เสือเพิ่มในอุทยานเนปาล เพราะ ชาวบ้านร่วมใจเลิกล่า ติดกล้องทั่วป่า

พฤศจิกายน 12, 2018 6:20 am โดย admin
0
14
เขม่าปืนจางหาย ชุมชนร่วมมือ เสือจึงกลับมาสู่ผืนป่าอุทยานเนปาลอีกครั้ง

นักอนุรักษ์สัตว์ป่าติดตั้งกล้องหลายพันตัวทั่วผืนป่าเนปาล เพื่อสังเกตการณ์ประชากรเสือที่เพิ่มสูงเกือบ 2 เท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่เสือเกือบสูญพันธุ์ไม่เหลือในประเทศ ในขณะที่ในไทยก็เห็นจำนวนเสือเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

ชายัน กุมาร โชทารี วัย 25 ปี กดไล่ดูภาพที่กล้องถ่ายรูป ซ่อนอยู่ในพงไพรบันทึกไว้ได้ เขาหวังว่าจะได้เห็นรูป “เสือจอมเซลฟี” เสือตัวโปรดของเขา แต่สิ่งที่โชทารีทำ ไม่ใช่การถ่ายรูปสัตว์ป่าธรรมดา เพราะงานของเขา คือสังเกตการณ์ และคุ้มครองเสือเหล่านี้ ให้อยู่เคียงคู่ผืนป่าเนปาลต่อไป

“การเช็กการ์ดข้อมูล แล้วพบรูปเสือ เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่ยิ่งใหญ่”

ภาพถ่ายจากกล้องดักเสือ อุทยานแห่งชาติบาร์เดีย ประเทศเนปาลImage copyrightBARDIA NATIONAL PARK
คำบรรยายภาพภาพถ่ายจากกล้องดักเสือ อุทยานแห่งชาติบาร์เดีย ประเทศเนปาล

โชทารี เป็นหนึ่งในคนท้องถิ่น ที่ผ่านการฝึกฝนด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า พวกเขาอยู่บนแนวหน้าของการเพิ่มประชากรเสือในเนปาล พื้นที่ที่พวกเขาดูแล คือ อุทยานแห่งชาติบาร์เดีย ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ที่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ประชากรเสือเพิ่มสูงเกือบ 5 เท่าตัว ส่วนประชากรเสือทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวแล้ว

นักอนุรักษ์สัตว์ป่าเชื่อว่า เบื้องหลังความสำเร็จของเนปาล คือยุทธศาสตร์ เปลี่ยนชาวบ้านที่ปกติกลัวเสือมาก หรือไม่ก็ลักลอบล่าเสือ เพื่อนำชิ้นส่วนไปขายใต้ดิน มาเป็นผู้พิทักษ์สัตว์

“นี่เป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงของผู้คน ตอนนี้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่อาชญากรจะเอาปืนเข้าป่า เพราะมาตรการความปลอดภัยแน่นหนา คนรุ่นใหม่ในชุมชนเอง ต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์” อาช็อค บันดารี เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอุทยานแห่งชาติบาร์เดีย ระบุ

ติดกล้องดักเสือ 3,200 ตัว

พื้นที่ลุ่มต่ำ ทางตอนล่างของเนปาล เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ 5 แห่ง กลุ่มนักอนุรักษ์อย่างโชทารี กางแผนที่แล้วแบ่งตารางผืนป่าทั้งหมด ก่อนนำกล้องถ่ายรูปแบบพิเศษกว่า 3,200 ตัว ไปติดตั้ง คนงานบางคนต้องขี่ช้างเข้าไปในป่าลึก เพื่อทำภารกิจนี้

เจ้าหน้าที่อุทยาน อธิบายการทำงานของกล้องดักสัตว์ ให้เจ้าชายแฮร์รีแห่งอังกฤษ เดือน มี.ค. 2018Image copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพเจ้าหน้าที่อุทยาน อธิบายการทำงานของกล้องดักสัตว์ ให้เจ้าชายแฮร์รีแห่งอังกฤษ ในโอกาศเสด็จเยือนเนปาล เดือน มี.ค. 2018

กล้องพิเศษนี้ติดตั้งระบบเซนเซอร์ ที่จะกดถ่ายภาพอัตโนมัติ หากตรวจพบการเคลื่อนไหว หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งภาพเสือที่โชทารีชื่นชอบนั้น จะนำมาประกอบการสำรวจประชากรเสือ ว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐและภาคประชาชนใช้อยู่นั้น ช่วยเพิ่มประชากรเสือจริงหรือไม่

“ถามว่าเราจำแนกเสือไม่ให้ซ้ำกันได้ยังไงก็เพราะเสือแต่ละตัวมีลวดลายเฉพาะ เหมือนลายนิ้วมือมนุษย์นั่นแหละ ดังนั้น เสือสองตัว จะไม่มีลายเดียวกันเด็ดขาด” โชทารี อธิบาย

ลูกเสือเกิดใหม่ในเนปาลImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพลูกเสือเกิดใหม่ในเนปาล

ผลการสำรวจประชากรเสือในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่ป่า 2,700 กิโลเมตรในแถบที่ลุ่มของเนปาล ซึ่งพึ่งเสร็จสิ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า เสือเพิ่มขึ้นจาก 121 ตัวในปี 2009 เป็นอย่างน้อย 235 ตัว และล้วนเป็นเสือโตเต็มวัย ที่พร้อมสืบพันธุ์เพิ่มประชากรเสือให้มากขึ้นอีก

จากนักล่า สู่อาสาพิทักษ์ป่า

ราว 1 ศตวรรษก่อน ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของเนปาลเป็นแหล่งล่าสัตว์ป่าของชนชั้นปกครอง และแขกบ้านแขกเมืองจากอังกฤษ เป้าหมายสำคัญ คือการล่าเสือ “รอยัล เบงกอล” หรือเสือโคร่งนั่นเอง

การล่าเสือของชนชั้นสูงในเนปาล ช่วงศตวรรษที่ 19Image copyrightUNDERWOOD ARCHIVES
คำบรรยายภาพการล่าเสือของชนชั้นสูงในเนปาล ช่วงศตวรรษที่ 19

กระแสล่าสัตว์ในชนชั้นสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสือที่เคยมีมากกว่า 1 แสนตัวทั่วโลก ในปี 1900 ลดลงเหลือไม่ถึง 3 พัน 200 ตัวในปี 2010 โดยเฉพาะเนปาล แหล่งล่าเสือยอดนิยมในอดีต ยิ่งประกอบกับสงครามกลางเมืองยาวนาน 10 ปี เปิดโอกาสให้ขบวนการลักลอบล่าสัตว์เติบโต ทำให้ประชากรเสือในเนปาลแทบสูญพันธุ์

จนเมื่อปี 2009 รัฐบาลเปลี่ยนแนวทาง ชักชวนกลุ่มและชุมชนต่าง ๆ ให้หันมาปกป้องสัตว์แทน ก่อให้เกิดเหล่าอาสาสมัครรุ่นใหม่หลายร้อยคน ทำหน้าที่ลาดตระเวนตามอุทยานแห่งชาติ สร้างความตระหนักรู้ และพิทักษ์ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของสัตว์

คนท้องถิ่นเองยังให้ความร่วมมือคอยเป็นแหล่งข่าว และแจ้งข้อมูลเจ้าหน้าที่อุทยาน หากสังเกตเห็นใครที่ต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเนปาลมีบทลงโทษผู้ที่ลักลอบล่าสัตว์ที่รุนแรง ด้วยโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และค่าปรับสูง

เนปาลดำเนินยุทธศาสตร์ ฟื้นฟูประชากรเสือ นับแต่ปี 2009Image copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพเนปาลดำเนินยุทธศาสตร์ ฟื้นฟูประชากรเสือ นับแต่ปี 2009

“เสือเป็นความรับผิดชอบของเรา หากเราอนุรักษ์เสือ นักท่องเที่ยวก็จะเข้ามาที่หมู่บ้าน ฉันจึงอยากมีส่วนร่วมในความพยายามนี้ด้วย” ซานจู ปาริยาร์ สมาชิกหน่วยต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์ กล่าว

อุทยานไทยติดกล้องดักเสือเช่นกัน

กองทุนสัตว์ป่าโลก และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชของไทย ดำเนินโครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ. นครสวรรค์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน จ. กำแพงเพชร ซึ่งนอกเหนือจากการติดตั้งกล้องแบบพิเศษที่ถ่ายภาพสัตว์โดยอัตโนมัติแล้ว ยังฝึกฝนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพอีกด้วย

การลาดตระเวนของหน่วยพิทักษ์ป่าImage copyrightสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
คำบรรยายภาพการลาดตระเวนของหน่วยพิทักษ์ป่าในไทย

“เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่คอยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ หากป่าใดมีเสือโคร่งแสดงว่าป่านั้นอุดมสมบูรณ์ เพราะเสือโคร่งเป็นสัตว์ที่อยู่สูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร” ดร. รุ้งนภา พูลจำปา ผู้จัดการโครงการฯ กองทุนสัตว์ป่าสากลให้สัมภาษณ์ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันไทยมีประชากรเสือโคร่งอยู่ประมาณ 150 – 200 ตัว

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ายังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องถ่ายภาพแบบเดียวกัน ภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออก เป็นภาพแม่เสือ กำลังพาลูกน้อย 2 ตัวเดินผ่านหน้ากล้อง สร้างความดีใจให้กับประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางสังคมออนไลน์ เพราะเป็นหลักฐานว่า ประชากรเสือได้เพิ่มขึ้น

ภาพแม่เสือโคร่ง และลูกเสือ 2 ตัว ที่กล้องดักเสือของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าถ่ายไว้ได้ และเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์Image copyrightสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
คำบรรยายภาพภาพแม่เสือโคร่ง และลูกเสือ 2 ตัว ที่กล้องดักเสือของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าถ่ายไว้ได้ และเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์

ประชากรเสือในผืนป่าตะวันตก

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร

เสือดาว

100 – 130 ตัว

  • เสือโคร่ง 80 – 90 ตัว
  • เสือดำ 15 ตัว
Getty Image

เนปาลทำได้ ทุกประเทศก็ทำได้

ในปี 2010 เนปาล และอีก 12 ประเทศ ที่มีเสือหลงเหลืออยู่ ได้ลงนามข้อตกลง เพื่อเพิ่มประชากรเสืออีก 2 เท่าภายในปี 2022 และดูเหมือน เนปาลจะเป็นประเทศแรกที่บรรลุเป้าหมาย

กานา กูรุง ผู้แทนประจำเนปาล กองทุนสัตว์ป่าสากล (WWF) มองว่า หากประเทศอย่างเนปาลทำได้ ประเทศอื่นก็ต้องทำได้เหมือนกัน

ใครจะไปคิดว่า เสือในเนปาลเคยเกือบสูญพันธุ์ แต่วันนี้ กลับอยู่เต็มผืนป่าImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพใครจะไปคิดว่า เสือในเนปาลเคยเกือบสูญพันธุ์ แต่วันนี้ กลับอยู่เต็มผืนป่า

“หากประเทศขนาดเล็ก พัฒนาน้อยที่สุด แล้วยังเผชิญกับความท้าทายมากมาย อย่างเนปาลทำได้ ประเทศอื่น ๆ ก็สามารถทำได้เหมือนกัน” กานา ระบุ

ทั้งนี้ นักอนุรักษ์ตระหนักดีว่า จำนวนเสือที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นข่าวดีสำหรับผู้ลักลอบล่าสัตว์ จนอาจทำให้ตลาดมืดชิ้นส่วนสัตว์ป่ากลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง แล้วการล่าเสือนั้น ตรวจจับได้ยาก เพราะอวัยวะเสือแทบทุกส่วน ล้วนมีราคาในตลาดผิดกฎหมาย จึงมักไม่เหลือซากศพไว้เป็นหลักฐาน

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจเนปาลได้จับกุมนักล่าสัตว์ป่า ที่ลอยนวลมานานกว่า 5 ปี โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ 5 แผ่น และกระดูกเสือรวมหนัก 114 กิโลกรัม ซึ่งเชื่อว่า ชิ้นส่วนเสือเหล่านี้มีเป้าหมายอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของนักลักลอบล่าสัตว์ เพื่อนำชิ้นส่วนสัตว์ปายาก ไปทำเป็นยาแผนโบราณ

แหล่งที่มา : bbc.com/thai




banner