10 ความต่าง โลกเวทมนตร์ฝั่งอังกฤษกับอเมริกา

พฤศจิกายน 25, 2016 3:44 am โดย admin
0
90
fantastic beasts vs harry potter

   เปรียบเทียบ 10 ความแตกต่าง ระหว่างโลกเวทมนตร์ฝั่งสหรัฐอเมริกาใน Fantastic Beasts กับโลกเวทมนตร์ฝั่งอังกฤษใน Harry Potter

Fantastic Beasts and Where to Find Them คือผลงานจากปลายปากกาของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง (J.K. Rowling) ที่พูดถึงโลกเวทมนตร์ในสหรัฐอเมริกา นอกเหนือจากฝั่งอังกฤษที่เราเคยเห็นในหนัง Harry Potter และในเมื่อทั้งสองประเทศมีความต่างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รายละเอียดต่าง ๆ ของโลกเวทมนตร์ทั้งสองแห่งจึงต่างกันออกไปด้วย โดยเราจะพาทุกคนไปสำรวจ 10 ความต่างของโลกเวทมนตร์ฝั่งอังกฤษกับอเมริกา ซึ่งเรารวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ Screen Rant มาเทียบให้เห็นว่าดินแดนทั้งสองแห่งต่างกันอย่างไร

fantastic beasts vs harry potter

1. ต้นกำเนิดเหล่าผู้วิเศษในอเมริกา 

ก่อนที่ทวีปอเมริกาจะถูกค้นพบในปี 1492 พ่อมดแม่มดทั่วยุโรปสามารถติดต่อกับชาวอเมริกันพื้นเมืองได้แล้ว โดยผู้เขียนอย่าง เจ.เค. โรว์ลิ่ง เคยอธิบายไว้ใน The History of Magic in North America ว่าผู้วิเศษที่อพยพจากยุโรปมายังอเมริกานั้น “เข้ามาในประเทศพร้อมของติดตัวเพียงไม่กี่อย่าง ยกเว้นบางคนที่สามารถสร้างมันได้ด้วยตัวเอง” โดยพวกเขาสร้างตัวในประเทศนี้ด้วยความยากลำบาก ไม่มีทั้งร้านขายยา ร้านขายไม้กายสิทธิ์ ไม่มีสังคมพ่อมดแม่มด แต่หลังจากเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน พวกเขาก็สามารถสร้างบ้านอันสุขสบายเป็นของตัวเองได้

fantastic beasts vs harry potter

fantastic beasts vs harry potter

2. โน-แมจ

ในเรื่อง Harry Potter เราคุ้นเคยกับคำว่า “มักเกิ้ล” ที่ใช้เรียกคนธรรมดาที่ไม่มีเวทมนตร์ แต่ในเรื่อง Fantastic Beasts คำว่า “โน-แมจ” เป็นคำใช้เรียกชาวอเมริกันที่ไม่มีเวทมนตร์ ที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน

fantastic beasts vs harry potter

fantastic beasts vs harry potter

3. โรงเรียนเวทมนตร์อิลเวอร์มอร์นี

ถ้าฝั่งอังกฤษมีโรงเรียนเวทมนตร์ฮอกวอตส์ ฝั่งอเมริกาก็มีโรงเรียนอิลเวอร์มอร์นี ซึ่งอายุน้อยกว่าฮอกวอตส์ราว 600 ปี โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาเกรย์ล็อค ในรัฐแมสซาชูเซตส์ มีจุดกำเนิดจากหญิงกำพร้าชาวไอริชอย่าง ไอโซลต์ ไซเออร์ ที่อพยพมายังอเมริกาและแต่งงานกับโน-แมจนามว่า เจมส์ สจ๊วต โดยเธอรับเด็กชายผู้มีเวทมนตร์มาเลี้ยง 2 คน และก่อตั้งโรงเรียนอิลเวอร์มอร์นีในกระท่อมเล็ก ๆ เพื่อสอนเวทมนตร์ให้กับเขาในช่วงที่เธอยังหาไม้กายสิทธิ์มาให้ไม่ได้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอค่อย ๆ เฝ้ามองการเติบโตของโรงเรียนอิลเวอร์มอร์นี โดยสมาชิกในครอบครัวของเธอทั้ง 4 ร่วมกันตั้งชื่อบ้านหลังต่าง ๆ ประกอบไปด้วย บ้านนักปราชญ์ (Horned Serpent), บ้านผู้เยียวยา (Pukwudgie), บ้านนักผจญภัย (Thunderbird) และบ้านนักรบ (Wampus)

fantastic beasts vs harry potter

fantastic beasts vs harry potter

4. พ่อมดแม่มดชาวอเมริกันพื้นเมือง สามารถใช้เวทมนตร์โดยปราศจากไม้กายสิทธิ์

ความจริงอย่างหนึ่งที่ผู้อพยพชาวยุโรปได้ค้นพบ คือการที่พ่อมดแม่มดชาวอเมริกันพื้นเมืองสามารถร่ายมนตร์โดยปราศจากไม้กายสิทธิ์ ซึ่งประเด็นนี้ เจ.เค. โรว์ลิ่ง อธิบายว่านั่นคือคุณสมบัติสุดยอด ที่เหล่าพ่อมดแม่มดผู้ประสบความสำเร็จพึงมี

fantastic beasts vs harry potter

5. ควอดพ็อต กีฬายอดนิยม

ควอดพ็อต ถือเป็นกีฬายอดฮิตในหมู่พ่อมดแม่มดชาวอเมริกัน ไม่ต่างจากกีฬาควิดดิชที่ได้รับความนิยมทางฝั่งอังกฤษ โดยวิธีเล่นคือการแบ่งผู้เข้าแข่งขันออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 11 คน ซึ่งแต่ละทีมจะต้องโยนลูกควอด (คล้ายกับลูกควัฟเฟิลแต่สามารถระเบิดได้) ต่อกันไปจนกว่าลูกจะลงหม้อ แต่ถ้าหากผู้เล่นคนใดถูกลูกควอดระเบิดใส่ก็จะต้องออกจากสนาม ทีมใดที่สามารถโยนลูกควอดลงหม้อได้สำเร็จ ทีมนั้นก็จะได้คะแนนไป

fantastic beasts vs harry potter
ภาพจาก Harry Potter Wiki

6. สเกาเรอร์ ศัตรูของเหล่าผู้วิเศษในอเมริกา

หากฝั่งอังกฤษมีกลุ่มผู้เสพความตาย ที่คอยออกล่าผู้วิเศษที่เกิดจากมักเกิ้ล ฝั่งอเมริกาก็มีกลุ่มสเกาเรอร์ ที่ถูกก่อตั้งมาเพื่อจุดประสงค์คล้ายคลึงกัน โดยสเกาเรอร์คือกลุ่มพ่อมดแม่มดชั่วร้าย ที่คอยออกล่าพ่อมดแม่มดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน และขจัดภัยคุกคามที่อาจเป็นภัยต่อโลกเวทมนตร์ด้วยความรุนแรง ซึ่งบางครั้งเหยื่อของสเกาเรอร์ก็คือพ่อมดแม่มดผู้บริสุทธิ์ รวมไปถึงคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

fantastic beasts vs harry potter

fantastic beasts vs harry potter

7. ผู้ใช้เวทมนตร์ถูกแบ่งแยกกับโน-แมจอย่างชัดเจน

กฎหมายแรพพาพอร์ต ถูกบัญญัติขึ้นในปี 1790 โดยหัวหน้าสภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐฯ เอมิลี่ แรพพาพอร์ต ซึ่งกำหนดให้โลกพ่อมดแม่มดแบ่งแยกออกจากสังคมมนุษย์อย่างชัดเจน ที่มาของกฎหมายฉบับนี้เกิดจากเรื่องอื้อฉาวระหว่าง ดอร์คัส ลูกสาวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงใน MACUSA ที่สานสัมพันธ์รักกับโน-แมจอย่าง บาร์โทโลมิว และเล่าความลับต่าง ๆ ของโลกเวทมนตร์ให้เขาได้ฟัง โดยไม่รู้เลยว่าคนรักของตัวเองเป็นเชื้อสายของกลุ่มสเกาเรอร์ ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็แอบขโมยไม้กายสิทธิ์ของเธอไป และนำความลับต่าง ๆ ไปเปิดโปงกับสื่อมวลชน นำมาสู่ความอับอายในโลกเวทมนตร์เป็นอย่างมาก

fantastic beasts vs harry potter

8. มีผู้ผลิตไม้กายสิทธิ์ 4 ราย

  ขณะที่ โอลลิแวนเดอร์ ผูกขาดการผลิตไม้กายสิทธิ์บนเกาะอังกฤษ แต่โลกเวทมนตร์ฝั่งอเมริกากลับมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยมีผู้ผลิตไม้กายสิทธิ์รายใหญ่ถึง 4 ราย ได้แก่ ชิโคบา วูล์ฟ ที่เชี่ยวชาญการผลิตไม้กายสิทธิ์สำหรับแปลงร่าง, ทีอาโก ควินทาน่า ที่นำเงี่ยงของปีศาจไวท์ริเวอร์มาเป็นส่วนประกอบ, โยฮานเนส จองเกอร์ ที่มีจุดขายเป็นไม้กายสิทธิ์ประดับมุก ปิดท้ายด้วย วิโอเลตตา โบเวส์ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าฝ่ายชั่วร้าย

fantastic beasts vs harry potter

fantastic beasts vs harry potter

9. ดรากอต สกุลเงินในโลกเวทมนตร์ฝั่งอเมริกา

ในโลกแห่งความเป็นจริง อังกฤษใช้เงินสกุลปอนด์ ขณะที่สหรัฐฯ ใช้เงินสกุลดอลลาร์ เช่นเดียวกับโลกเวทมนตร์ใน Harry Potter และ Fantastic Beasts ที่ทั้งสองประเทศต่างมีค่าเงินเป็นของตัวเอง โดยค่าเงินในฝั่งอังกฤษเรียกว่า เกลเลียน ส่วนโลกเวทมนตร์ฝั่งอเมริกาจะใช้สกุลเงิน ดรากอต

fantastic beasts vs harry potter

10. สภาเวทมนตร์ MACUSA

สภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (MACUSA) ปกติแล้วออกเสียงว่า: มา-คูซ-อ้า มีสถานะเทียบเท่ากระทรวงเวทมนตร์ในอังกฤษ โดยที่ทำการของสภาตั้งอยู่ภายในอาคารวูลเวิร์ธของนิวยอร์ก หลังจากย้ายมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง สภาแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1693 สืบเนื่องจากการพิจารณาคดีแม่มดซาเล็ม เพื่อดูแลความสงบสุขและช่วยเหลือเหล่าพ่อมดแม่มดด้วยกันเอง ในยุคที่พวกเขายังไม่สามารถเปิดเผยตัวได้

fantastic beasts vs harry potter

fantastic beasts vs harry potter

  Fantastic Beasts and Where to Find Them เป็นเพียงภาคแรกของหนังชุด Fantastic Beasts โดยหลังจากนี้เราจะได้ชมกันอีก 4 ภาค ซึ่งน่าจะมีข้อมูลต่าง ๆ ของโลกเวทมนตร์ฝั่งอเมริกาถูกเปิดเผยอีกเพียบ และไม่แน่ว่าเราอาจได้พบกับโลกเวทมนตร์ในประเทศอื่น ๆ อีกด้วย 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Harry Potter, เฟซบุ๊ก Fantastic Beasts, เว็บไซต์ Pottermore

หนังที่เกี่ยวข้อง
Fantastic Beasts and Where to Find Them

Fantastic Beasts and Where to Find Them




แสดงความคิดเห็น