หลังจากที่เก็บตัวเงียบไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ กับกระแสดราม่าเตรียมแต่งแฟนหนุ่ม “ฤทธิ์ กาไชย” สายฟ้าแล่บ ทั้งๆ ที่เพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือน จนทำให้มีข่าวเม้าท์ให้แซ่ดว่าเจ้าตัวตั้งท้องแล้วหรือเปล่า และที่แซ่บสุดคงเป็นเรื่องครอบครัวฝ่ายชายไม่ปลื้ม ถึงกับยื่นคำขาดให้เลิกคบ ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดออกมาจากกองมรดกทันที ล่าสุด “เนย วรัฐฐา” หรือ “เนย เนโกะจัมพ์” ก็ได้ออกมาเผยให้ฟังว่า เรื่องที่จะแต่งสายฟ้าแล่บคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเธอแค่คุยเล่นกับแฟน แต่ไม่ได้บอกว่าจะต้องแต่งเลย ส่วนเรื่องครอบครัวฝ่ายชายนั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร เพราะตอนนี้กระแสเงียบไปแล้วไม่อยากพูดอะไรให้เป็นประเด็นเพิ่มอีก หมดสัญญาจากค่ายแล้วแต่งงานเลยไหม? “(ยิ้ม) อีกสักพักนึงไหมค่ะ รอดูไปก่อน” หรือว่ารอเขามาขอ? “ก็ไม่ได้รอขอหรอกค่ะ ไปเรื่อยๆ เราพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” คนตกใจข่าวว่าเราจะสละโสดแบบสายฟ้าแล่บ มีคนมาถามเยอะไหม? “เยอะค่ะ คนก็ชอบถาม คือมันมาจากที่แต่ก่อนเนยชอบพูดว่าอยากแต่งงาน แต่สำหรับเนยตอนนี้ก็ไม่รู้สิ ถ้ามันไปถึงจุดที่แต่งเราก็คงไม่ได้ลังเลก็คงแต่งเลย แต่ตอนนี้มันยังไม่ได้ไปถึงจุดนั้นขนาดนั้น” กับฤทธิ์ยังมีคุยเรื่องแต่งงานกันไหม? “มันก็เป็นเหมือนคุยเล่นๆ ชิลๆ ประมาณว่าเราจะแต่งงานกันไหม หรืออนาคตเราจะยังไง เราอายุเท่าไหร่แล้วก็ต้องมีคุยเรื่องพวกนี้บ้าง แต่ว่ามันจะเป็นตามนั้นไหมก็ต้องไปเรื่อยๆ” ตอนนี้จบปัญหาคนอื่นๆ ไม่ปลื้มหรือยัง ที่ไม่ออกมาตอบทำให้คนคิดว่าครอบครัวฝ่ายชายไม่ชอบเรา? “อันนี้ไม่มีอะไร จริงๆ ตอนนั้นที่มีข่าวว่าจะแต่งงานกันหรืออะไรต่างๆ เราก็ยังไม่ได้แพลนเป๊ะหรือมีวัน จริงๆ ตอนนั้นเนยไม่รู้ว่าข่าวมันออกไปได้ยังไงว่าเนยจะแต่งงาน คือเราแค่เหมือนคุยกับแฟนเล่นๆ เพ้อๆ ไป แต่มันก็กลายเป็นว่าเราจะแต่งงานทันที มันก็ไม่ใช่ค่ะ” มีโอกาสเจอครอบครัวเขาบ้างไหม? “ก็ยังไม่ได้เจอเท่าไหร่ ถามว่าจะเข้าไปคุยหรือเคลียร์ไหมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ข่าวก่อนหน้านี้ออกมาค่อนข้างแรงจะเคลียร์ไหม? “จริงๆ ไม่ได้มีอะไร ไม่ได้รุนแรงขนาดในข่าว” ณ ตอนนี้ต้องปรับตัวให้เข้ากับบ้านเขาไหม? “เนยก็พยายามปรับตัวหลายอย่าง เพราะการมีแฟนเนยเองก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะเนยเป็นคนค่อนข้างรักอิสระ ก็ยอมรับว่าเหนื่อย (ยิ้ม) เพราะเนยเป็นคนที่แบบอะไรๆ ก็ตัวเอง” ท้อไหมกับรักครั้งนี้? “ไม่ค่อยท้อ ปล่อยไปตามยถากรรม” หลายคนมองว่าครอบครัวเขามีปัญหาใหญ่กับเรา ฤทธิ์ช่วยไกล่เกลี่ยไหม? “เขาก็ให้กำลังใจเรา ก็พยายามพูดคุยกัน” ใจเราอยากไปเคลียร์บ้านเขาให้จบไหม? “เนยรู้สึกว่าตอนนี้กระแสข่าวมันจบไปแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรแล้ว ก็เลยไม่อยากไปเปิดประเด็นหรือว่าทำอะไรอีก” ตอนมีข่าวว่าครอบครัวจะตัดฤทธิ์ออกจากบ้านตอนนี้สัมพันธ์เขายังดีอยู่ไหม? “เนยคิดว่าตระกูลหรือคุณพ่อคุณแม่พี่ฤทธิ์คงไม่ตัดลูกตัวเองหรอกค่ะ คือใครจะตัดลูกตัวเองได้ลง” แต่มันก็มีดราม่าว่าครอบครัวเขาสั่งให้เลิกกับเราไหม? “ไม่มีค่ะ” เรามองเรื่องงานแต่งกับฤทธิ์ แต่พอไม่ได้คุยกับครอบครัวเขามันจะไปทิศทางไหน? “เนยรู้สึกว่าบางทีมันต้องใช้เวลา อย่างตอนนั้นที่ข่าวออกมาเนยเพิ่งคบกับพี่เขาไม่นาน คือมันต้องใช้เวลาไปเรื่อยๆ ในการที่จะปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย รวมถึงความสัมพันธ์ด้วย การที่เราจะไปถึงวันแต่งงานหรือได้ใช้ชีวิตกับอีกคนหนึ่งมันต้องใช้เวลาพิสูจน์อะไรหลายๆ อย่าง” เราต้องพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวเขาไหม? “คงไม่ได้ถึงขนาดต้องทำอะไรเพื่อพิสูจน์อะไร เนยก็มั่นใจว่าเป็นประชาชนคนดีคนหนึ่ง เราก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายหรือแย่ แต่บางทีต้องใช้เวลาเรียนรู้กัน ดูจังหวะด้วย กับพี่ฤทธิ์เองยังต้องศึกษากันและมีทะเลาะกันบ้างเลย ผู้ใหญ่ก็คงต้องเหมือนกัน ไม่ใช่เขาจะมองเราดีทันทีเลย” คบกันนานเท่าไหร่? “ประมาณ 7-8 เดือนแล้ว” เขาพิสูจน์ยังไงบ้างที่จะทำให้เรามองเขาเป็นเจ้าบ่าว? “เนยก็ไม่รู้ ตอนนี้เนยรู้สึกว่าเราอยู่ในพื้นฐานการคบกันที่เราไว้เนื้อเชื่อใจกัน และถ้าเราอยากจะมีชีวิตคู่เราต้องไว้ใจซี่งกันและกัน ไม่ใช่มานั่งระแวงกัน ถามว่ามั่นใจไหมเราไม่สามารถรู้อนาคตได้หรอก เราตอบไม่ได้ แต่ตอนนี้เราก็มั่นใจในปริมาณที่มันใช่มันโอเค” ตอนนี้ยังคุยเรื่องงานแต่งอยู่ไหม? “ตอนนี้ก็ไม่ได้คุยอะไรขนาดนั้น ตอนนี้เราโฟกัสเราคบกันแฮปปี้ ปรับจูนเข้าใจกันมากกว่า” ยังไม่ฟ้าแล่บปีหน้านะ? “ไม่น่าจะฟ้าแล่บค่ะ” ก่อนหน้านี้ที่บอกจะแต่งเพราะเรามีน้อง? “ไม่ได้มีค่ะ” แม่เราให้หยุดคบฤทธิ์ไหม? “ไม่นะคะแม่ รู้ว่าเนยเป็นคนค่อนข้างเข้มแข็งรู้ว่าเนยโอเคอยู่แล้ว แต่เนยกังวลคนรอบข้างเนยมากกว่า คือเนยรู้ว่าทุกคนรู้ว่าเนยโอเคแต่เนยห่วงคนรอบข้างที่ต้องเจอหรือฟังอะไรแบบนี้” แม่เราถามไหมที่มีข่าวบ้านเขาไม่ปลื้มเรา? “ถามเป็นธรรมดาเพราะว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้เนยก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน” ด้านแจมได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่า…. “มันเหมือนคนคิดกันไปต่อพอบอกว่าจะแต่งงานก็คิดว่าเร็วเพราะว่าต้องแบบนี้ค่ะ” แจมให้กำลังใจยังไง? “ก็บอกเนยว่าไม่ต้องไปอ่านตามอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องอ่านคอมเม้นต์ เพราะบางทีคนก็มองว่าเป็นนักร้องเซ็กซี่ก็ต้องนิสัยไม่ดี มันเป็นฟิวนั้นก็เลยช่างมันดีกว่า เนยเองก็มีบอกทำไมจะมีแฟนทั้งทีมันเหนื่อยจัง เนยไม่ร้องไห้เลยแต่เราอ่านข่าวแล้วจะร้องไห้ตาม เพราะรู้สึกว่าเจออะไรที่มันหนักเกิน เห็นแล้วเลยรู้สึกว่าไม่อยากให้เนยเจออะไรแบบนี้” โก๊ะตี๋ จัดเซอร์ไพรส์!! ขอแฟนแต่งงานที่มัลดีฟส์ โก๊ะตี๋ จัดเซอร์ไพรส์!! ขอแฟนแต่งงานที่มัลดีฟส์ ตั้งใจจัดทริปไปเที่ยวเพื่อขอหวานใจสาวนอกวงการแต่งงาน สำหรับตลกหนุ่มอารมณ์ดี “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ซึ่งล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอเจ้าตัวจึงได้อัพเดตถึงเรื่องราวทั้งหมด โดยโก๊ะตี๋ได้เผยให้ฟังว่า ทริปนี้ตนตั้งใจไว้ล่วงหน้านานแล้ว แต่ด้วยเพราะเหตุการณ์ของบ้านเมืองในช่วงนี้จึงทำให้คิดว่ายังไม่เหมาะสมที่จะเซอร์ไพรส์อะไรใหญ่โต ซึ่งตนกับแฟนขอเวลาเก็บเงินอีกหนึ่งปี แล้วคาดว่าจะสละโสดในปี 2561 “เราไปเที่ยวมัลดีฟส์กัน มีดีเจต้นหอมและมีผู้ชายของเขาไปด้วยครับ ทริปนี้ผมจองล่วงหน้าไปประมาณ 4-5 เดือน ตัดสินใจว่าอยากจะขอเขาแต่งงานที่นั่น แต่มาเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียของแผ่นดินไทย ก็ไปกันเงียบๆ คือ จ่ายค่าตั๋วไปแล้ว พิธีขอแต่งงานก็ไม่มีอะไรมากมาย แหวนวงเดียวกับดอกไม้ช่อเล็กๆ ที่เขาหาให้ในมัลดีฟส์แหละ ผมเตรียมแหวนไปเป็นการขอเขาแต่งงานเล็กๆ คุยกันว่าเราแต่งงานกันนะ ไม่ได้พูดอะไรมาก เราก็บอกกับครอบครัวของเขาแล้วว่าจะมาขอกวางแต่งงานที่นั่น เราก็โตแล้ว อยู่ในวัยที่น่าจะมีครอบครัวได้แล้ว” วินาทีนั้นตื่นเต้นไหม? “ตื่นเต้นนะ มันเป็นการเซอร์ไพรส์เขา ไปช่วงวันเกิดของพี่ต้นหอมพอดี แล้วพนักงานโรงแรมก็มาถามว่าตกลงใครจะขอใครแต่งงานเหรอบนโต๊ะกับข้าวที่เรากำลังกินข้าวอยู่ เราก็อึ้ง ก็มีพี่คนหนึ่งไปบอกว่าไม่ใช่ เป็นเซอร์ไพรส์วันเกิด กลายเป็นว่าพี่ต้นหอมก็รู้ว่าจะไม่เซอร์ไพรส์วันเกิด ถามว่าตอนนั้นกลัวแผนแตกไหม ก็ไม่เป็นไร ชีวิตของคนสองคนมันไม่ได้อยู่กับเรื่องแผนหรอก” ตอนแรกที่วางแผนไว้กะให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน? “ก็อยากให้เขาประทับใจที่สุด เขาก็โอเค เอาจริงๆ ตอนที่ขอแต่งงาน เขายังรู้สึกน้อยกว่าตอนที่ผมเอาดอกไม้ไปเซอร์ไพรส์ในวันเกิดของเขาซะอีก คือ ล่าสุดวันเกิดของเขาที่ผ่านมาเรางอนกัน เราโกหกว่าจะไปทำงานต่างจังหวัด เขาก็บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวไปกินข้าวกับพี่ๆที่ออฟฟิศ วันนั้นที่เราไปเซอร์ไพรส์เขาร้องไห้ด้วย แต่ว่าวันที่ขอแต่งงานก็มีน้ำตาซึม เขาก็ตอบเซเยส” วางแผนแต่งงานปีไหน? “ผมตั้งใจว่าปี 60 จะตั้งใจทำงานทั้งปี แล้วต้นปี 61 ก็อยากจะแต่งเลย ขอแต่งล่วงหน้าไว้ก่อนเพราะว่าเดี๋ยวมีคนอื่นมาขอแซงหน้า ปีหน้าก็จะเป็นปีที่หฤโหดของผม ตั้งใจทำงานก็จะมีไปคุยเรื่องธุรกิจที่จะไปเปิดที่ญี่ปุ่น วางรากฐานให้แข็งแรง ไม่อยากให้เขาอายใคร” “ถามว่างานจะอลังการไหม ผมไม่รู้ว่าอลังการจะไปเทียบกับของใครล่ะ แต่มันก็เป็นความพึงพอใจของเราสองคนและญาติพี่น้องของเขาและญาติพี่น้องของเรา ชีวิตของคู่รักมันไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งงาน บางคนได้รับน้ำสังข์พระราชทานก็เลิกกันเยอะแยะ บางคนจัดงานใหญ่โตหลายล้านก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ผมว่ามันเป็นความพึงพอใจของคนสองคน สถานที่หรืองานแต่งงานมันไม่ได้บ่งบอกว่าคุณจะอยู่กันยืดยาวมากแค่ไหน” ช่วงนี้ดูผอมลงลดน้ำหนักเพื่องานแต่งหรือเปล่า? “ผมตั้งใจลดอยู่แล้ว เพราะเมื่อปีที่แล้วไปหาหมอ หมอบอกว่าถ้าโก๊ะตี๋ไม่ลดน้ำหนักตายไวนะ เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือดมาหมดพร้อมจะสิ้นใจได้ตลอดเวลา กลับบ้านมากินข้าวกับแม่แล้วมองหน้าแม่ ก็บอกกับตัวเองว่าเราจะตายก่อนแม่ไม่ได้ เมื่อก่อนผมพยายามลดน้ำหนักมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยทำสำเร็จ แต่ครั้งนี้มีแรงบันดาลใจคือแม่ มองหน้าแม่ทุกครั้งเราต้องแข็งแรง ต้องอยู่ดูแลแม่ ถ้าเราตายไม่มีใครดูแลแม่เราได้ดีเท่าเราแน่นอน” “เวลาที่เหนื่อยและท้อหรือเวลาจะตบะแตกในการกิน ไม่มีระเบียบวินัยในการออกกำลังกายก็จะนึกถึงหน้าแม่ สุขภาพตอนนี้ดีทุกอย่างไม่มีโรคใดใดทั้งสิ้น น้ำหนักลดไป 26 กิโลกรัม จาก 96 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 70 กิโลกรัม ผมตั้งเป้ากับตัวเองว่าจะให้เหลือ 65 กิโลกรัม ปี 60 จะให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ตั้งเป้าให้มีซิกซ์แพ็กนั่นแหละ แต่จะถึงหรือเปล่าก็จะทำให้ดีที่สุด” ก่อนหน้านี้มีปัญหาการมีลูกยาก? “ตอนนี้ก็ยังมีไม่ได้ แล้วอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะมีได้หรือเปล่า รักษาตัวให้เต็มที่ ดูแลตัวเอง เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน วัยเดียวกับเราเขามีลูกกันหมดแล้ว กระแต(ศุภักษร) เป้ย(ปานวาด) พี่เบนซ์(พรชิตา)พี่เอ๋ พรทิพย์ ลูกเขาจะโตกันหมดแล้ว ดูไอจีกดไลก์แต่ลูกดารา ชีวิตตัวเองอยากมีลูกสักคนให้แม่อุ้มหลานก่อนที่ท่านจะจากไป แต่ถ้ามีไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะผมเคยนอยด์ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเคยอยากมีลูก แล้วหมอบอกว่ามีไม่ได้ ผมเคยเสียใจไปแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับครั้งนี้ธรรมดาครับ ถามว่าเสียใจไหมก็เสียใจ พยายามดูแลตัวเองให้เต็มที่ จะมีได้หรือไม่ได้ก็ลองอีกสักตั้งหนึ่ง” “ตอนนี้กินฮอร์โมนทุกวัน และฉีดฮอร์โมนเพศชายสามเดือนฉีดทีหนึ่ง ถ้าจะมีก็ต้องให้ร่างกายมันแข็งแรงกว่านี้ และต้องให้ยาอาทิตย์หนึ่งสองชนิด ชนิดละสองเข็ม อาทิตย์ละสี่แสนเตรียมไว้เลยไม่ใช่ตอนนี้ คือถ้าจะมีลูกนะ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีได้หรือเปล่า ต้องทำร่างกายให้พร้อม ส่วนว่าจะใช้ระยะเวลาแค่ไหนก็ไม่แน่ใจ หมอบอกว่าอาจจะปีหนึ่ง ไม่รู้ว่าให้ไปจะได้หรือเปล่า เพราะว่าตอนเด็กๆเราไม่ได้รับการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนมาตั้งแต่เด็กๆ เงินจำนวนเยอะขนาดไหนเรามีแม่และครอบครัวที่ต้องดูแล แต่ถ้ามีลูกได้สักคนก็อยากมีแต่ถ้ามีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” แฟนว่ายังไง? “เขาเข้าใจ คุยกันมาตั้งแต่ปีแรกๆ ตอนแรกเขาก็ไม่อยากมีหรอก ก็คงจะไม่ถึงกับไปรับอุปการะเด็ก หรือไปเอาเชื้อคนอื่นมาก็คงไม่ เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม นิสัยพ่อแม่เขาเป็นยังไงก็ไม่รู้ ถ้าจะมีลูกขอให้เลือดเนื้อเชื้อไขมาจากตัวเราดีกว่า” อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

ธันวาคม 23, 2016 9:01 am โดย admin
0
303
โก๊ะตี๋ จัดเซอร์ไพรส์!! ขอแฟนแต่งงานที่มัลดีฟส์

โก๊ะตี๋ จัดเซอร์ไพรส์!! ขอแฟนแต่งงานที่มัลดีฟส์

ตั้งใจจัดทริปไปเที่ยวเพื่อขอหวานใจสาวนอกวงการแต่งงาน สำหรับตลกหนุ่มอารมณ์ดี ซึ่งล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอเจ้าตัวจึงได้อัพเดตถึงเรื่องราวทั้งหมด โดยโก๊ะตี๋ได้เผยให้ฟังว่า ทริปนี้ตนตั้งใจไว้ล่วงหน้านานแล้ว แต่ด้วยเพราะเหตุการณ์ของบ้านเมืองในช่วงนี้จึงทำให้คิดว่ายังไม่เหมาะสมที่จะเซอร์ไพรส์อะไรใหญ่โต ซึ่งตนกับแฟนขอเวลาเก็บเงินอีกหนึ่งปี แล้วคาดว่าจะสละโสดในปี 2561

“เราไปเที่ยวมัลดีฟส์กัน มีดีเจต้นหอมและมีผู้ชายของเขาไปด้วยครับ ทริปนี้ผมจองล่วงหน้าไปประมาณ 4-5 เดือน ตัดสินใจว่าอยากจะขอเขาแต่งงานที่นั่น แต่มาเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียของแผ่นดินไทย ก็ไปกันเงียบๆ คือ จ่ายค่าตั๋วไปแล้ว พิธีขอแต่งงานก็ไม่มีอะไรมากมาย แหวนวงเดียวกับดอกไม้ช่อเล็กๆ ที่เขาหาให้ในมัลดีฟส์แหละ ผมเตรียมแหวนไปเป็นการขอเขาแต่งงานเล็กๆ คุยกันว่าเราแต่งงานกันนะ ไม่ได้พูดอะไรมาก เราก็บอกกับครอบครัวของเขาแล้วว่าจะมาขอกวางแต่งงานที่นั่น เราก็โตแล้ว อยู่ในวัยที่น่าจะมีครอบครัวได้แล้ว”

วินาทีนั้นตื่นเต้นไหม?
“ตื่นเต้นนะ มันเป็นการเซอร์ไพรส์เขา ไปช่วงวันเกิดของพี่ต้นหอมพอดี แล้วพนักงานโรงแรมก็มาถามว่าตกลงใครจะขอใครแต่งงานเหรอบนโต๊ะกับข้าวที่เรากำลังกินข้าวอยู่ เราก็อึ้ง ก็มีพี่คนหนึ่งไปบอกว่าไม่ใช่ เป็นเซอร์ไพรส์วันเกิด กลายเป็นว่าพี่ต้นหอมก็รู้ว่าจะไม่เซอร์ไพรส์วันเกิด ถามว่าตอนนั้นกลัวแผนแตกไหม ก็ไม่เป็นไร ชีวิตของคนสองคนมันไม่ได้อยู่กับเรื่องแผนหรอก”

ตอนแรกที่วางแผนไว้กะให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน?
“ก็อยากให้เขาประทับใจที่สุด เขาก็โอเค เอาจริงๆ ตอนที่ขอแต่งงาน เขายังรู้สึกน้อยกว่าตอนที่ผมเอาดอกไม้ไปเซอร์ไพรส์ในวันเกิดของเขาซะอีก คือ ล่าสุดวันเกิดของเขาที่ผ่านมาเรางอนกัน เราโกหกว่าจะไปทำงานต่างจังหวัด เขาก็บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวไปกินข้าวกับพี่ๆที่ออฟฟิศ วันนั้นที่เราไปเซอร์ไพรส์เขาร้องไห้ด้วย แต่ว่าวันที่ขอแต่งงานก็มีน้ำตาซึม เขาก็ตอบเซเยส”

วางแผนแต่งงานปีไหน?
“ผมตั้งใจว่าปี 60 จะตั้งใจทำงานทั้งปี แล้วต้นปี 61 ก็อยากจะแต่งเลย ขอแต่งล่วงหน้าไว้ก่อนเพราะว่าเดี๋ยวมีคนอื่นมาขอแซงหน้า ปีหน้าก็จะเป็นปีที่หฤโหดของผม ตั้งใจทำงานก็จะมีไปคุยเรื่องธุรกิจที่จะไปเปิดที่ญี่ปุ่น วางรากฐานให้แข็งแรง ไม่อยากให้เขาอายใคร”

“ถามว่างานจะอลังการไหม ผมไม่รู้ว่าอลังการจะไปเทียบกับของใครล่ะ แต่มันก็เป็นความพึงพอใจของเราสองคนและญาติพี่น้องของเขาและญาติพี่น้องของเรา ชีวิตของคู่รักมันไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งงาน บางคนได้รับน้ำสังข์พระราชทานก็เลิกกันเยอะแยะ บางคนจัดงานใหญ่โตหลายล้านก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ผมว่ามันเป็นความพึงพอใจของคนสองคน สถานที่หรืองานแต่งงานมันไม่ได้บ่งบอกว่าคุณจะอยู่กันยืดยาวมากแค่ไหน”

 

ช่วงนี้ดูผอมลงลดน้ำหนักเพื่องานแต่งหรือเปล่า?
“ผมตั้งใจลดอยู่แล้ว เพราะเมื่อปีที่แล้วไปหาหมอ หมอบอกว่าถ้าโก๊ะตี๋ไม่ลดน้ำหนักตายไวนะ เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือดมาหมดพร้อมจะสิ้นใจได้ตลอดเวลา กลับบ้านมากินข้าวกับแม่แล้วมองหน้าแม่ ก็บอกกับตัวเองว่าเราจะตายก่อนแม่ไม่ได้ เมื่อก่อนผมพยายามลดน้ำหนักมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยทำสำเร็จ แต่ครั้งนี้มีแรงบันดาลใจคือแม่ มองหน้าแม่ทุกครั้งเราต้องแข็งแรง ต้องอยู่ดูแลแม่ ถ้าเราตายไม่มีใครดูแลแม่เราได้ดีเท่าเราแน่นอน”

“เวลาที่เหนื่อยและท้อหรือเวลาจะตบะแตกในการกิน ไม่มีระเบียบวินัยในการออกกำลังกายก็จะนึกถึงหน้าแม่ สุขภาพตอนนี้ดีทุกอย่างไม่มีโรคใดใดทั้งสิ้น น้ำหนักลดไป 26 กิโลกรัม จาก 96 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 70 กิโลกรัม ผมตั้งเป้ากับตัวเองว่าจะให้เหลือ 65 กิโลกรัม ปี 60 จะให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม ตั้งเป้าให้มีซิกซ์แพ็กนั่นแหละ แต่จะถึงหรือเปล่าก็จะทำให้ดีที่สุด”

ก่อนหน้านี้มีปัญหาการมีลูกยาก?
“ตอนนี้ก็ยังมีไม่ได้ แล้วอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะมีได้หรือเปล่า รักษาตัวให้เต็มที่ ดูแลตัวเอง เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน วัยเดียวกับเราเขามีลูกกันหมดแล้ว กระแต(ศุภักษร) เป้ย(ปานวาด) พี่เบนซ์(พรชิตา)พี่เอ๋ พรทิพย์ ลูกเขาจะโตกันหมดแล้ว ดูไอจีกดไลก์แต่ลูกดารา ชีวิตตัวเองอยากมีลูกสักคนให้แม่อุ้มหลานก่อนที่ท่านจะจากไป แต่ถ้ามีไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะผมเคยนอยด์ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเคยอยากมีลูก แล้วหมอบอกว่ามีไม่ได้ ผมเคยเสียใจไปแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับครั้งนี้ธรรมดาครับ ถามว่าเสียใจไหมก็เสียใจ พยายามดูแลตัวเองให้เต็มที่ จะมีได้หรือไม่ได้ก็ลองอีกสักตั้งหนึ่ง”

“ตอนนี้กินฮอร์โมนทุกวัน และฉีดฮอร์โมนเพศชายสามเดือนฉีดทีหนึ่ง ถ้าจะมีก็ต้องให้ร่างกายมันแข็งแรงกว่านี้ และต้องให้ยาอาทิตย์หนึ่งสองชนิด ชนิดละสองเข็ม อาทิตย์ละสี่แสนเตรียมไว้เลยไม่ใช่ตอนนี้ คือถ้าจะมีลูกนะ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีได้หรือเปล่า ต้องทำร่างกายให้พร้อม ส่วนว่าจะใช้ระยะเวลาแค่ไหนก็ไม่แน่ใจ หมอบอกว่าอาจจะปีหนึ่ง ไม่รู้ว่าให้ไปจะได้หรือเปล่า เพราะว่าตอนเด็กๆเราไม่ได้รับการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนมาตั้งแต่เด็กๆ เงินจำนวนเยอะขนาดไหนเรามีแม่และครอบครัวที่ต้องดูแล แต่ถ้ามีลูกได้สักคนก็อยากมีแต่ถ้ามีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

แฟนว่ายังไง?
“เขาเข้าใจ คุยกันมาตั้งแต่ปีแรกๆ ตอนแรกเขาก็ไม่อยากมีหรอก ก็คงจะไม่ถึงกับไปรับอุปการะเด็ก หรือไปเอาเชื้อคนอื่นมาก็คงไม่ เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม นิสัยพ่อแม่เขาเป็นยังไงก็ไม่รู้ ถ้าจะมีลูกขอให้เลือดเนื้อเชื้อไขมาจากตัวเราดีกว่า”