เข้าโหมดเฮิร์ท! เรียนภาษาอังกฤษจาก 5 เพลงเศร้าขยี้ใจคนอกหัก

พฤศจิกายน 13, 2018 8:47 am โดย admin
0
8
เข้าโหมดเฮิร์ท! เรียนภาษาอังกฤษจาก 5 เพลงเศร้าขยี้ใจคนอกหัก

       สวัสดีค่ะชาว Dek-D ช่วงไม่กี่วันมานี้พี่เห็นหลายคนพูดถึงเพลงใหม่วง Polycat ว่าทั้งเนื้อเพลงติดหู แถมเนื้อหาสไตล์เฟรนด์โซนโดนใจคนอกหักด้วย (ตอกย้ำกันเข้าไป!! T___T) หลังจากที่น้องๆ อินกับเพลงไทยสุดเศร้ากันไปแล้ว พี่เยลลี่ ขอพาข้ามฝั่งมาฟังตัวอย่างเพลงสากลสุด sad ในคอลัมน์ English Issue กันบ้างค่ะ บอกเลยว่าความหมายดีงามแถมได้ความรู้ด้วย ดังนั้นถึงไม่อกหักก็ฟังได้น้าา  

When I was your man

ถ้าพูดถึงศิลปินชายที่ไม่ว่าจะแต่งเพลงอะไรออกมาก็เป็นกระแสโดนใจตลอด แน่นอนว่าจะขาดชื่อ Bruno Mars ไปไม่ได้เลย สำหรับเพลง “When I was your man” แค่ชื่อเพลงก็เศร้าแล้วค่ะ เนื้อหาพูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งคิดได้หลังจากเสียคนรักไปแล้ว ถ้าผู้ชายคนไหนไม่อยากได้เพลงนี้เป็นเพลงประจำตัวก็อย่าลืมดูแลแฟนดีๆ นะคะ
Mm, too young, too dumb to realize
(ยังเด็กและเขลาเกินกว่าที่จะคิดได้)
That I should have bought you flowers and held your hand 
(ว่าผมควรจะซื้อดอกไม้ให้คุณ และกุมมือคุณไว้)
Should have gave you all my hours when I had the chance 
(ใช้เวลาทั้งหมดไปกับคุณ ในขณะที่ผมยังมีโอกาส)
Take you to every party ’cause all you wanted to do was dance 
(จะพาคุณไปงานเลี้ยงทุกๆ ที่ เพียงเพราะคุณอยากเต้นเท่านั้น)
Now my baby’s dancing
(ตอนนี้ที่รักของผมกำลังเต้นรำ)
But she’s dancing with another man
(แต่คนเธอเต้นรำอยู่ด้วยนั้นเป็นชายอื่นไปซะแล้ว)
คำศัพท์น่ารู้
Dumb = โง่ (คำนี้แรงน้อยกว่า Stupid ค่ะ)
Should have + Past Participle = ควร…ซะก็ดี (ใช้พูดถึงสิ่งที่น่าจะทำในอดีต แต่ไม่ได้ทำลงไป)

Back to December

เพลง “Back to December” เป็นของเจ้าแม่นักแต่งเพลงอย่าง Taylor Swift ค่ะ เนื้อเพลงเล่าเรื่องราวของฝ่ายหญิงที่ทำไม่ดีกับผู้ชายจนต้องเลิกรากันไป แล้วมาคิดได้ทีหลังว่าทำพลาดไป จึงกลับมาขอร้องเพราะรู้ว่าช่วงเวลาที่มีเขาอยู่ด้วยนั้นมีค่าแค่ไหน ถ้าเทียบกับเพลงไทยคงเป็นท่อน “ผิดเองที่รู้ตัวช้า ที่จริงรักเธอเสมอออ” นั่นแหละค่ะ ใครที่เคยทำผิดไปแล้วได้โอกาสใหม่ก็อย่าลืมรักษาโอกาสนั้นไว้ดีๆ นะคะ
So this is me swallowing my pride 
(และนี่คือชั้นเองที่ยอมกลืนศักดิ์ศรี)
Standing in front of you saying I’m sorry for that night 
(ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ เอ่ยขอโทษสำหรับเรื่องในคืนนั้น)
And I go back to December all the time 
(และชั้นอยากย้อนเวลากลับไปเดือนธันวาคมตลอด)
It turns out freedom ain’t nothing but missing you 
(อิสระที่ได้คืนมากลายเป็นสิ่งไร้ค่า เพราะชั้นเอาแต่คิดถึงคุณ)
Wishing I’d realized what I had when you were mine 
(หวังให้ชั้นรู้ตัวตอนที่คุณยังอยู่ด้วยกัน ว่าคุณสำคัญมากขนาดไหน)
I’d go back to December, turn around and make it all right
(อยากจะกลับไปธันวาคมนั้น แล้วแก้ไขเรื่องราวทุกอย่าง)
I go back to December all the time 
(ชั้นยังคิดถึงช่วงเวลานั้นตลอดเวลา)
คำศัพท์น่ารู้
Swallow
 = กลืน
Ain’t = Am not / Is not / Are not เป็นคำแสลง รูปปฏิเสธของ V. to be

Someone like you

ถ้าพูดถึงเพลงเศร้าแล้วจะไม่นึกถึง Adele ได้ยังไงกัน เพราะเพลงกว่า 80% ของเธอ เรียกน้ำตาได้เสมอ T___T สำหรับเนื้อหาเพลง “Someone like you” นี้เกี่ยวกับผู้หญิงคนนึงที่ยังลืมคนรักเก่าไม่ได้ แม้ว่าฝ่ายชายเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งเธอก็หวังว่าอดีตคนรักของเธอจะมีความสุขดีค่ะ
Never mind I’ll find someone like you 
(ไม่เป็นไรหรอกนะ ชั้นจะหาใครสักคนที่เหมือนเธอเอง)
I wish nothing but the best for you too,
(ชั้นไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าให้เธอมีความสุข)
Don’t forget me, I beg, (อย่าลืมกันนะ ฉันขอร้อง)
I’ll remember, you said (ผมจะจดจำเอาไว้ เธอบอก)
Sometimes it lasts in love but sometimes it hurts instead 
(บางครั้งความรักก็ยาวนานแหละ แต่บางครั้งมันก็เจ็บปวดเหมือนกัน)
Sometimes it lasts in love but sometimes it hurts instead
(บางครั้งความรักก็ยาวนานแหละ แต่บางครั้งมันก็เจ็บปวดเหมือนกัน)
คำศัพท์น่ารู้
Sometimes it lasts in love but sometimes it hurts instead = ถ้าถอดออกมาให้เข้าใจง่าย จะได้ว่า Sometimes love lasts. Sometimes love doesn’t last and that hurts. หมายถึงบางครั้งความรักยั่งยืน บางครั้งก็ไม่ และพอรักจบลงนั่นคือเราต้องเจ็บปวด นั่นเองค่ะ T _ T

Break My Heart Again

เพลง “Break My Heart Again” ที่ร้องโดย FINNEAS น่าจะโดนใจคนที่ตัดใจจากความรักไม่ได้สักที เลยประชดด้วยการบอกว่าหักอกชั้นอีกครั้งซะสิ อันนี้ออกแนวปลงตกกับชีวิตรัก 55555
So go ahead and break my heart again (เอาเลย หักอกชั้นอีกครั้งสิ)
Leave me wonderin’ why the hell I ever let you in
(ทิ้งให้ชั้นสงสัยว่าปล่อยให้เธอเข้ามาในชีวิตทำไมวะ)
Are you the definition of insanity? (เธอคือนิยามของคำว่าเสียสติหรือเปล่านะ)
Or am I? (หรือว่านั่นคือชั้นกันแน่?)
Oh, it must be nice (โอ้ ต้องดีมากแน่เลย)
To love someone who lets you break them twice 
(ที่จะรักคนที่ยอมปล่อยให้เธอหักอกตั้ง 2 ครั้งแน่ะ)
คำศัพท์น่ารู้
Go ahead = ทำเลย ลงมือเลย (อนุญาติให้ทำ ประมาณว่าเอาสิ อะไรแบบนี้ค่ะ)
Wonder = สงสัย
Insanity = ความบ้า ความเสียสติ
Twice = 2 ครั้ง (ความหมายเหมือนกับ 2 times)

Eyes, Nose, Lips 

ปิดท้ายด้วยเพลงที่พี่ชอบมากๆ เป็นการส่วนตัว 5555 สำหรับแฟนคลับไอดอลเกาหลีน่าจะรู้จัก “Eyes, Nose, Lips” ของแทยังกันดี เพราะเป็นเพลงที่ดังมากกก ยิ่งช่วงเพลงออกใหม่ๆ มีแต่คนเอาไปร้องคัฟเวอร์เต็มไปหมด ซึ่งศิลปินค่าย YG อย่าง Tablo เองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ เขาได้นำมาร้องคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์ตัวเอง เปลี่ยนมู้ดจากเพลงอกหักซึ้งๆ เศร้าๆ มาเป็นเพลงแร็ปสาปส่งคนรักเก่าแบบสะใจมากๆ แต่ละท่อนบอกเลยว่าเจ็บจนกระอัก!!
       อีกสิ่งที่โดดเด่นมากๆ ของเพลงนี้คือการใช้ภาษาและการเล่นคำ เพราะ Tablo เก่งภาษาอังกฤษสุดๆ การันตีด้วยวุฒิ ป.โท สาขาวรรณคดีอังกฤษจากมหาลัยสแตนฟอร์ด บอกเลยว่าเนื้อเพลงที่แต่งออกมานั้นสวยงามจริงๆ พี่เคยดูคลิป Reaction ของชาวต่างชาติที่ฟังเพลงนี้ ทุกคนอึ้งมากและบอกด้วยว่าเหมือนบทกวีชัดๆ ว่าแล้วไปดูกันดีกว่าว่าเนื้อเพลงสะใจขนาดไหน (ตัดมายาวมากค่ะ บอกเลยว่าไม่ได้ลำเอี๊ยง ฮือ 55555)
You left me paralyzed, no cure, no rehab for me 
(คุณทิ้งให้ผมเป็นอัมพาต ไร้ซึ่งการรักษา ไร้ซึ่งการเยียวยา)
Funny that you got the nerve to keep asking me
How I’ve been
 (น่าขำสิ้นดีที่คุณยังมีหน้ามาถามผมว่าเป็นยังไงบ้าง)
You’re the victor in this pageantry (ในการแข่งขันครั้งนี้คุณน่ะเป็นผู้ชนะ)
But the only trophy you deserve, catastrophe 
(แต่รางวัลที่คุณสมควรได้รับ มีเพียงความหายนะ)
I’d rather we be dead to each other (ผมหวังให้เราตายจากกันซะยังดีกว่า)
No eulogies said for each other (ไม่ต้องมีคำสรรเสริญใดๆ ให้แก่กัน)
No “Rest in Peace”s (ไร้ซึ่งความสงบสุขในยามจาก)
The memories got my chest in pieces (ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ใจผมแหลกละเอียดสิ้นดี)
I’m praying that your eyes are the first to go
(ผมภาวนาให้ดวงตาของคุณเป็นสิ่งแรกที่หายไปซะ)
The way they looked when you smiled (สายตาในแบบที่มองมายามคุณยิ้ม)
The way they opened and closed (วิธีที่ดวงตาคู่นั้นมันลืมขึ้นและหลับลง)
And your nose, every single breath against my neck
(แล้วก็จมูกของคุณ ทุกลมหายใจที่รินรดต้นคอผม)
And then your lips, every empty promise made and said
(จากนั้นก็ริมฝีปากของคุณ กับทุกคำสัญญาว่างเปล่าที่ให้ไว้และเอ่ยออกมา)
Please fade, fade to black (จางหายไปซะ หายไปกับความมืดดำ)
Please fade, fade to black (จางหายไปเถอะ หายไปกับความมืดมิด)
But the nightmares come back (แต่ฝันร้ายก็ยังตามกลับมาหลอกหลอนอยู่ดี)
*Because your eyes, nose, lips (เพราะว่าดวงตา จมูก ริมฝีปากของคุณ)
Every look and every breath (ทุกสายตา ทุกลมหายใจ)
Every kiss still got me dying (ทุกรอยจุมพิต ยังคงทำให้ผมเจียนตาย)
Still got me crying (ยังคงทำให้ผมร้องไห้)
คำศัพท์น่ารู้
Paralyze = ทำให้เป็นอัมพาต
Rehab = มาจากคำว่า Rehabilitation แปลว่า การเยียวยา รักษา
Pageantry = งานเฉลิมฉลองหรูหรา
Catastrophe = ความล้มเหลว ความหายนะ
Would rather + V.1 + than = น่าจะ… มากกว่า
Eulogy = คำสรรเสริญ
       คนอกหักที่หลงมาในบทความนี้คงมีกระอักหรือน้ำตาซึมๆ กันบ้างแหละ เพราะแต่ละเพลงนี่ขยี้ไปอีก ยังไงก็ขอให้หายจากอาการ Heartbroken ไวๆ น้าา ถ้าใครมีเพลงอื่นๆ หรือเพลงในดวงใจอยากแชร์ก็สามารถบอกต่อให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D ได้เลยนะคะ ส่วนตัว พี่เยลลี่ เอง…เพลงที่เหมาะกับอารมณ์ตอนนี้ที่สุดกลับไม่ใช่เพลงอกหักแฮะ แต่เป็นเพลง Lazy song ของ Bruno Mars เพราะ Today I don’t feel like doing anyting จริงๆ ขอนอนต่อเลยได้ไหม (คร่อกกก…)
แหล่งที่มา : dek-d.com/studyabroad