“โครงสร้างคู่ขนาน” หลักการที่จะทำให้เขียนประโยคภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น

พฤศจิกายน 29, 2017 4:01 am โดย admin
0
12

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com กลับมาพบกับ English Issues และ พี่พิซซ่า เช่นเคยค่ะ วันนี้เราจะเรียนเรื่อง “โครงสร้างคู่ขนาน” กันค่ะ ซึ่งเป็นหลักการง่ายๆ ที่จะช่วยตรวจทานงานเขียนภาษาอังกฤษของเรา ให้มีความถูกต้องยิ่งกว่าเดิม

โครงสร้างคู่ขนานคืออะไร

โครงสร้างคู่ขนานมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายอย่างทั้ง Parallel Structure, Parallelism, หรือ Parallel Construction เป็นการใช้คำที่เป็นประเภทเดียวกันหรือมีรูปแบบเดียวกัน เพื่อแสดงข้อมูล 2 อย่างขึ้นไปที่มีความสำคัญเท่าๆ กัน จะเป็นคำเดี่ยวๆ วลี หรืออนุประโยคก็ได้ อ่านนิยามอะไรแบบนี้แล้วงงใช่มั้ยล่ะ รออีกแป๊บนึง เดี๋ยวก็เข้าใจแล้ว

เส้นขนานในทางคณิตศาสตร์คือเส้นที่ไม่มีวันบรรจบกันเพราะมันอยู่ข้างๆ ขนานกันไปเรื่อยๆ ใช่มั้ยคะ แต่สำหรับในทางภาษาอังกฤษแล้ว ให้เรามองว่ามันเป็นความสมดุลบนตาช่างแทนค่ะ ลองดูตัวอย่างในภาพข้างล่างนะคะ

17
แต่ละคู่แนวนอนถือว่ามีน้ำหนักเท่ากัน เป็นคำนามเหมือนกัน แถมยังมีความหมายในกลุ่มเดียวกัน

18
แต่ละคู่เป็นคำกริยาที่ผันให้อยู่ในรูปเดียวกัน ถือว่ามีน้ำหนักเท่ากัน

ทีนี้การเขียนจริงๆ ไม่ใช่แค่การจับคำมาโยนๆ ไปด้วยกัน แต่ต้องมีการเชื่อมโยงกันด้วยใช่มั้ยคะ ซึ่งคำที่มาเป็นเหมือนตาชั่งตรงกลางก็มักจะเป็นคำสันธาน และคำสันธานที่เราเจอบ่อยมากสุดๆ เลยก็คือ and กับ or ค่ะ หลายคนน่าจะเริ่มคุ้นๆ กฎนี้แล้วแหละ

19
คู่ที่สีเดียวกันถือว่ามีน้ำหนักเท่ากัน และตัวเชื่อมที่เจอบ่อยสุดคือ and กับ or

นอกจากคำนามและกริยาแล้ว คำประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะคำคุณศัพท์ (Adjective), คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) หรือแม้แต่วลีและอนุประโยคก็สามารถใช้กับโครงสร้างคู่ขนานได้ทั้งหมดค่ะ ข้างหน้าเป็นคำประเภทไหน ข้างหลังเป็นคำประเภทนั้นด้วย หรือจะมากกว่าแค่ 2 คำก็ได้นะคะ จะกี่คำก็คุมให้มันน้ำหนักเท่ากันแบบนี้ไปเรื่อยๆ

20
เก็บ and กับ or ไว้คั่นหน้าตัวสุดท้าย

ดูตัวอย่างแบบเป็นคำๆ ไปแล้วอาจจะยังไม่เห็นภาพ ลองมาดูตัวอย่างเวลาเขียนเป็นประโยคกันบ้างค่ะ

I love to run, read and sing.
She likes cooking, reading and dancing.
Like father, like son.
The teacher wants us not only to keep quiet but also to do the task.
“…and that government of the people, by the people, for the people, shall not perish from the earth.” สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น
“…that we shall pay any price, bear any burden, meet any hardship, support any friend, oppose any foe to assure the survival and the success of liberty.” สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้

จะเห็นว่าไม่จำเป็นของมีน้ำหนักเท่ากันแค่ส่วนที่เชื่อมด้วย and หรือ or เท่านั้น แต่ตัวเชื่อมอื่นๆ ที่แสดงการบอกลิสต์ บอกลำดับ อย่าง not only … but also … หรือ either … or … ก็ใช้โครงสร้างคู่ขนานเช่นกันค่ะ

นอกจากนี้ถึงจะเป็นคนละประโยคกันแล้ว ก็สามารถใช้หลักการของโครงสร้างคู่ขนานได้เช่นกัน เพื่อให้ประโยคต่างๆ ฟังดูงดงาม จำง่าย และน่าฟังมากขึ้นค่ะ เช่น

“Tell me and I forget. Teach me and I may remember. Involve me and I will learn.” สุนทรพจน์ของเบนจามิน แฟรงคลิน

หรือการลิสต์ข้อมูลเป็นข้อๆ ก็ควรคุมรูปประโยคของแต่ละข้อให้สมดุลกันไป เช่น

– Open the book.
– Look at the picture.
– Answer the questions.

พอเขียนเรียงกันและคุมให้ทุกประโยคสมดุลกันด้วยการทำเป็นประโยคคำสั่งที่ขึ้นต้นด้วยคำกริยาเหมือนกันทั้งหมด ก็ทำให้อ่านง่ายและเข้าใจคำสั่งได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

21

 

ประโยชน์ของโครงสร้างคู่ขนาน

ประโยชน์สำคัญที่สุดเลยคือทำให้อ่านง่ายขึ้นค่ะ ผู้อ่านจะจับจุดได้ง่ายขึ้นว่าเราต้องการสื่ออะไร แถมดูแล้วยังสบายตาขึ้นด้วย

ส่วนประโยชน์ที่มีต่อตัวคนเขียนเองก็คือ ทำให้ตรวจทานได้ง่ายขึ้นค่ะ เวลาต้องเขียนเรียงความยาวๆ พอย้อนกลับมาตรวจเราก็อาจจะตาลายได้ ดีไม่ดีก็ลืมแกรมมาร์บางตัว ลืมการใช้ tense บาง tense ไปด้วยก็มี แต่ถ้าตอนเขียนครั้งแรกพยายามใช้โครงสร้างคู่ขนานเยอะๆ ก็จะทำให้ตรวจทานง่ายขึ้น ถ้าเจอตรงไหนไม่ขนานกันก็จะเอะใจทันที อย่างเช่นถ้าเจอ run and walking ขึ้นมา เราก็จะรู้สึกแล้วว่ามันไม่ใช่ และมันก็จะทำให้เราย้อนไปทวน tense ในประโยคนั้นได้ง่ายๆ ด้วยว่าจริงๆ เราจะใช้ tense อะไร และต้องการสื่ออะไร

ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าการไม่ใช่โครงสร้างคู่ขนานจะเป็นเรื่องผิดเสมอนะคะ ถ้าเป็นตัวเชื่อมพวก and, or, neither … nor อะไรแบบนี้ การไม่ใช้โครงสร้างคู่ขนานคือผิดแน่นอนค่ะ แต่สำหรับพวกประโยคคนละประโยคที่ไม่อยากใช้รูปแบบซ้ำๆ แต่อยากเล่นคำให้ดูหลากหลายมากขึ้น การไม่ใช้โครงสร้างคู่ขนานก็ไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ เช่น

ใช้โครงสร้างคู่ขนาน – The dog ran across the yard, jumped over the fence, and sprinted down the alley.

ไม่ใช้โครงสร้างคู่ขนานแต่ถูกแกรมมาร์อยู่ – The dog ran across the yard and jumped over the fence, and down the alley he sprinted.

22

คราวนี้มาลองทำแบบฝึกหัดง่ายๆ กันค่ะ ให้น้องๆ ลองจับผิดว่าประโยคต่อไปนี้ผิดโครงสร้างคู่ขนานยังไง และควรแก้เป็นอะไรค่ะ เขียนประโยคที่ถูกต้องลงกระดาษไว้เลยนะคะ แล้วค่อยเลื่อนลงไปดูเฉลยข้างล่างค่ะ

1. He likes to swim and running.

2. He likes swimming, running and to read.

3. Artists usually like practicing, competing, and to eat ice cream sandwiches.

4. For lunch I like pancakes and to bake pizzas.

5. He played basketball, had a shower and gone to school.

6. In class, work, and on the field, Jeremy strives for excellence.

7. The escaped prisoner was wanted die or alive.

8. The production manager was asked to write his report quickly, accurately, and in a thorough manner.

9. To apply to this job, you need to have university degree in linguistics and having five year experience as an interpreter.

10. It was the best of times, it was the worst of times. It was the age of wisdom, the age of foolishness.

!ข้างล่างนี้เป็นเฉลย!
!อย่าเพิ่งแอบดูก่อน!

1. He likes to swim and to run. หรือ He likes swimming and running. ก็ได้

2. He likes swimming, running and reading. หรือ He likes to swim, to run and to read. หรือจะตัด to ให้เหลือแค่ตัวแรกเป็น He likes to swim, run and read. ก็ได้

3. Artists usually like practicing, competing, and eating ice cream sandwiches. หรือ Artists usually like to practice, compete, and eat ice cream sandwiches.

4. For lunch I like pancakes and pizzas. หรือ For lunch I like to make pancakes and bake pizzas. เลือกมาว่าอยากจะให้มันเป็นคำนามเฉยๆ หรืออยากให้มีกริยามาด้วย

5. He played basketball, had a shower and went to school. ทำให้เป็นช่อง 2 เท่ากันทั้งหมด

6. In class, at work, and on the field, Jeremy strives for excellence. ทำให้สมดุลกันด้วยคำบุพบทนำหน้าสถานที่ทั้งหมด

7. The escaped prisoner was wanted dead or alive. ข้อนี้ต้องเลือกว่าจะยึดไปทาง die หรือ alive กันแน่ แต่ want ถ้าจะตามหลังด้วยคำกริยาต้องมี to (want to die) ฉะนั้นแสดงว่าเราต้องเลือกไปทาง alive แล้วเราค่อยเปลี่ยนตัวข้างหน้าแทน

8. The production manager was asked to write his report quickly, accurately, and thoroughly. จริงๆ ถ้าดูแค่แกรมมาร์ ในโจทย์ก็คือถูกแล้วนะคะ เพราะ in a thorough manner ก็ถือว่ามีค่าเท่ากับกริยาวิเศษณ์ แต่ถ้าจะให้คู่ขนานกันสุดๆ ก็ควรเลือกให้มันออกมาเป็นศัพท์คำเดียวลงท้ายด้วย -ly เหมือนกันไปด้วยจะดูสวยกว่าค่ะ

9. To apply to this job, you need to have university degree in linguistics and five year experience as an interpreter. ข้อนี้ถือว่าปริญญากับประสบการณ์ต่างเป็นสิ่งที่ต้องมี (have) เหมือนกัน ฉะนั้นก็ไม่ต้องใส่ have อีกทีข้างหลังค่ะ ส่วนทำไมถึงเลือกไปฝั่ง to have ไม่เลือกฝั่ง having ก็เพราะต้องย้อนไปดูข้างหน้าค่ะ มันคือ need to + กริยารูปปกตินั่นเอง จึงไม่มีทางเป็น need to having แน่นอน

10. It was the best of times, it was the worst of times. It was the age of wisdom, it was the age of foolishness. ข้อนี้เป็นบทจากเรื่อง A Tale of Two Cities ค่ะ ตัวจริงก็คือเวอร์ชั่นแบบในเฉลยนี้ ผู้เขียนเล่นคำโดยใช้โครงสร้างคู่ขนานให้ขึ้นด้วย it was ทั้งหมดค่ะ

เป็นยังไงบ้าง 10 ข้อ ถูกกันกี่ข้อค่ะ จริงๆ โครงสร้างคู่ขนานเป็นอะไรที่เราเจอโดยไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในนิยายภาษาอังกฤษ ข่าวสาร หรือแม้แต่สโลแกนสินค้าต่างๆ ก็มักจะเลือกคำให้ออกมาดูขนานกันเพื่อให้ฟังแล้วติดหูจำง่ายค่ะ นี่ก็เป็นอีกเรื่องในการเรียนและการใช้ภาษาอังกฤษที่อยากให้ลองนำไปฝึกใช้กันนะคะ รับรองว่าเรียงความจะอ่านง่ายขึ้นเยอะชัวร์

อ้างอิง
www.grammarly.com, www.myenglishpages.com
www.ego4u.com, literarydevices.net, owl.english.purdue.edu




แสดงความคิดเห็น