36 ชื่อคู่แฝดที่มาแรงในภาษาอังกฤษ

เมษายน 10, 2018 6:38 am โดย admin
0
16
โดยปกติแล้วชาวอเมริกันตั้งชื่อลูกโดยไม่คิดมากเท่าของไทย มักไม่สนใจเรื่องต้องดูดวงดูวันเวลาเกิดว่ามีตัวอักษรใดที่ใช้ได้หรือไม่ได้บ้าง การตั้งชื่อลูกแฝดส่วนมากก็มาจากชื่อที่พ่อแม่ชอบ แต่หลังๆ มานี้เทรนด์การตั้งชื่อลูกแฝดให้เป็นธีมหรือฟังดูเข้ากันเริ่มฮิตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พ่อแม่นิยมสืบค้นชื่อที่มาเป็นแพ็คคู่มากขึ้นค่ะ ชื่อลูกแฝดที่นิยมกันในตอนนี้จึงมักเป็นชื่อที่มีธีมเดียวกันเช่น เป็นชื่อจากตำนานเหมือนกัน เป็นชื่อที่เกี่ยวกับธรรมชาติเหมือนกัน เป็นชื่อตัวละครเหมือนกัน เป็นชื่อที่มีพยัญชนะต้นเหมือนกัน หรือชื่อที่มีเสียงสระคล้องกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่าชื่อลูกแฝดที่มาแรงในช่วง 5 ปีนี้มีอะไรกันบ้าง พี่ขอยกตัวอย่างแค่อย่างละ 6 คู่เท่านั้นนะคะ ไม่งั้นจะยาวเกินไป 555

36 ชื่อคู่แฝดที่มาแรงในภาษาอังกฤษ

คู่แฝดหญิง-หญิง

1. Hope และ Faith
คู่นี้มีความหมายดีๆ และมาในธีมเดียวกันทั้งคู่เลยค่ะ Hope คือความหวัง ความเชื่อมั่น ส่วน Faith คือความศรัทธา ความเชื่อถือ ถือว่าเป็นชื่อนามธรรมที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

2. Summer และ Autumn
เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นชื่อฤดูกาล จริงๆ พี่มีเพื่อนชาวอเมริกันคนนึงชื่อ Spring ด้วยที่หมายถึงฤดูใบไม้ผลิแต่เจ้าตัวบอกว่าไม่ชอบชื่อนี้เลย เพราะนึกถึงสปริงดึ๋งๆ มีฤดูให้เลือกตั้ง 4 ฤดูแต่พ่อแม่กลับเลือกฤดูนี้ให้ (ถึงบ่นยังไงมันก็ไม่ยอมเปลี่ยนชื่ออยู่ดี 555) ฤดูที่นิยมนำมาตั้งชื่อและฟังดูสวยสุดก็ Summer กับ Autumn นี่แหละค่ะ ส่วน Winter ส่วนมากเจอเป็นนามสกุล ถ้าได้ชื่อ Summer Winter ก็คงโดดเด่นตั้งแต่เข้าอนุบาลเลย

3. Aurora และ Dawn
คู่นี้มีความหมายเหมือนกันค่ะ ทั้ง 2 ชื่อแปลว่ารุ่งอรุณทั้งคู่ Aurora เป็นชื่อของเทวีแห่งรุ่งอรุณตามตำนานเทพเจ้าโรมันด้วย

4. Elizabeth และ Katherine
คู่นี้เป็นชื่อที่ฟังแล้วดูเป็นเจ้าคนนายคนทั้งคู่ Elizabeth เป็นชื่อคลาสสิกที่ติดอันดับชื่อฮิตมาหลายยุคหลายสมัย เพราะฟังดูไฮโซและยังเป็นพระนามของพระราชินีหลายพระองค์ในประวัติศาสตร์ ส่วนชื่อ Katherine เองก็เป็นพระนามของพระชายาของกษัตริย์หลายพระองค์เช่นกัน เป็นชื่อที่คลาสสิกมาหลายยุค มีความหมายว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง

5. Mackenzie และ Madison
นอกจากจะเสียงคล้ายกันแล้ว 2 ชื่อนี้ยังมีความคล้ายคลึงกันตรงที่ฟังดูเป็นชื่อที่ทันสมัยทั้งที่จริงๆ มีที่มาจากนามสกุลในสมัยก่อนเหมือนกัน Mackenzie มาจากนามสกุลในภาษาสก๊อตหมายถึงบุตรของผู้นำที่ชาญฉลาด ส่วน Madison มาจากนามสกุลภาษาอังกฤษในยุคกลางแปลว่าผู้มีกำลังในการศึก ดังนั้นก็เป็นชื่อที่ไม่ฟังดูผู้ญิ๊งผู้หญิงไม่หวานแบบชื่อในข้อที่ 4 ค่ะ

6. Cara และ Mia
คู่นี้เหมาะเรียกชื่อเป็นแพ็คค่ะ เพราะ Cara มาจากภาษาอิตาเลียนหมายถึงผู้เป็นที่รัก ส่วน Mia นั้นมีรากศัพท์มาจากทางแถบสแกนดิเนเวียและเยอรมนี แต่ดันไปตรงกับคำศัพท์ในภาษาอิตาเลียนที่แปลว่าของฉัน ถ้าเรียกชื่อรวมกันเป็น Cara mia ก็จะแปลว่าที่รักของฉัน น่ารักมากๆ เลยค่ะ

36 ชื่อคู่แฝดที่มาแรงในภาษาอังกฤษ

คู่แฝดชาย-ชาย

1. Nathaniel และ Theodore
คู่แรกนี้ขอเป็นคู่ชื่อที่ฟังดูขลังๆ แต่มีความหมายเหมือนกันอย่างคู่นี้ค่ะ ทั้งสองชื่อมีความหมายว่าของขวัญจากพระเจ้า โดยที่ Nathaniel มาจากภาษาฮิบรู ส่วน Theodore มาจากภาษากรีกค่ะ

2. Henry และ William
คู่นี้เป็นคู่ชื่อคลาสสิกที่ฟังดูเป็นเจ้าคนนายคนค่ะ เพราะเป็นชื่อพระราชาและเจ้าชายหลายพระองค์เลย Henry หมายถึงผู้ปกครอง ส่วน William หมายถึงผู้ปกป้อง ถือเป็นอีกชื่อที่ไม่เคยตกยุคตกสมัย และฟังดูเหมือนว่าลูกต้องโตมาเป็นสุภาพบุรุษแน่ๆ

3. Alexander และ Christopher
อีกหนึ่งคู่ที่ฟังดูมาดแมนสุดๆ ค่ะ Alexander มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกหมายถึงผู้ปกป้องมนุษย์ ส่วน Christopher เองก็มีรากศัพท์จากภาษากรีกเช่นเดียวกันหมายถึงผู้นับถือพระเจ้า ทั้ง 2 ชื่อเป็นพระนามของกษัตริย์หลายพระองค์ทั้งในอังกฤษ สก็อตแลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน รัสเซีย และเป็นพระนามของเจ้าชายอีกหลายพระองค์ทั่วยุโรป

4. Orion และ Sirius
มาดูชื่อจากกลุ่มดาวกันบ้างค่ะ ถ้าใครอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็จะรู้ว่าเป็นธรรมเนียมของบ้านตระกูลแบล็คที่ตั้งชื่อลูกหลานตามชื่อดาวไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย Orion คือชื่อของนายพรานชื่อดังจากตำนานเทพเจ้ากรีก หลังโดนสังหารก็ได้กลายไปเป็นกลุ่มดาวบนฟ้า กลุ่มดาวนายพรานนี้ถือเป็นกลุ่มดาวที่มองเห็นได้ง่ายด้วยค่ะ Sirius คือดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในท้องฟ้ายามค่ำคืน อยู่ในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ เมื่อมองบนฟ้าจะเห็นกลุ่มดาวทั้งสองนี้ไม่ไกลจากกันมากนัก

5. Raleigh และ Lincoln
คู่นี้เป็นทั้งชื่อเมืองในสหรัฐอเมริกาและนามสกุลบุคคลสำคัญค่ะ Raleigh เป็นชื่อเมืองในรัฐนอร์ธแคโรไลน่า และเป็นนามสกุลของเซอร์วอลเตอร์ ราลี่ย์ ผู้เป็นทั้งนักสำรวจ, สายลับ, กวี, นักการเมืองชื่อดังในประวัติศาสตร์ ส่วน Lincoln เป็นชื่อหลายเมืองในหลายรัฐเลย และเป็นนามสกุลของประธานาธิบดีคนดังอย่างเอบราฮัม ลิงคอล์นด้วย

6. Benjamin และ Franklin
ชื่อนี้มีที่มาจากชื่อนามสกุลของ Benjamin Franklin ที่เป็นหนึ่งในชายที่ฉลาดที่สุดในยุคนั้นของอเมริกา เขาเป็นทั้งหนึ่งในผู้ก่อตั้งประเทศ เป็นนักเขียน นักการเมือง นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ และยังเป็นนักการทูต เป็นบิดาที่เก่งครบทุกด้านสำหรับชาวอเมริกันเลย

36 ชื่อคู่แฝดที่มาแรงในภาษาอังกฤษ

คู่แฝดหญิง-ชาย

1. Nadia และ Aidan
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าทั้ง 2 ชื่อใช้การสลับตัวอักษรกันค่ะ Nadia มีรากศัพท์มาจากภาษาสลาฟแปลว่าความหวัง ส่วน Aidan มีรากศัพท์มาจากภาษาไอริชแปลว่าไฟ

2. Taylor และ Tyler
Taylor เป็นได้ทั้งชื่อผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งในยุคหลังมานี้ค่อนข้างฮิตไปทางเป็นชื่อลูกสาวมากกว่า ส่วน Tyler เป็นชื่อผู้ชายอยู่แล้ว ทั้ง 2 ชื่อมาจากนามสกุลในสมัยก่อนที่ตั้งตามอาชีพค่ะ Taylor คือตระกูลช่างตัดเสื้อ ส่วน Tyler คือตระกูลช่างปูหลังคา

3. Chloe และ Caleb
Chloe มาจากภาษากรีกหมายถึงหน่อพืชพันธุ์เล็กๆ ที่กำลังจะเจริญเติบโต ส่วน Caleb มาจากภาษาฮิบรูหมายถึงหมดทั้งหัวใจ คู่นี้มีพยัญชนะคล้ายๆ กันค่ะ

4. Emma และ Andrew
Emma เป็นชื่อผู้หญิงยอดฮิตมาหลายยุคหลายสมัย มีความหมายว่าทั้งหมดหรือเป็นสากล ถือเป็นชื่อผู้หญิงที่ไม่หวานจนเลี่ยน ออกแนวสาวเก่งที่ยังดูเป็นกุลสตรีอยู่ ส่วน Andrew แปลตรงๆ ได้ว่าสมชาย นั่นคือแมนมาก เป็นผู้ชายสุดๆ คู่นี้พยัญชนะต้นเสียงเดียวกันและมีสองพยางค์เหมือนกัน

5. Charlotte และ Charles
ทั้งสองชื่อนี้มาจากรากศัพท์ตัวเดียวกันที่หมายถึงนักรบ เพื่อป้องกันการสับสนเวลาเรียกมักจะให้ลูกสาวมีชื่อเล่นว่า Lotte ส่วนลูกชายเป็น Chuck ค่ะ

6. Brooklyn และ Blake
ทั้ง Brooklyn และ Blake เป็นชื่อที่สามารถใช้ได้ทั้งลูกสาวและลูกชาย จะเลือกให้คนไหนชื่อไหนก็ได้นะคะ Brooklyn มาจากชื่อเขตหนึ่งในนิวยอร์กซิตี้ ส่วน Blake มาจากนามสกุลในภาษาอังกฤษโบราณที่อาจจะมาจากคำว่าดำหรือคำว่าซีดก็ได้

ชอบชื่อคู่ไหนเป็นพิเศษมั้ยคะ สำหรับชื่อคู่แฝดชายหญิงจะเอาชื่อของคู่ชายชายกับหญิงหญิงมาผสมกันก็ได้ เช่นอยากได้ธีมชื่อฟังดูเป็นเจ้าคนนายคนก็เอา Elizabeth กับ William ก็ได้ค่ะ วันนี้ให้เรื่องเบาๆ ถือว่าเผื่อเอาไปแต่งนิยายก็แล้วกัน 555 จะดัดแปลงตัวสะกดก็ได้นะคะ เพราะเดี๋ยวนี้หลายคนไม่อยากให้ลูกชื่อโหลก็ปรับเปลี่ยนตัวสะกดเล็กๆ น้อยๆ เช่นจาก i เป็น y ก็ทำให้ชื่อดูต่างแล้ว

แหล่งที่มา : www.dek-d.com