อาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม 10 อันดับ ที่ต้องกินให้ได้

พฤษภาคม 11, 2018 9:16 am โดย admin
0
77
อาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม 10 อันดับ ที่ต้องกินให้ได้

อาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม 10 อันดับ ที่ต้องกินให้ได้ เกี่ยวกับ อาหาร

การกินอาหารที่ถูกต้องคือพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพดี หากรู้จักเลือกกินสิ่งที่มีประโยชน์อาหารเหล่านั้นก็จะเป็นยาชั้นยอด ในทางตรงกันข้าม หากคิดแค่ว่าเคี้ยวๆแล้วกลืนลงท้องให้หมดเรื่องไป อาหารเหล่านั้นอาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณอย่างไม่รู้ตัว!

หากคุณอยากจะหันมาดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดีขึ้น แต่ชีวิตนี้รู้จักเพียงอาหาร 5 หมู่ ตามที่เคยเรียนมาในชั้นประถมเมื่อนานแสนนานมาแล้ว และไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะมี 3 ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งโภชนากร แพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนจีนของไต้หวัน รวบรวมและจัดอันดับสุดยอดอาหาร โดยชี้แจงรายละเอียดสารอาหารแต่ละชนิดที่ช่วยให้ผู้อ่านเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพให้เหมาะสมกับตัวเอง มาดูกันว่า อาหารเพื่อสุขภาพยอดนิยม 10 อันดับ ที่ต้องกินให้ได้ แนะนำโดยแพทย์และโภชนากร (อ้างอิงจากวิถีชีวิตของคนปัจจุบันและความต้องการของร่างกาย) มีอะไรกันบ้าง

อันดับ 10 ปลาทูน่า มีโปรตีนที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ไขมันต่ำเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีกรดไขมัน EPA และ DHA ที่ช่วยในการทำงานของเซลล์สมอง หากกินคู่กับผักผลไม้สีเขียวและสีเหลืองที่มีแคโรทีนจะช่วยบำรุงสมองและป้องกันมะเร็ง ไม่ควรกินปลาทูน่าคู่กับธัญพืชหรืออาหารจำพวกถั่วที่มีกรดไฟติก เพราะสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะจับตัวกันกลายเป็นสารที่ละลายยาก ขัดขวางการดูดซึมโปรตีนของร่างกาย

อันดับ 9 ไข่ไก่ มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการเกือบทุกชนิด โปรตีนในไข่ให้กรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการ  นอกจากนี้ ยังมีดีเอ็นเอเลซิทิน วิตามินเอและบี การกินไข่ไก่ที่มีวิตามินอีคู่กับผักผลไม้สดที่มีวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างการทำงานของแอนติออกซิแดนต์ ป้องกันโรคมะเร็ง ชะลอความแก่ และบำรุงผิวพรรณ  ไม่ควรกินไข่ไก่คู่กับชาหรือผลไม้บางชนิดที่มีกรดแทนนิก จะทำให้การบีบตัวของลำไส้ช้าลงจนเกิดอาการท้องผูก

อันดับ 8 ถั่วเหลือง (รวมถึงเต้าหู้และน้ำเต้าหู้) อาหารที่ทำจากถั่วเหลืองอุดมไปด้วยกรดอะมิโน แคลเซียมเลซิทิน และสารฟลาโวนอยด์ที่ร่างกายต้องการ ช่วยให้เซลล์สมองเจริญเติบโต ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันมะเร็ง ช่วยชะลอความแก่ เมื่อกินถั่วเหลืองที่มีวิตามินกลุ่มบีคู่กับอาหารจำพวกแป้ง เช่น มันเทศที่เปลี่ยนแป้งเป็นกลูโคสจะช่วยให้กลูโคสถูกเผาผลาญกลายเป็นพลังงานจนหมด ไม่ควรกินถั่วเหลืองที่มีกรดไฟติกคู่กับตับหรือเนื้อสัตว์ที่มีธาตุเหล็ก กรดไฟติกจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง

อันดับ 7 ปวยเล้ง อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคมะเร็งบำรุงเลือด ช่วยให้สมองของเด็กเล็กเจริญเติบโต ชะลอความแก่ของเซลล์ บำรุงรักษาสายตา การกินปวยเล้งที่มีวิตามินเอคู่กับธัญพืช เมล็ดของผลไม้เปลือกแข็งและผักสีเขียวที่มีวิตามินอี จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอได้ดีขึ้น ช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง และชะลอความแก่ แต่หากกินปวยเล้งที่มีกรดออกซาลิกคู่กับปลาที่มีก้างหรือปลาแห้งที่มีแคลเซียม สารทั้ง 2 ชนิดนี้ จะจับตัวกันกลายเป็นสารแคลเซียมออกซาเลต ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายซึ่งอาจทำให้เป็นโรคนิ่วได้

อันดับ 6 ฮ่วยซัว มีสารโดพามีน (dopamine) สารซาโปนิน (saponin) มิวโคโปรตีน (mucoprotein) และเยอร์มาเนียม (germanium) ในฮ่วยซัวช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายหรือเพิ่มจำนวน ปกป้องผนังกระเพาะอาหารและป้องกันโรคมะเร็ง การกินฮ่วยซัวที่มีเส้นใยอาหารคู่กับไข่และนมที่มีกรดทอรีน หรือปลา กุ้ง และหอย ช่วยบำรุงตับและหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอล แต่หากกินฮ่วยซัวที่อุดมไปด้วยแป้งคู่กับชาเข้มหรือผลไม้ที่มีสารแทนนิน สารทั้ง 2 ชนิดจะรวมตัวกันกลายเป็นลิ่มที่ย่อยยาก ผู้มีแก๊สในกระเพาะอาหารไม่ควรกิน เพราะจะทำให้กระเพาะและลำไส้ปั่นป่วน

อันดับ 5 แอปเปิล สุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ เพราะเส้นใยอาหารและโพแทสเซียมในแอปเปิลช่วยให้กระเพาะและลำไส้บีบตัว กระตุ้นให้ของเสียถูกขับออกจากร่างกาย ควบคุมคอเลสเตอรอลชนิดเลว บำรุงเส้นเลือด ลดอัตราการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ป้องกันท้องผูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ กินคู่กับผักสีเขียว เมล็ดของผลไม้เปลือกแข็งและธัญพืชที่มีวิตามินอีธาตุซีลีเนียมในแอปเปิลจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของแอนติออกซิแดนต์และระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง และในแอปเปิลมีกรดแทนนิก จึงไม่ควรกินคู่กับปลาที่มีก้างหรือปลาแห้งที่มีแคลเซียม จะกลายเป็นสารชนิดหนึ่งที่ย่อยยาก ทำให้กระเพาะและลำไส้ปั่นป่วน

อันดับ 4 สาหร่ายทะเล อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ แคลอรีต่ำ มีประโยชน์ในการขจัดสารพิษกระตุ้นเมแทบอลิซึม ลดความเครียดและวิตกกังวล ในสาหร่ายทะเลมีแคลเซียมสูง เมื่อกินคู่กับผักใบเขียว อาหารจำพวกไข่และนมที่มีวิตามินเคจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเคได้ดีขึ้น บำรุงกระดูก กระตุ้นการแข็งตัวของเลือดในขณะเดียวกันสาหร่ายมีไอโอดีน หากกินคู่ผักบางชนิดมีสารไทโอไซยาเนตที่ควบคุมการดูดซึมไอโอดีนของร่างกายติดต่อเป็นเวลานานๆ จะทำให้การทำงานของต่อมไทรอยด์เสียสมดุล

อันดับ 3 มันเทศ อาการท้องผูกเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวข้องกับความเคยชินในชีวิตประจำวัน มันเทศมีเส้นใยที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มย่อยง่าย จึงทำให้ขับถ่ายคล่อง มีส่วนช่วยในการขจัดสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายรวมถึงป้องกันโรคต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็ง มันเทศจึงได้ชื่อว่าเป็นพืชแห่งการต้านมะเร็ง หากกินคู่กับผลไม้เปลือกแข็งและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันจะช่วยให้วิตามินเอในมันเทศดูดซึมได้ดีขึ้น  ไม่ควรกินมันเทศที่อุดมไปด้วยแป้งซึ่งจะทำปฏิกิริยาในทางลบกับกรดแทนนิกที่อยู่ในใบชาและผลไม้บางชนิด เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่ท้องอืดท้องเฟ้อง่าย

อันดับ 2 หอมหัวใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งผัก เพราะมีคุณสมบัติควบคุมสารก่อมะเร็ง อุดมไปด้วยสารเควอซิติน (quercetin) และสารประกอบซัลเฟอร์หลายชนิด ทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายด้าน หากกินคู่กับเนื้อสัตว์หรือเครื่องในสัตว์ที่มีวิตามินบี 1 ช่วยเสริมประโยชน์ของวิตามินบี 1 คลายความเมื่อยล้า กระตุ้นการเจริญเติบโต ไม่ควรกินหอมหัวใหญ่คู่กับผลไม้ที่ไม่ปอกเปลือกซึ่งมีไฟโทโครมเมื่อผ่านการย่อยจะทำให้เกิดสารที่ทำให้ต่อมไทรอยด์บวม

อันดับ 1 ข้าวกล้อง  ข้าวมหัศจรรย์เพื่อสุขภาพ แหล่งพลังงานชั้นยอดอุดมไปด้วยวิตามินกลุ่มบีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเส้นใยอาหารที่ช่วยขจัดสารพิษ ทั้งยังมีแร่ธาตุมากมายรวมทั้งเอนไซม์ที่ช่วยบำรุงสุภาพกายใจ เรียกได้ว่ามีสารอาหารที่ร่างกายต้องการหลายชนิด หากนำมากินคู่กับต้นหอม กระเทียม หอมหัวใหญ่ กุยช่ายที่มีสารอัลลิซิน จะช่วยเสริมประโยชน์ของวิตามินบี 1 คลายความเมื่อยล้า บำรุงผิวพรรณ  ไม่ควรกินข้าวกล้องคู่กับอาหารทะเลที่มีเอนไซม์ย่อยวิตามินบี 1 วิตามินบี 1 ในข้าวกล้องจะถูกทำลาย หากกินในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายเมื่อยล้าและอารมณ์ฉุนเฉียว

ในอาหารจะมีสารอาหารหลายประเภทที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ละประเภทมีประโยชน์แตกต่างกัน หากรับเข้าสู่ร่างกายน้อยหรือมากเกินไป ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคได้ อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการกินคือสมดุลของสารอาหาร การกินให้ตรงเวลา และกินในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้น การรับสารอาหารเข้าสู่ร่างกายและคงให้อยู่ในสภาพสมดุลจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการทำให้ร่างกายแข็งแรง และเมื่อเรายอมรับว่าอาหารมีอิทธิพลต่อสุขภาพ เราจึงควรเรียนรู้วิธีกินที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด

แหล่งที่มา : www.sanook.com




banner