เอาจริง ตั้งรางวัลนำจับแฟนบอลจุดพลุแฟลร์ หัวละ 3 หมื่นบาท

ธันวาคม 19, 2016 9:24 am โดย admin
0
40

        สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตั้งรางวัลนำจับแฟนบอลจุดพลุแฟลร์ หัวละ 3 หมื่นบาท แจ้งเบาะแส 10 คน ได้เลย 3 แสนบาท

วันที่ 18 ธันวาคม 2559 พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สมาคมฟุตบอลฯ เตรียมจะมอบเงินรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแสในการจับกุมแฟนบอลที่ก่อเหตุจุดพลุแฟลร์ ในการแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศระหว่าง ไทย กับ อินโดนีเซีย คนละ 30,000 บาท หากมีการแจ้งเบาะแสจับกุมผู้ก่อเหตุได้ถึง 10 คน ก็จะได้รางวัลนำจับทันที 300,000 บาท สำหรับผู้ที่มีเบาะแสสามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ทันที

พล.ต.อ. สมยศ กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบปะปนอยู่กับผู้ที่ก่อเหตุด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกวิดีโอและภาพถ่ายของผู้ที่ก่อเหตุได้แล้วบางส่วน ซึ่งตอนนี้เรามีพยานหลักฐานอยู่พอสมควร โดยจะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีในการออกหมายเรียกและออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้การที่เจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปจับกุมตัวแฟนบอล ณ ที่ก่อเหตุ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดไฟพลุแฟลร์ด้วย

        ด้าน พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานในวันเกิดเหตุ ทราบชัดแล้วว่าเป็นกลุ่มไหน และน่าจะมากกว่า 30 คน ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุขึ้นแผ่นผ้าป้ายชื่อกลุ่มชัดเจน และยังมีการเตรียมการลักลอบนำพลุแฟลร์ แฝงเข้าไปกับอุปกรณ์เชียร์ที่มีการวางแผนมาอย่างดี กรณีนี้รัฐเป็นผู้เสียหาย กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ น่าจะมีความชัดเจนในตัวบุคคลระดับผู้นำกลุ่มและสามารถออกหมายเรียกมาสอบปากคำได้ ขณะที่ผู้ร่วมกลุ่มแม้จะไม่ได้ก่อเหตุจุดพลุแฟลร์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถเรียกมาสอบปากคำได้ตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้นพบประทัดลูกบอลอีกจำนวนหนึ่งด้านนอกสนามแข่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นของกลุ่มใด ส่วนข้อสังเกตเรื่องการลักลอบนำสิ่งเหล่านี้เข้าไปในสนามแข่งได้นั้น การตรวจสอบตรวจค้นบุคคลเข้า-ออกสนาม เป็นงานบริษัทเอกชนที่ดำเนินการ ส่วนตำรวจจะเป็นศูนย์รับแจ้งเหตุกรณีเจอ

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN




แสดงความคิดเห็น