สมบัติล้ำค่า…ผ้าห่มพระราชทานในเหตุไฟไหม้บ้านโป่ง 62 ปีก่อน ที่รักษาไว้อย่างดี

ตุลาคม 7, 2017 9:55 am โดย admin
0
10

สมบัติอันล้ำค่า เผยภาพผ้าห่มพระราชทานในเหตุไฟไหม้บ้านโป่ง ที่ถูกเก็บไว้อย่างดี แม้เวลาจะผ่านมานาน 62 ปีแล้ว

วันที่ 7 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ได้ภาพและเรื่องราวแห่งความทรงจำจากครอบครัวของหนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในตลาดบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดย นายธงชัย จงสถาพรพันธุ์ อายุ 30 ปี ผู้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 183 ถนนแสงชูโต เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2497 นางสาวกำฟ้า จงสถาพรพันธุ์ ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 17 ปี เป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งของพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลือราษฎร์ชาวบ้านโป่งที่ประสบเหตุไฟไหม้ จากนั้นหลังนางสาวกำฟ้าได้เสียชีวิตเมื่อราวปี 2558 ครอบครัวของตนก็ได้รับสืบทอดต่อมา และยังเก็บรักษาผ้าห่มพระราชทานผืนนี้ไว้เป็นอย่างดี แม้ปัจจุบันผ้าห่มพระราชทานผืนสีเขียวนี้จะมีสภาพเสื่อมโทรม เนื้อผ้าเริ่มมีการเปื่อยและขาดตามกาลเวลา แต่ตนเองก็เก็บบรรจุใส่ถุงไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ฝุ่นจับ

79

อีกทั้งตนเองและครอบครัวยังได้ตั้งปณิธานเดินทางไปกราบพระบรมศพ เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูล โดยครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 00.50 น.ของวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่สำนักพระราชวังได้เปิดโอกาสให้เข้าไปกราบพระบรมศพ ตนเองและครอบครัวก็ได้เฝ้ารอจนประตูพระบรมมหาราชวังปิด รวมเข้ากราบพระบรมศพทั้งหมด 26 ครั้ง

80

ทั้งนี้ครอบครัวได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระองค์ว่า จะขอเป็นคนดีและทำความดีต่อสังคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ขณะที่ นายเหงี่ยวซุ่ย จงสถาพรพันธุ์ วัย 75 ปี ซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อ 62 ปีก่อน เปิดเผยถึงความทรงจำที่ไม่มีวันลืมว่า ไฟไหม้ครั้งนั้นเกิดขึ้นที่บริเวณชั้นบนของ ร้านฮั่วเส็ง ซึ่งเป็นร้านขายของชำโดยมี นายบุ้นเส็ง หรือสมบัติ แซ่แต้ เป็นเจ้าของ ร้านดังกล่าวตั้งอยู่กลางใจเมืองบ้านโป่ง ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ขณะที่เกิดเหตุตนมีอายุเพียง 12 ปี ตอนนั้นตนกำลังเรียนหนังสืออยู่ในชั้นเรียนโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง จึงรีบวิ่งกลับมาช่วยที่บ้านเก็บข้าวของหนีไฟ ชาวบ้านและนักเรียนต่างมาขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือนกันจ้าละหวั่น บางคนร้องเรียกขอความช่วยเหลือ บางคนเรียกหาบุตรหลานของตนเองเพื่อหลบภัย วุ่นวายกันไปทั่วเมือง จนไม่รู้ว่าใครเป็นใครกัน และเพลิงได้สงบลงเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. รวมเวลาทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง

81

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 13 กันยายน 2497 เวลาประมาณ 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมุห์ราชองครักษ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์จากพระที่นั่งอัมพรสถานอย่างกะทันหัน โดยมิให้ใครรู้พระราชประสงค์ที่จะทรงไปเยี่ยมพสกนิกรที่ถูกเพลิงไหม้ เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมการต้อนรับอย่างเอิกเกริก เนื่องจากประชาชนกำลังอยู่ในระหว่างเศร้าโศกจากความสูญเสีย

82

ในครั้งนั้นรถยนต์พระที่นั่งได้วนรอบบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ทรงทักทายถามทุกข์สุขผู้ประสบอัคคีภัยครั้งนั้นโดยทั่วหน้ากัน พร้อมกับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และยังทรงพระราชทานเสื้อผ้า อาหาร ตลอดจนยารักษาโรค อีกส่วนหนึ่งด้วย ครั้นเมื่อเวลา 15.30 น.ได้เสด็จกลับกรุงเทพฯ ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น




แสดงความคิดเห็น

banner