ไขข้อข้องใจ! ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้กำไรดีกว่าซื้อหุ้นจริงหรือ!? ที่นี่มีคำตอบ!

ตุลาคม 2, 2017 4:27 am โดย admin
0
11

ไขข้อข้องใจ! ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้กำไรดีกว่าซื้อหุ้นจริงหรือ!? ที่นี่มีคำตอบ!

สวยอย่างเดียวไม่พอ ยังเพิ่มโอกาสรวยได้ด้วย!!
สวัสดีค่ะสาวๆ Spice ไม่ว่าใครๆ ก็คงอยากจะได้กระเป๋าแบรนด์เนมใบสวยๆ ไว้ครอบครองใช่ไหมคะ

23

1 วิธีเลือกกระเป๋าเพื่อเก็งกำไร
ถึงแม้ว่ากระเป๋าแบรนด์เนมหลายๆ ใบจะเป็นที่นิยม เรียกว่าฮิตติดลมบนสุดๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกใบจะทำกำไรให้เราได้ค่ะ! จะมีเพียงไม่กี่แบบ ไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่เรียกว่า ‘Investment Piece’ หรือ กระเป๋าทำกำไร ดังนั้น Spice เลยรวม 3 ประเด็นหลักๆ ไว้ให้สาวๆ ดังนี้ค่ะ

– ความมั่นคงของแบรนด์
– ความหายากของกระเป๋า
– วัตถุดิบที่ใช้ทำกระเป๋า

3 ข้อนี้เลยค่ะสาวๆ เอาไว้ดูก่อนตัดสินใจลงทุนกระเป๋าน้า!!

2 กระเป๋าแนะนำ

24

CHANEL – Classic Medium Flap Bag รุ่นคลาสสิคตลอดกาลของแบรนด์ Chanel ค่ะ จะแมทช์กับอะไรก็เก๋สุดๆ

25

HERMES – Birkin Bag คงไม่มีใครไม่รู้จักใบนี้! ดาราเซเลปถือกันให้เพียบ

26

LOUIS VUITTON – Neverfull Bag ใบยอดนิยมตลอดกาลของ Louis Vuitton ที่เป็นเป้าหมายในฝันของสาวๆ

27

3 ราคาขายเพิ่มขึ้นทุกปี!!

วันนี้ Spice ขอยกตัวอย่างกระเป๋า Chanel มาเป็นกรณีศึกษาจ้า
จะเห็นว่าภายในระยะเวลา 62 ปี กระเป๋าใบนี้ราคากระโดดสูงขึ้นถึง 172,600 บาท!! แล้วยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีด้วย
อธิบายง่ายๆ ก็คือ สมมติว่าเราซื้อมันเก็บไว้ไม่ให้เสียหายตอนปี 2009 แล้วเอามาขายต่อในปี 2017 ในสภาพดีมากๆ วันนี้เราจะได้กำไรสูงสุดถึง 88,300 บาทเลยทีเดียว!!!
กราฟเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ

สีน้ำเงินเข้ม = ราคากระเป๋า Chanel ไซส์กลาง | สีแดง = ราคาไซส์ใหญ่ | สีฟ้า = ราคาค่าเฉลี่ยหุ้นที่ดีที่สุด 500 ตัว | สีเหลือง = ราคาทองคำ
อู้วหูว!!! จะเห็นว่ากราฟสีฟ้า (หุ้น) และสีเหลือง (ทอง) มีอัตราการผันผวนมากสุดๆ เลยค่ะ เมื่อเทียบกับสีน้ำเงินเข้มและสีแดง (กระเป๋า Chanel) ที่กราฟขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นก็จะแปลว่า ลงทุนกับกระเป๋า มีความเสี่ยงต่ำกว่าลงทุนกับหุ้น หรือทองคำนั่นเอง!

28

4 อย่างไรก็ตาม!!

อ๊ะๆ แต่เดี๋ยวก่อน!! ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ทำให้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมก็ต้องมีความเสี่ยงด้วยเช่นกันค่ะ
ค่าเสื่อมราคา
ค่าเสื่อมราคา หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า ค่าใช้ค่าสอยค่ะ เราคงไม่ซื้อกระเป๋ามาเก็บไว้เฉยๆ หรอกเนอะ ก็ต้องหิ้วไปไหนมาไหนบ้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยเปื้อน รอยขีดข่วน หรือเกิดการเสื่อมของหนัง ทำให้ราคาขายลดลงจ้า
เทรนด์ที่เปลี่ยนไป
เรื่องของอนาคตมันไม่แน่นอนเนอะ ไม่แน่ว่าอีก 5 ปี กระเป๋าใบนี้อาจจะไม่ฮิตแล้วก็ได้ ดังนั้นสาวๆ ต้องศึกษาให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจนะจ๊ะ
มีรุ่นใหม่ๆ ออกมาทุกปี
อย่างในกรณีกระเป๋า Chanel นั้น ทุกๆ ปีจะมีกระเป๋าล็อตใหม่ผลิตออกมาเสมอค่ะ ดังนั้นกระเป๋าที่เราซื้อปีนี้ ก็จะกลายเป็นรุ่นเก่าในปีถัดไป ทำให้มีโอกาสที่จะไม่ได้กำไรมากเท่าที่หวังไว้
เทียบกับการเล่นหุ้น
สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ การเล่นหุ้นก็คือการซื้อส่วนหนึ่งของกิจการ คาดหวังว่าราคาหุ้นที่เราซื้อจะสูงขึ้นในอนาคต ตามคอนเซ็ปต์ “ซื้อมา – ขายไป” แล้วเอาส่วนต่างราคามาเป็นกำไร ดังนั้นถ้าซื้อถูก ขายแพง เราก็ได้กำไร แต่ถ้าซื้อแพง แล้วกลับขายถูกก็ขาดทุนจ้า

พอเทียบกับการเล่นหุ้นแล้ว 2 รูปแบบนี้เหมือนและต่างกันดังนี้
– กระเป๋ามีความเสี่ยงน้อย หุ้นมีความเสี่ยงเยอะกว่า
– กระเป๋ามีต้นทุนค่าเสื่อมราคา หุ้นไม่มี
– กระเป๋าคือการลงทุนระยะยาว หุ้นมีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว
– กระเป๋ามีความเสี่ยงเรื่องตลาด หุ้นมีความเสี่ยงจากผลกระทบจากการเมือง เศรษฐกิจ

29

5 สรุป
แน่นอนว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมที่จะรับความเสี่ยงได้รูปแบบไหนมากกว่าค่ะ แต่หากสาวๆ คนไหน มีไอเดียอยากเริ่มลงทุน แต่ยังไม่แน่ใจ เรามีอีกหนึ่งทางเลือกดีๆ ที่ได้กำไร แถมความเสี่ยงต่ำมากๆ มาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ ลงทุนกับกองทุนรวม นั่นเอง!

กองทุนรวม ก็คือการลงทุนโดยมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพ ช่วยบริหารจัดการเงินลงทุนของเราตามนโยบายของกองทุนนั้นๆ ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่ามีผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารเงินให้เราอยู่ และจะเอาไปลงทุนกับธุรกิจต่างๆ ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนด้วยหุ้นค่ะ
ส่วนธนาคารที่ให้บริการให้คำปรึกษานั้นก็มีมากมาย




แสดงความคิดเห็น