โบว์ แวนด้า หลั่งน้ำตาเปิดใจ สาเหตุหย่าครั้งแรก-รักกับ ปอ ทฤษฎี ที่เกือบเป็นไปไม่ได้

มีนาคม 30, 2017 4:06 am โดย admin
0
61

โบว์ แวนด้า เปิดใจเรื่องชีวิตรักทั้งน้ำตา เผยหมดใจสาเหตุการหย่าร้างครั้งแรก ก่อนพบรักใหม่กับ ปอ ทฤษฎี ที่มองว่าไม่มีทางเป็นไปได้

แม้พระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ จะจากไปเป็นเวลากว่า 1 ปี แล้ว แต่เรื่องราวของเจ้าตัวก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน โดยเฉพาะกับคนในครอบครัวอย่าง โบว์ แวนด้า  ที่ได้พิสูจน์ให้หลาย ๆ คนได้รู้ว่า รักแท้ยังมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ซึ่งแม้โบว์จะผ่านเหตุการณ์สุดเศร้าเพียงใด แต่เจ้าตัวก็ยังเข้มแข็ง จนหลายตนขอยกย่องเธอให้เป็นสาวหัวใจแกร่งที่ทำหน้าที่ภรรยาได้ดีที่สุดในวันที่สามีต้องการกำลังใจ และทุกวันนี้เธอก็ยังคงทำหน้าที่ของการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว น้องมะลิ พาขวัญ ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเช่นกัน

โบว์ แวนด้า

ล่าสุด (25 มีนาคม 2560) โบว์ แวนด้า ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องชีวิตที่หลายคนยังไม่เคยรู้ผ่านรายการ Club Friday SHOW ช่อง GMM 25 โดย โบว์ ได้เผยถึงเรื่องความรักของตัวเองว่าตนกับ ปอ ทฤษฎี ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ตนมีโอกาสได้มาเจอปอในงานวันเกิดของเพื่อนซึ่งในตอนนั้น ปอ ยังไม่ได้เข้าวงการ เขายังเป็นนักศึกษาอยู่ปี 1 ก็มีคนแนะนำให้รู้จัก ตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าเขาหล่อ ทำไมไม่ไปเป็นดารา ตอนนั้นก็ได้แต่มองหน้าและยิ้มให้กัน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเพราะเราก็มีแฟน เขาเองก็มี เราแค่ถูกชะตากันเฉย ๆ ในตอนนั้นที่ได้รู้จักเขาก็รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่เจ๋งมาก ทำงานทุกอย่างไม่อายว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม และเขายังตั้งใจให้เกียรติกับทุกงานที่ทำ

โดย โบว์ เผยว่า หลังจากนั้นตนก็ใช้ชีวิตของตน มีแฟน แต่งงาน มีครอบครัว ซึ่ง ปอ ก็หายไปจากชีวิตของตนเลย แต่เราก็มารู้ข่าวว่าเขาไปเป็นดาราแล้ว ตนก็ดีใจด้วย

สำหรับความรักกับแฟนเก่า โบว์ เผยว่า ตนใช้ชีวิตตั้งแต่คบกันกับอดีตสามีจนถึงวันสุดท้ายที่หย่ารวมกันแล้วประมาณ 8-9 ปี และมีลูกชายหนึ่งคนคือ น้องออโต้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ชีวิตครอบครัวครั้งแรกยุติลงนั้น เป็นเพราะความไม่เข้าใจกัน หลาย ๆ ครอบครัวที่โชคดีอาจจะปรับตัวเข้าหากันได้ บางครอบครัวโชคร้าย ไม่สามารถทำได้ก็ต้องแยกย้ายกันไป ตอนนั้นหลังจากตัดสินใจหย่า สภาพจิตใจหลังกลับมาเป็นโสดก็รู้สึกเคว้ง โทษตัวเองที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ ทำไมถึงรักษาครอบครัวไว้ไม่ได้ แต่ทางพ่อแม่ก็เข้าใจสิ่งที่เราเป็นมาตลอด

ส่วนการมาเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่กับ ปอ นั้น โบว์ เผยว่า หลังจากเลิกกับสามีเก่าไป 2-3 ปี ปอ ก็โทรศัพท์มาหา ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่ได้เจอกันเลย เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่เคยให้ไป เราได้เจอกับเขาในทีวี เขาก็โทร.มาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ดีหรือยัง โอเคไหม ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าใครก็ถามกลับไป จนเขาบอกว่า ปอไง จำไม่ได้เหรอ ซึ่งเราก็ไม่คิดว่าเขาจะโทร.มาหาเราได้ ซึ่งในตอนนั้นเขาก็รู้เรื่องราวชีวิตของเราทั้งหมด แต่ตนก็ไม่ได้ทราบว่าเขาไปรู้มาจากไหน แต่ก็รู้ละเอียดมาก ตอนนั้นตนก็แปลกใจมากเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากรู้เรื่องของใคร แต่มารู้เรื่องของเราโดยละเอียด พอตนถามเขาก็บอกว่ามีสายสืบ เราก็ตอบไปว่าตอนนี้เราดีขึ้นแล้ว ใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิม ส่วนที่มีคนเคยเม้าท์ว่า ปอและอดีตสามีของโบว์นั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน โบว์ยังยืนยันอีกว่าสามีเก่าและ ปอ ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันตามที่เคยมีข่าวออกมา เขาไม่ค่อยได้เจอกันเลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จาก ปอ  โบว์ก็เผยว่า ตัวเองไม่กล้าคิดว่า ปอ จะมารู้สึกดีด้วย แต่ก็มีแว้บ ๆ เข้ามาเพราะเขาห่างไปตั้งหลายปีแต่ก็โทร.มาหาเรา ซึ่งที่เราไม่กล้าคิดเป็นเพราะด้วยความที่เขาเป็นพระเอกแล้ว แต่เราเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่ผิดหวังจากครอบครัวแรกและมีลูกติดมา ไม่กล้าคิดว่าเขาจะมาชอบเรา มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นเขาก็โทร.มาหาเรื่อย ๆ วันเว้นวันบ้าง เกือบทุกวันบ้าง ซึ่งเราก็มองว่าไม่ปกติแล้ว

จนมีวันหนึ่งที่เขาโทร.มานัดเราไปกินข้าว ซึ่งเราก็ถามเขาไปว่าจะไปยังไง เขาก็บอกว่าจะกลัวอะไร ซึ่งเราก็บอกว่า ปอ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ตนมองว่าถ้า ปอ ไปกับคนอื่นก็น่าจะโอเค แต่ถ้าไปกับเรา ถ้ามีคนถ่ายรูปได้มีคนมาขุดประวัติเราแล้วมันจะกระทบเขา สรุปเราก็เป็นคนเลือกร้านที่คนน้อยและเข้าไปในร้านไม่พร้อมกัน วันนั้นก็ได้คุยสารทุกข์สุกดิบที่ผ่านมา จนแยกย้ายกันกลับบ้าน หลังจากนั้นเขาก็มารับไปอีก ซึ่งเขาก็มาถามเราว่า “รู้ใช่ไหมว่า ปอชอบโบว์ว่ะ” ซึ่งในตอนนั้นตนก็ดีใจแต่ก็เจ็บปวดมาก เราเจ็บที่ใจเพราะมองว่ามันเป็นไปไม่ได้ด้วยความที่เขาเป็นพระเอกดังเราเป็นแค่แม่ม่ายลูกติด สังคมยังไม่ยอมรับในตรงนี้ เราก็ตอบเขาไป ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็บอกว่าเขาจะสู้ เขาจะลองดูอยู่ที่เราว่าเราจะลองไหม ซึ่งเราก็ชอบเขาตั้งแต่ตอนนั้น เราก็มองว่ามันไม่มีทางไหนเลย เลยตัดสินใจหนี เพราะเราไม่อยากให้เขามามีข่าวไม่ดี มีผลกระทบหน้าที่การงานเพราะเรา มองว่าเป็นตัวซวย ซึ่งในตอนนั้นก็พอมีคนทราบข่าวบ้างมีคนเข้ามาด่าเราแบบหยาบ ๆ คาย ๆ ว่าทิ้งลูกทิ้งสามีมาเอาดารา เราก็ร้องไห้ทุกวัน เราจึงอยากพอเพราะห่วงความรู้สึกเขาและพ่อแม่ของเขา จึงเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หนี ปิดเครื่องทิ้งซิมร้องไห้อย่างไม่อาย แล้วก็ย้ายบ้านหนีไปอยู่กับพี่สาวเพราะทำใจไม่ได้ ซึ่งตอนที่คบกับปอไม่มีคนในครอบครัวเรารู้เลย ที่ตนทำขนาดนี้เพราะเรารักเขาอยากให้เขาได้อะไรดี ๆ ในชีวิต แต่เขาคงไม่เป็นหนักเท่าเราเพราะต้องไปเจอดาราสวย ๆ ในวงการ และดีกว่าเราอยู่แล้ว

โบว์ แวนด้า
อย่างไรก็ตาม เขาก็พยายามตามหาและในที่สุดก็มาหาเราเจอหลังจากเวลาผ่านไปเป็นปี ในตอนนั้นยอมรับว่าเราก็รอเขาทุกวันแต่ก็หนีเขาตลอด ตอนนั้นไม่มีโทรศัพท์ใช้ ใครจะติดต่อเราต้องติดต่อมาทางพี่สาว เพราะไม่กล้าใช้กลัวจะจดจ่อว่าจะเป็นเขาโทร.มาหาเราหรือเปล่า พอไม่ใช่ก็กลัวเสียใจ แต่เขากลับมาในชีวิตเราเพราะเขาติดต่อมาหาเราผ่านโทรศัพท์ที่ทำงาน ซึ่งเขาถามเรามาว่า “จะให้เข้าไปหรือออกมาเอง” เราก็ต้องรีบวางแล้วออกไปหาเขาเพื่อเคลียร์กัน สุดท้ายก็ลองคบกัน

ในขณะที่คบกันเราก็พยายามปิดไม่ให้ใครรู้ เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เราต้องแยกกัน ตลอดเวลาที่คบกันก็แอบ ๆ กันไป เขาอยากเปิดแต่เราห้ามตลอด ตอนที่เขาพาเราไปแนะนำกับพ่อแม่เขาซึ่งท่านก็ดีกับเรามาก ครอบครัวเขาก็เข้ากับลูกชายเราได้ ปอ ก็เจอกับออโต้ประจำ ส่วนที่ตัดสินใจแต่งงานเพราะ ปอ มาบอกว่าอยากมีลูก ตนก็มองว่าเป็นไปไม่ได้เพราะเขายังทำงานในวงการอยู่ เขาก็บอกว่า เราไม่ได้ปิดแต่ไม่มีใครรู้ต่างหาก ซึ่งตอนที่แต่งงานก็จัดพิธีเล็ก ๆ เพื่อเป็นการให้เกียรติเราและให้ผู้ใหญ่รับรู้ ในวันแต่งงานมีกล้องแค่ตัวเดียวและขอความร่วมมือจากแขกและญาติ ๆ ที่ไปงานว่าห้ามถ่ายรูปเพราะเดี๋ยวจะส่งรูปตามไปให้ เลยไม่มีรูปหลุดออกไป

หลังจากนั้น โบว์และปอก็ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ จนเขามาบอกว่าเขาไม่ไหวเขาอยากอุ้มลูกไปเที่ยว ถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ซึ่งเราก็บอกเขาไปว่าไว้จะจัดงานเล็ก ๆ ตอนช่วงปลายปี 2559 เชิญผู้ใหญ่และสื่อเพื่อเปิดตัว น้องมะลิ แต่เขาก็มาป่วยและจากไปซะก่อน

นอกจากนี้ โบว์ ยังได้เผยอีกว่า ตนก็เคยถามเขาหลังจากที่มี น้องมะลิ แล้วว่าชอบตนที่ตรงไหน เขาตอบว่าเขาไม่รู้ แต่ชอบเพราะถูกชะตา คุยกันแล้วรู้เรื่อง เขาเห็นเรามีรอยยิ้มและหัวเราะได้ ซึ่งทุกครั้งที่ตนพูดว่า โบว์มีตำหนิ ปอเขาก็จะด่าเราทุกวันว่าทำไมพูดจาแบบนี้ คนเรามันมีค่าทุกคน ซึ่งความจริงแล้วตนก็รู้สึกว่าตัวเองมีค่าแต่แค่ไม่เหมาะสมกับ ปอ แล้วเขาก็ถามว่าความเหมาะสมคืออะไร ซึ่งกับลูกชาย น้องออโต้ ปอก็เข้ากับน้องได้ดี เล่นกันแมน ๆ เขาเคยพูดกับน้องว่าถ้าอยากเรียกเขาว่า “พ่อ” ก็เรียกได้เลย ออโต้ก็บอกว่า “ครับพ่อ” เขาก็น้ำตาซึมแล้วบอกว่า จะเลี้ยงออโต้ให้ดีที่สุด




แสดงความคิดเห็น