เรื่องเน่าเช้านี้!! ปมฉาว “บิ๊ก คสช.” มาเป็นระลอก เริ่มใกล้ตัว “ลุงตู่” เข้าไปทุกที จาก “พี่ป๊อก” เจ้าของผลงาน “ป่ากระทิงแดง – โรงขยะแสนล้าน” ถึง “บิ๊กนิรนาม” ตบทรัพย์ระบายข้าว ตามมาติดๆกับข่าวไม่ค่อยดีของ “เพื่อนฉัตร” ณ กระทรวงเกษตรฯ

กันยายน 25, 2017 3:34 am โดย admin
0
15

2

** เรื่องเน่าเช้านี้!! ปมฉาว “บิ๊ก คสช.” มาเป็นระลอก เริ่มใกล้ตัว “ลุงตู่” เข้าไปทุกที จาก “พี่ป๊อก” เจ้าของผลงาน “ป่ากระทิงแดง – โรงขยะแสนล้าน” ถึง “บิ๊กนิรนาม” ตบทรัพย์ระบายข้าว ตามมาติดๆกับข่าวไม่ค่อยดีของ “เพื่อนฉัตร” ณ กระทรวงเกษตรฯ

ดูเหมือนอะไรๆจะไม่เป็นใจให้กับ “รัฐบาลลุงตู่” เลยในช่วงนี้ .. แต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นมีแต่ “แง่ลบ” ร่วมประชาทัณฑ์ความต่ำตมของคะแนนนิยมอย่างต่อเนื่อง .. โดยเฉพาะเรื่องฉาวโฉ่ที่โผล่มาแบบรัวๆ ทั้งวีรกรรมศิษย์พี่ “บิ๊กป้อม ณ คลองหลอด” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดทไย ที่จู่ๆเจอหวดด้วยปม “ป่ากระทิงแดง” มีลายเซ็นต์โชว์หราอนุมัติให้ “ทุนใหญ่” ไปใช้พื้นที่ป่าสาธารณะตั้งโรงงาน .. จนต้องใส่เกียร์แบบไม่มีทรง โทษปี่โทษกลองไปเรื่อย ทำท่าฮึ่มฮัมจะเอาผิด “ข้าราชการชั้นผู้น้อย” โทษฐาน “วางยา” ส่งเรื่องมาให้เซ็นต์ แต่ปัดสวะอย่างไร มันก็พ้นตัวได้ยาก .. เช่นเดียวกับ “โครงการโรงไฟฟ้าขยะ” ในความรับผิดชอบของ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในกำกับของ กระทรวงมหาดไทยที่กำลังเผชิญ “แรงต้าน” ทุกหัวระแหง หลังใช้ “กำลังภายใน” ผลักดันให้เป็น “วาระแห่งชาติ” แถมได้ “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนาม ม.44 กรุยทางปลดล็อคทั้ง “อีไอเอ – ผังเมือง” ให้ราวกับปูพรมแดง .. ทว่าข้อพิรุธมีอยู่อื้อ โดยเฉพาะเรื่อง “กลุ่มทุน” ที่กระเหี้ยนกระหือรือแต่งตัวกันเข้ามาสวาปาม “ขุมทรัพย์อาจมแสนล้าน” ขณะนี้ โยงไปโยงมาต่างก็ใกล้ชิด “กลุ่มการเมือง” ที่ไคว่ดีๆก็โป๊ะเชะต่อสายมาถึง “บิ๊ก คสช.” .. แล้วยังมีเรื่องของ “รัฐมนตรีนิรนาม” รายหนึ่งที่ “ทะลึ่ง” ไปเล่นบท “โจรมุมตึก” ดักตบทรัพย์ “บริษัทเอกชน” ที่ชนะการประมูลข้าวสตอกรัฐดื้อ เป็นพันล้าน จนกลายเป็นเรื่อง ทำให้กระบวนการระบายข้าวในความดูแลของ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ติดหล่ม ไม่มี “บิ๊กข้าราชการ” กลายขยับ ด้วยมีอนาคตของ “แก๊งจีทูเจี๊ยะ” ให้เห็นเป็นตัวอย่าง .. ถัดมาที่ “บิ๊กฉัตร” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เพื่อนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 12 ของ “เพื่อนตู่” ที่ข้ามฟากมาจากกระทรวงพาณิชย์ ได้ราว 2 ปี .. ก็ยังไม่มีปัญญาแก้ปัญหา “วนลูป” ของหมู่มวลเกษตรกร ทั้งราคาพืชผลที่ตกต่ำ น้ำท่าขาดแคลน อันไหนแก้ได้ก็เหมือนแค่เอาหน้ารอด พอครบรอบปีก็ยังเจอแต่ปัญหาเดิมๆ .. จนมีการเม้ากัน “งบกลาง” ที่กันไว้ให้นายกฯใช้ในยามฉุกเฉินที่ 3 ปีมานี้ รัฐบาล คสช.ตั้งไว้รวม 1.2 ล้านล้านบาท มีอันต้องสูญเสียไปให้กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของกระทรวงเกษตรฯ ที่เรียกได้ว่า “ฉุกเฉิน” ทุกเรื่องกว่าครึ่งล้านล้านบาท .. งบประเภทนี้ใช้ก่อน มาบอกทีหลัง ตรวจสอบกับยาก ประเภทละลายแม่น้ำไปก็มาก .. และที่ตอนนี้กำลังกระหึ่มขึ้นมาเรื่อยๆก็กระแสข่าวการทุจริตใน “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน” ในกำกับของกระทรวงเกษตรฯ .. รายละเอียดของโครงการคือสนับสนุนเงินลงทุนเริ่มต้นให้กับเกษตรกรในชุมชน 9,101 แห่งๆละ 2.5 ล้านบาท วงเงินรวม 22,800 ล้านบาท โดยจ่ายตรงให้เกษตรกรในชุมชนประมาณครึ่งนึง อีกครึ่งกันไว้ให้เกษตรกรนำไปซื้อปัจจัยต่างๆ .. ครึ่งหลังนี่แหละที่กำลังจะเป็นปัญหา หลายพื้นที่มีการลากไส้แล้วว่า มี “ส่วนต่าง – เงินทอน” ไม่ต่ำกว่า 50% ซื้อของแพงเกินจริงเป็นเท่าตัว .. “ลุงตู่” ทราบแล้วเปลี่ยน!!

3

** มุกนี้ไม่ผ่าน!! จุดพลุเส้นทางปูหนีหวังกลบกระแสด่า “รัฐบาล คสช.” แป้กอย่างไม่น่าให้อภัย คนไทยไม่อยากรู้ใครสั่งให้พาหนี แต่อยากรู้ว่า “ใครปล่อย” ให้หนีมากกว่า ถามต่อว่า “พลขับ” พาหนีไม่มีความผิด แล้ว “ด่านทหารกองกำลังบูรพา” ปล่อยให้ผ่าน มีความผิดไหม??

ก็ยังคิดตื้นๆไม่เลิก .. กรณี “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สวมบท “เชอร์ล็อคโฮล์ม” แกะรอย “เส้นทางหนี” ของ “หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำมาซึ่งการควบคุมตัว “นายตำรวจในราชการ” จำนวน 3 นาย .. รายสำคัญคือ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ที่สารภาพว่า เป็นคนขับรถคัมรี่ไปส่ง “อดีตนายกฯปู” พร้อมเลขาฯถึงที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แต่ไม่ได้ส่งข้ามแดน โดยมี “ใครก็ไม่รู้” รับตัวไป ส่วนตัวเองแวะหลับเอาแรง แล้วก็ขับรถกลับ กทม.เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น .. โดยผู้ที่เกี่ยวข้องระดับสูงพยายามทิ้งปมไว้ว่ามี “ใบสั่งพาปูหนี” โยงไปถึง “พล.ต.อ.นอกราชการ” คนหนึ่ง .. ต้องบอกว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่ เรื่อง “ใบสั่ง” ก็แหงแซะอยู่แล้ว อยู่ที่ว่า “ใครสั่ง” เท่านั้น ถ้าเป็น “คนระบอบแม้ว” ก็ตัดจบไปเลยว่า “พี่ษิณ” ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนสั่งให้ “ลิ่วล้อ” พาน้องสาวหนี ส่วนจะเป็นลิ่วล้อคนไหน ถ้าไม่มีความผิดทางอาญา เพราะ “สาวปู” ยังไม่มีหมายจับตามที่อ้างๆกัน ก็ไม่ต้องไปตามดมให้เสียเวลาหรอก .. สงสัยก็แต่เรื่องเล่าจาก “พลขับ” ที่บอกว่า “อดีตนายกฯปู” สวม “หมวกแก๊ป-หน้ากากอนามัยสีดำ” อำพรางตัว อีแบบนี้ไม่น่าจะรอดหูรอดตา “ด่านทหารกองกำลังบูรพา” ไปได้ .. ก็เครื่องเครามาเต็ม แบบเดินตลาดต้องตะครุบตัวเป็น “ผู้ต้องสงสัย” ไว้ก่อน ดูมีพิรุธกว่าหน้าสดเสียอีก .. คำถามมีว่าเมื่อ “ตำรวจในราชการ” ขับรถพา “จำเลยคดีสำคัญ” หนีไม่มีความผิดทางอาญา แล้วการปล่อยปละให้ “จำเลยวีไอพี” ผ่าน “ด่านทหารกองกำลังบูรพา” ในความดูแลของ “บิ๊กบูรพาพยัคฆ์” ที่มีรองนายกฯความมั่นคง อย่าง “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นลูกพี่ใหญ่ ไปได้ แบบนี้มีความผิดหรือไม่ .. ก็แค่สงสัย เพราะผ่านไปร่วมเดือน ยังไม่เห็นทางกองทัพมีแอคชั่น จับ “แพะ” มาบูชายันต์อย่างที่ทางตำรวจเขาทำบ้างเลย .. แล้วก็ต้องขอบอกว่า ถ้าจะจุดพลุให้เป็นประเด็นสร้างกระแสกลบเรื่องเน่าๆของรัฐบาลในยามนี้ หรือพยายามปั้น “นายตำรวจ” มาเป็น “ตัวละครสำคัญ” เพื่อเบี่ยงความเกี่ยวข้องออกจาก “ทหาร” ละก็ต้องย้ำคำเดิมว่า “คนไทยฉลาดพอ” ไม่หลง “ปฏิบัติการข่าวสาร” หรือ “ไอโอบ้องตื้น” แบบนี้หรอกนะท่านนะ .. แต่มันจะยิ่งขยี้ว่ามี “บิ๊กทหาร” เกี่ยวข้อง และส่องให้ “ดีลชินสุวรรณ” ชัดขึ้นต่างหาก

4

** เปิดตัวว่าที่ประธาน กสทช.คนใหม่!! “บิ๊กอ้อ” พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ดีกรี ตท.6 ทะยานนั่ง “หัวโต๊ะ” ก่อนหมดวาระ กับภารกิจดัน “เนตชายขอบ” นโยบายเรือธงของ กสทช.ให้สำเร็จ

ขอแสดงความยินดีล่วงหน้า .. กับท่าน “บิ๊กอ้อ” พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ กสทช. ที่ถึงนาทีนี้ต้องเรียก “ว่าที่ประธาน กสทช.” ถึงจะถูก .. แม้ว่าประชุมบอร์ด กสทช.เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา วาระการเลือกประธานคนใหม่แทนที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.อ.ธเรศ ปุณณศรี ประธาน กสทช. ที่ต้องเกษียณอายุครบ 70 ปี หมดวาระไปก่อนน้องๆ จะถูกถอดออกไปอย่างไร่ร่องรอย .. ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ล็อบบี้กันหนัก จนคุยกันไม่ลงตัว .. เอาเข้าจริง กสทช.ชุดปัจจุบันที่ตอนนี้เหลือกันอยู่แค่ 8 จาก 11 หน่อก็จะสิ้นสุดวาระในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ครบ 6 ปีที่ได้รับการแต่งตั้งและทำงานมาตั้งแต่ปี 2554 เตรียมตกงานตาม “บิ๊กเจี๊ยบ” ไปในเร็วๆนี้เช่นกัน .. หากแต่การก้าวขึ้นแท่น “ประธาน กสทช.” ในห้วงเวลาที่เหลือก่อนหมดวาระ ยาวไปถึงการ “นั่งรักษาการ” อีกระยะหนึ่งจนกว่าจะมีการสรรหา “กสทช.ชุดใหม่” แล้วเสร็จมี “นัยสำคัญ” พอสมควร .. โดย สำนักเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะโปรโมเตอร์สรรหา กสทช.บอกว่าอย่างเร็วจะเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ แต่อาจมี “แอคซิเดนท์” ให้เนิ่นไปอีก ก็กระบวนการสรรหาต้วมเตี้ยมผิดปกติ จนหมิ่นเหม่จะขัดกฎหมาย ล่วงเวลาที่กำหนดมาสักพักแล้ว

ตีซะว่าหากมีการเลือก “บิ๊กอ้อ” จริง อดีตนักเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่นที่ 9 รายนี้ก็จะได้นั่งหัวโต๊ะไปอีกอย่างน้อยๆ 2 เดือนเป็นอย่างต่ำ .. เวลาแค่นี้อาจมองกันว่า เป็นการตอบแทนขึ้นเบอร์ 1 ขององค์กร เพื่อแต่งโปรไฟล์ให้สวยๆก่อนจากกันมากกว่า .. เสมือนการปลอบใจ หลังจากเมื่อปี 2554 ถูก “บิ๊กเจี๊ยบ” นายทหารรุ่นพี่ ตท.6 ปาดเข้าวินไปอย่างเจ็บปวด .. การเลือกประธานคนใหม่ของ “อาณาจักรซอยสายลม” ครั้งนี้ก็ค่อนข้างแปลกประหลาด เหตุเพราะหากถามเรื่อง “คุณวุฒิ” รองประธาน กสทช. ที่มีถึง 2 คน คนหนึ่ง “เดอะมาร์ท” พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อีกคน “เดอะน้ำ” พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ที่ยังถือเป็นคนหนุ่มมีอนาคตอีกไกล น่าจะตอบโจทย์มากกว่า .. แต่ถ้าเอาเรื่อง “วัยวุฒิ” บวกกับยุค “รัฐบาลทหาร” แล้วก็ต้องบอกว่า “บิ๊กอ้อ” เหมาะสมพอตัว .. หากแต่ลึกๆแล้ว “ผู้อยู่เบื้องหลัง” ไม่ได้มองแค่ “วัยวุฒิ – คุณวุฒิ” เป็นสำคัญ แต่ให้น้ำหนักเกี่ยวกับ “นโยบายเรือธง” ของ กสทช.มากกว่า .. ด้วยตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ “กองทุน USO” จึงทำให้ “บิ๊กอ้อ” โดดเด่นขึ้นมา .. ก็ “กองทุน USO” ที่ว่านี่เป็นหัวใจสำคัญของการดันโครงการ “เนตชายขอบ” หรือการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน วงเงินงบประมาณ 12,989.69 ล้านบาท ที่อยู่ในความดูแลของ กสทช. .. เป็นโครงการที่ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ปลุกปั้นและตั้งใจว่า จะเริ่มดำเนินการให้ได้ภายในปีนี้ และเสร็จ 100% ภายใน ส.ค.2561 .. แต่ติดที่ “ข้อสังเกต” ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ทำเอาโครงการชะงักไปหลังประมูลได้ผู้ชนะในแต่ละสัญญาแล้ว .. จน “เลขาฯฐากร” ต้องวิ่งวุ่นชี้แจงหลายรอบ ก่อนบอร์ด กสทช.จะเพิ่งมีมติให้เร่งดำเนินการจ้างบริการตามแผนไปได้ .. หากแต่ในขั้นตอนดำเนินการก็ต้องนำเงินจาก “กองทุน USO” ที่ตอนนี้มีอยู่ราว 2 หมื่นล้านบาทมาใช้ และแม้ตอนนี้จะเริ่มมีแสงสว่าง บอร์ด กสทช.ลงมติให้เริ่มเซ็นสัญญาได้ .. แต่ก็มีกระแสข่าวว่า “บอร์ด กสทช.บางคน” อาจไม่เอาด้วยกับโครงการนี้ เนื่องจากยังมี “ข้อพิรุธ” ที่จะผูกพันไปในอนาคตอีกหลายจุด .. หากติดขัดขึ้นจริง “บิ๊กอ้อ” ที่คุมกองทุน USO มาตลอด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้อำนาจ “ประธาน กสทช.” ผ่าทางตันไปได้.




แสดงความคิดเห็น

banner