โตโยต้าฉลอง 50 ปี กระบะไฮลักซ์ ย้อนชมทั้ง 8 เจเนอเรชั่นที่ผ่านมา

มิถุนายน 18, 2018 9:58 am โดย admin
0
21
โตโยต้า ไฮลักซ์ (Toyota Hilux) ฉลอง 50 ปี ประวัติ โตโยต้า ไฮลักซ์ กระบะที่แกร่งมาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน Toyota Hilux ก็ยังเป็นรถกระบะที่ได้รับความนิยมรวมถึงมีความน่าเชื่อถือสูงมาตลอด และนี่คือภาพกับเรื่องราวของ Toyota Hilux ทั้ง 8 เจเนอเรชั่น ซึ่งได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ใช่แค่ไทย
            คงมีน้อยคนมากที่ไม่รู้จัก Toyota Hilux รถกระบะคันเก่งบวกแกร่งของ Toyota แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จัก Toyota Hilux ครบทุกเจนเนอเรชั่น เพราะถือกำเนิดครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 1968 โดยครบรอบ 50 ปี พอดีในปีนี้ ทำให้หลายคนอาจยังเกิดไม่ทันที่จะได้รู้จักกับรถกระบะรุ่นนี้ครบเสียทั้งหมด และนี่ก็คือภาพรวมถึงประวัติ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทุกเจนเนอเรชั่น รถกระบะที่ Toyota ตั้งใจให้เกิดมาแกร่ง ซึ่งก็แกร่งจริงในทุก ๆ ด้าน ทั้งในแง่ของชื่อเสียง ยอดขาย รวมถึงความน่าเชื่อถือ…ไม่ใช่แค่ความทนทานเพียงอย่างเดียว

Toyota Hilux เจนเนอเรชั่นที่ 1 ปี คศ. 1968-1972

          โตโยต้า ไฮลักซ์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1968 เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากกระบะขนาดเล็กอย่าง Hino Briska (Toyota ได้ Hino มาเป็นพาร์ทเนอร์ในปี 1961) และรถกระบะขนาดกลาง (มีตั้งแต่รุ่นขนาด 1 ตันไปจนถึง 2 ตัน) Toyopet Stout โดยคำว่า Hilux มาจากการรวมของคำสองคำคือ High และ Luxury เพื่ออุดช่องว่างตรงกลางระหว่างรถกระบะที่ใช้ขนของและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

          Toyota Hilux รุ่นแรกนี้เป็นแบบ Body on Frame ฐานล้อสั้น (ส่วนรุ่นฐานล้อยาวตามมาในปี 1971) ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริง และด้านหลังเป็นสปริงแผ่น (แหนบ) เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ รองรับนำหนักบรรทุกสูงสุดได้ 1,000 กิโลกรัม ซึ่งรถ Toyota Hilux รุ่นแรกนี้ก็มีจำหน่ายในไทยด้วย ปัจจุบันก็ยังพอมีวิ่งให้เห็นบ้างแต่อาจไม่บ่อยแล้ว

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 2 ปี คศ. 1972-1978

          เจเนอเรชั่นที่สองของ Toyota Hilux มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้นและช่วงยาวตั้งแต่เริ่ม เพราะ Toyota Hilux รุ่นแรกได้รับความนิยมสูง มีฐานล้อยาวขึ้นแต่กระบะท้ายรถนั้นยังมีพื้นที่และน้ำหนักบรรทุกเท่าเดิม ระบบเบรกได้รับการปรับปรุงใหม่

สำหรับตลาดโลกมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายขนาดทั้ง 2.0 และ 2.5 ลิตร (ในรุ่น SR5) จากนั้นในปี 1975 Toyota ได้ปลดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ออกจากทุกตลาด แล้วแทนที่ด้วยขนาด 1.6 ลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมใหม่ช่วงนั้น

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 3 ปี คศ. 1978-1983

          Toyota Hilux ในรุ่นที่ 3 เริ่มถูกปรับเพื่อการใช้งานแบบรถยนต์นั่งมากขึ้น มีการนำเสนอรุ่นย่อยใหม่ Super Deluxe ซึ่งมาพร้อมกับตัวถังแบบ Extended Cab (แค็บยาวกว่ารุ่นมาตรฐาน 90 มม. เพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารแค่เล็กน้อย ยังไม่ได้กว้างจนมุดเข้าไปนั่งได้แบบปัจจุบัน) จากนั้นจึงมีรุ่น Double-Cab 4 ประตู เบาะ 2 ตอน ตามออกมา เพราะตลาดรถกระบะเพื่อการโดยสารกำลังบูมในสหรัฐฯ

Toyota Hilux รุ่นที่ 3 ได้เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าจากปีกนกสองชั้นคอยล์สปริงมาเป็นทอร์ชั่นบาร์ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร (R-Series) จากรุ่นก่อนหน้า และเป็นครั้งแรกที่ Toyota Hilux มีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (เปิดตัวในปี 1979) ชุดเกียร์ยกมาจาก Toyota Land Cruiser J40 ใช้ขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร และดีเซล (L-Series) 2.2 ลิตร

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 4 คศ. 1983-1988

          ถ้าคนไทยคงรู้จักในชื่อติดปากอย่าง Toyota Hilux Hero และเป็นโฉมที่ฮิตมากในตลาดโลก โดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมีขุมพลังเบนซินให้เลือก ตั้งแต่ 1.6, 1.8, 2.2 ลิตร และดีเซล 2.4 ลิตร ขณะที่รุ่นขับ 4 ล้อ มีเบนซิน 2.0 ลิตร และดีเซล 2.4 ลิตร ให้เลือก

นอกจากนี้ Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 4 ยังเป็นช่วงที่ขยับเข้าไปในกลุ่ม SUV ด้วยการเปิดตัว Toyota Hilux Surf (หรือ 4Runner) ตัวถังแบบ 3 ประตู ช่วงสั้น เบาะ 2 แถว (เบาะหลังพับได้) มีหลังคาครอบท้ายกระบะ พร้อมความสามารถในเชิงออฟ-โรดแบบ Toyota Land Cruiser มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ และเบนซิน วี 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้เลือก

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 5 คศ. 1988-1997

          ยุคของ Toyota Hilux Mighty-X ในไทย ซึ่งรถกระบะให้ความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่งได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่การใช้งานและดีไซน์ (เช่นแผงหน้าปัด) กระจกมองข้างถูกย้ายขึ้นไปรวมกับกรอบกระจก หนึ่งในดีเทลที่แสดงความเป็นรถกระบะยุคใหม่และยุคนี้มีมาตรฐานการป้องกันการเกิดสนิมสูงขึ้น

นอกจากนี้ Toyota Hilux โฉมนี้สำหรับตลาดโลกมีทางเลือกหลากหลายทั้งระบบขับเคลื่อนและขุมพลัง อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของ Toyota Hilux Surf (4Runner) เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งมีทั้งแบบตัวถัง 5 ประตู และ 3 ประตู (ซึ่งแบบหลังจัดเป็นแรร์ไอเทม หายากมาก เพราะมีผลิตแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น) ระบบกันสะเทือนหลังยังเป็นแบบคอยล์สปริงด้วย (เฉพาะ Toyota Hilux Surf /4Runner)

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 6 คศ. 1997-2004

          ในไทยใช้ชื่อทำตลาดว่า Toyota Hilux Tiger ชูโครงสร้างนิรภัย GOA ระบบกันสะเทือนไทเกอร์เบอร์ลินอาย ติดตั้งเบรก ABS ขนาดตัวก็ใหญ่โตขึ้น สูงขึ้นและภายในห้องโดยสารก็เงียบขึ้นด้วย ดีไซน์โดยรวมมีความเป็นรถ SUV ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง

ส่วนขุมพลัง Toyota Hilux รุ่นที่ 6 (ตลาดโลก) มีให้เลือกทั้งแบบเบนซิน 2.0 และ 2.7 ลิตร ขณะที่ดีเซลมีแบบ 2.4 และ 3.0 ลิตร ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกครบทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ นอกจากนี้ Toyota Hilux โฉมนี้ ยังถือเป็นต้นกำเนิดของรถ PPV ของ Toyota ในไทย ซึ่งใช้ชื่อว่า Toyota Sport Rider และได้รับความนิยมมากพอสมควรก่อนจะกลายเป็น Toyota Fortuner ในรุ่นต่อมา

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 7 คศ. 2004-2015

          น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก Toyota Hilux รุ่นนี้ ซึ่งมีชื่อต่อท้ายในไทยว่า Vigo เป็นโฉมที่ฮอตถล่มทลายและมีขายทั่วโลกกว่า 140 ประเทศ พัฒนาภายใต้โครงการชื่อ Innovative International Multi-purpose Vehicle หรือ IMV ของ Toyota ที่เตรียมไว้สำหรับรถ 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รถกระบะ Toyota Hilux, รถมินิแวน Toyota Innova และรถเอสยูวียอดฮิตอย่าง Toyota Fortuner และเป็นครั้งแรกเลยที่ญี่ปุ่นไม่ได้ผลิต Toyota Hilux ภายในประเทศเอง ซึ่งฐานการผลิตหลักอยู่ที่ไทย, แอฟริกาใต้และอาเจนตินา ที่เหลือก็เป็น มาเลเซีย, ปากีสถานและเวเนซูเอลา บางส่วน

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 8 คศ. 2015-ปัจจุบัน

           Toyota Hilux โฉมนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับ Toyota จากความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้า โดยการพัฒนา Toyota Hilux ใหม่ หรือ Toyota Hilux Revo ต้องเก็บข้อมูลจากลูกค้าทั่วโลกและทดสอบการขับขี่ในสภาพถนนที่มีความหลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมทุกการใช้งานมากที่สุด

นอกจากความทนทาน Toyota Hilux รุ่นนี้ ยังถูกกำหนดให้เป็นรถกระบะที่ขับสบายไม่เครียดสำหรับการเดินทางไกล เสียงรบกวนภายในห้องโดยสารต่ำ ซึ่งเสียงจากเครื่องยนต์เข้ามาน้อยลงจากรุ่นก่อนหน้ามาก ส่วนเสียงลมทำได้ดีตั้งแต่สมัย Toyota Hilux Vigo แล้วและดีกว่ารถยนต์นั่งหลายรุ่น แม้ว่าภาพรวมของ Toyota Hilux รุ่นนี้ในไทย ความร้อนแรงอาจไม่เท่ากับตอนที่ Toyota Hilux Vigo เปิดตัวก็ตาม

          ทั้งหมดก็เป็นภาพและรายละเอียดบางส่วนของ Toyota Hilux เจนเนอเรชั่นที่ 1-8 ซึ่งมีจำหน่ายในบ้านเรามาแล้วครบทุกโฉม แม้อาจไม่ครบทุกแบบ ทุกรุ่นย่อย รวมถึงขุมพลังอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ใครทันรุ่นไหนหรือเคยมีความประทับใจกันเป็นพิเศษก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ Toyota Hilux จัดว่าเป็นรถกระบะที่ภาพลักษณ์แข็งแกร่ง อยู่คู่กับผู้ใช้รถมาหลายทศวรรษ อย่างน้อยที่สุดก็ในแง่ของการเป็นรถที่คนไทยและทั่วโลกไว้วางใจเป็นอันดับต้น ๆ

ภาพจาก Toyota

แหล่งที่มา : car.kapook.com