยู่ จะต้องมีภาพและเสียงของเพื่อนๆ ตอนนั่งทายบัตรคำลอยมาในหัวแน่ๆ ค่ะ 5555
      ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้การเรียนประวัติศาสตร์ของน้องๆ สนุกขึ้น เอาเป็นว่าชาว Dek-D ลองหยิบวิธีที่พี่แนะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองดูนะคะ พี่เชื่อว่าถ้าเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ คะแนนสอบรอบหน้าอาจปังจนตัวเองยังอึ้งเลยก็ได้! และหากใครมีทริคที่เคยทำแล้วได้ผล อย่าลืมมาแชร์ให้ฟังบ้างนะคะ ^^
แหล่งที่มา : dek-d.com/studyabroad