สรุปประเด็นสำคัญงาน Facebook F8 (2018) : เพิ่มความเป็นส่วนตัว, สะดวกสบาย, AR และ AI

พฤษภาคม 7, 2018 4:55 am โดย admin
0
48

งานประชุมนักพัฒนา Facebook F8 ประจำปี 2018 นี้ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 พฤษภาคม 2018 ที่เมืองแซนโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ได้ขึ้นกล่าวคีย์โน๊ต ซึ่งมีบางส่วนที่ตอบสนองต่อผู้ใช้หลังเกิดเหตุการณ์ข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลเมื่อเดือนมีนาคม 2018 ที่ผ่านมา และมีอีกหลายสิ่งที่น่าสนใจ ดังนี้

FACEBOOK ฟีเจอร์ใหม่ : Clear History

ทันทีที่เริ่มคีย์โน๊ตเปิดงาน F8 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ที่เรียกว่า Clear History ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ Facebook เห็นข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์และแอปที่เข้าไปใช้งานได้ รวมถึงลบข้อมูลเหล่านี้ออกจากบัญชีผู้ใช้ Facebook และสามารถปิดการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ Third Party ได้

ฟีเจอร์ Watch Party

Watch Party เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ Facebook อนุญาตให้ผู้ใช้ดูวิดีโอ Live สด และแชทไปพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มได้

ฟีเจอร์ Upvote และ Downvote

นอกเหนือจากการใช้ฟีเจอร์กดรยกนิ้วโป้ง (กด Like) สำหรับโพสต์ต่างๆแล้ว ล่าสุด Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์การ Upvote และ Downvote สำหรับบางคอมเมนท์ด้วย เพื่อช่วยให้คอมเมนท์ที่มีประโยชน์นั้นได้รับการมองเห็นมากขึ้น

เพิ่มศักยภาพให้ Facebook Groups

Facebook เชื่อว่า Groups เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสร้างสุดเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ Facebook จะเพิ่มแท็บ Groups ลงบนแอป ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและติดต่อกับ Groups อื่นๆได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้ใน Groups ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Watch Party รวมกับสมาชิกกลุ่มอื่นๆได้อีกด้วย

ฟีเจอร์หาคู่ Facebook Dating

Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์หาคู่สำหรับผู้ใช้ราว 200 ล้านยูสเซอร์ที่เป็นโสดอยู่ ซึ่งฟีเจอร์หาคู่ (Dating) นี้ จะให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและแสดงความคิดเห็นต่ออีเวนท์ต่างๆ ที่สนใจ จากนั้นผู้ใช้คนอื่นอยู่ในอีเวนท์เดียวกันก็จะสามารถส่งข้อความมาหาได้

การส่งข้อความนี้จะแยกออกจากแอป Messenger และ WhatsApp โดยจะเป็นการพิมพ์ข้อความเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัว ไม่ให้เพื่อนของผู้ใช้สามารถเข้ามาดูโปรไฟล์หาคู่ของผู้ใช้ได้ด้วย

ฟีเจอร์ Crisis Response แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน

เมื่อปีก่อน Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์ Safety Check สำหรับแจ้งให้เพื่อนๆหรือคนที่รักทราบว่าผู้ใช้นั้นปลอดภัยหลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น และในปี 2018 นี้ Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์ Crisis Response เพื่อให้ผู้ใช้ได้รายงานเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

INSTAGRAM Explore ใหม่

หน้า Explore แบบใหม่นี้ จะเพิ่มประเภทของหัวข้อเพื่อให้ผู้ใช้สามารถหาสิ่งที่สนใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลการค้นหาด้วย AI

ฟีเจอร์ใหม่ : Video chat

Instagram จะเพิ่มฟีเจอร์ Video Chat เข้ามา โดยจะใช้ผ่านทาง Direct สำหรับการแชทแบบตัวต่อตัว หรือแบบกลุ่ม เช่นเดียวกับฟีเจอร์ Watch Party ของ Facebook

กรองคอมเมนท์ที่ “กลั่นแกล้ง” ผู้ใช้ออก

การกรองนี้จะใช้ Machine Learning หรือ AI ช่วยในการค้นหาและลบคอมเมนท์ที่ไม่เหมาะสมออกไป

AR Camera Effects

เป็นแพลทฟอร์มสำหรับใส่เอฟเฟ็กต์ AR ลงในการถ่ายภาพ ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้าง AR เฉพาะของตนเองได้ และจะสามารถใช้ฟิลเตอร์ AR ต่างๆได้จากการติดตามผู้ที่สร้าง AR นั้นๆ

WHATSAPP ฟีเจอร์ Group Video Calling และสติกเกอร์

WhatsApp ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่คือ Group Video Calling ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อกับเพื่อนๆและครอบครัวจากทั่วทุกมุมโลกได้ง่ายยิ่งขึ้น

และฟีเจอร์สติกเตอร์ ที่จะเพิ่มสีสันในการสนทนาได้เป็นอย่างดี

WhatsApp Business

WhatsApp Business ได้รับการเปิดตัวมาตั้งแต่เมื่อปี 2017 โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กสามาถพูดคุยกับผู้ใช้ผ่านแพลทฟอร์มนี้ได้ และในปี 2018 นี้ WhatsApp จะเริ่มทดสอบกับธุรกิจขนาดใหญ่บ้าง

MESSENGER ฟีเจอร์ M Translations

M Translations เข้ามาช่วยเหลือในส่วนการขายของใน Marketplace โดยจะสามารถแปลภาษาในการสนทนาได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งในขณะนี้เริ่มให้ใช้ในสหรัฐอเมริกาแล้ว และรองรับการแปลเฉพาะภาษาอังกฤษกับสเปนเท่านั้น

ปลั๊กอิน Customer Chat

เป็นปลั๊กอินใหม่สำหรับเว็บไซต์ Third Party โดยผู้ใช้จะสามารถใช้ Messenger ติดต่อทางธุรกิจได้จากหน้าโฮมเพจของเว็บไซต์

ใช้งานง่ายขึ้น และเพิ่มโหมด Dark

ในปี 2018 นี้ Messenger จะได้รับการปรับปรุงให้ดูเรียบง่ายและใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงการเพิ่มโหมด Dark ด้วย

ฟีเจอร์ AR

บริษัทต่างๆสามารถสร้างเอฟเฟกต์ AR ในรูปแบบต่างๆได้ เพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้ามาชมผลิตภัณฑ์ต่างๆของตน

OCULUS GO

Facebook ได้ใช้เวทีงาน F8 ในการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ล่าสุด นั่นคือ Oculus Go โดยมีราคาอยู่ที่ 199 เหรียญ (ประมาณ 6,600 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 32 GB และ 249 เหรียญ (ประมาณ 8,200 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 64 GB

Oculus Go เป็นอุปกรณ์ VR สวมศีรษะแบบ Stand-Alone โดยหวังจะเข้าถึงผู้ใช้ให้มากขึ้น และทาง Facebook ได้ร่วมมือกับบริษัทของเล่นชั้นนำอย่าง Hasbro ในการสร้างเกมกระดานอบบ VR และมีแอปกว่า 1,000 แอป ที่รองรับการทำงาร่วมกับ Oculus Go แล้วในขณะนี้

VR (Virtual Reality)

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ VR เป็นสื่อในการสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม โดยได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เกี่ยวกับ VR ดังนี้

Oculus Venues

Oculus Venues เป็นการแชร์ประสบการณ์ VR ร่วมกับเพื่อนที่ใช้ Oculus Go ด้วยกัน เพื่อขยายขอบเขตของประสบการณ์ VR ให้กว้างไกลขึ้น อีกทั้งยังมีเนื้อหาพิเศษเฉพาะ Oculus Venues เช่น การชมคอนเสิร์ตแบบ VR หรือการดูโชว์แบบ VR เป็นต้น

สร้างภาพ 3D

ในช่วงซัมเมอร์นี้ Facebook จะเปิดตัวฟีเจอร์ในการโพสต์ภาพแบบ 3 มิติ ลงบนฟีดข่าว

จากสิ่งที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Facebook ยังคงมีวิสัยทัศน์ในด้านการเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านบริการในรูปแบบต่าง โดยได้รับการปรับปรุงให้มีความปลอดภัยและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น การการมาถึงของเทคโนโลยี AR, VR และ AI ก็มีส่วนช่วยในการยกระดับ Facebook ได้อีกขั้นหนึ่ง